Group-IB บริษัทด้านการค้นหาภัยคุกคามและข้อมูลเชิงลึกด้านไซเบอร์ระดับโลก ที่เชี่ยวชาญในการสืบสวนและป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ไฮเทค ได้รายงานผลการวิเคราะห์แบบแผนกลหลอกลวงระดับโลกที่ครอบคลุมรอบด้าน โดยระบุว่า การหลอกลวงคิดเป็น 73% ของการโจมตีทางออนไลน์ทั้งหมด, 56% เป็นการสแกม (การหลอกลวงที่ทำให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญโดยสมัครใจ) และอีก 17% เป็นการโจมตีแบบฟิชชิ่ง (การขโมยรายละเอียดของบัตรธนาคาร) ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพบจำนวนการละเมิดที่เกี่ยวข้องกับการสแกมและการฟิชชิ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปีที่ผ่านมา ด้วยการใช้เทคโนโลยี Digital Risk Protection (DRP) ผู้เชี่ยวชาญของ Group-IB สามารถตรวจพบกลุ่มผู้ทำการสแกมกว่า 70 กลุ่มที่ใช้ Classiscam ซึ่งเป็นหนึ่งในแบบแผนหลอกลวง และพบว่าภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี ผู้ที่ใช้ Classiscam ในการคุกคามสามารถทำเงิน 9,140,000 ดอลลาร์จากการหลอกลวงผู้ใช้งานทั่วโลก
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ในระหว่างการประชุม Digital Risk Summit 2021 ทางออนไลน์ Group-IB ได้นำเสนอผลการวิจัยเกี่ยวกับแบบแผนการหลอกลวงต่างๆ ที่ได้รับจากโครงข่ายประสาทเทียมและการให้คะแนนที่อาศัย ML ของระบบป้องกันความเสี่ยงดิจิทัลของบริษัท นอกจากนี้ Group-IB ยังเปิดตัว Scam Intelligence เทคโนโลยีการติดตามผู้หลอกลวงซึ่งเป็นรากฐานสำหรับ DRP ซึ่งเป็นโซลูชันที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ภายในระยะเวลา 1 ปี ระบบดังกล่าวช่วยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และตะวันออกกลางประหยัดเงินได้มากถึง 443 ล้านดอลลาร์จากการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
จำนวนการละเมิดที่เกี่ยวข้องกับการสแกมและฟิชชิ่งที่ Group-IB ตรวจพบในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2563 เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 88% เมื่อเทียบเป็นรายปี การสืบสวนกิจกรรมการสแกมของผู้คุกคามทั่วโลกด้วย DRP ช่วยจัดหมวดหมู่แผนการหลอกหลวง ที่มีทั้งแบบแผนพื้นฐานและแบบแผนที่มีการปรับแต่งรวมมากกว่า 100 แบบแผน ยกตัวอย่างเช่น แบบแผนที่ใช้บัญชีผู้ใช้ปลอมของแบรนด์ต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย (พบได้มากในภาคธุรกิจการเงิน) ที่โดยเฉลี่ยแล้วจะมีกับบัญชีผู้ใช้ปลอมกว่า 500 บัญชีต่อหนึ่งธนาคารในปี 2563 ขณะที่บริษัทประกันภัยทั่วโลกประสบปัญหาการฟิชชิ่ง ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วมีเว็บไซต์ฟิชชิ่งมากกว่า 100 เว็บต่อหนึ่งบริษัทประกันถูกสร้างขึ้นในปีที่ผ่านมา
ในปี 2563 แบบแผนการหลอกลวงแบบหลายขั้นตอนที่เรียกว่า Rabbit Hole ซึ่งใช้แบรนด์ของบริษัทในทางที่ผิด มุ่งเป้าส่วนใหญ่ไปที่ภาคการค้าปลีกและบริการออนไลน์ โดยผู้ใช้งานจะได้รับลิงก์จากเพื่อนผ่านโซเชียลมีเดีย หรือในแอปส่งข้อความ พร้อมกับคำแนะนำให้เข้าร่วมการจับรางวัล, ข้อเสนอส่งเสริมการขาย, หรือแบบสำรวจ โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ใช้งานเข้าชมเว็บไซต์หลอกลวง 40,000 ครั้งต่อวัน และแผน Rabbit Hole นั้นได้โจมตีลูกค้าของแบรนด์อย่างน้อย 100 แบรนด์ทั่วโลก ขณะที่ผู้คุกคามพยายามขโมยข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัตรธนาคาร
Classiscam เป็นแบบแผนการสแกมที่แพร่หลายมากที่สุดในโลกในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่ใช้งานตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์และบริการที่เกี่ยวข้องกับการเช่าอสังหาริมทรัพย์, การจองโรงแรม, การโอนเงินผ่านธนาคารออนไลน์, การค้าปลีกออนไลน์, บริการเรียกรถ และบริการส่งสินค้า แบบแผนนี้มุ่งรีดไถเงินจากเหยื่อโดยให้ชำระค่าสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง และมีบริษัทในอย่างน้อย 44 ประเทศตกเป็นเป้าหมายในแบบแผนการหลอกลวงนี้ ข้อมูลของ Group-IB DRP พบว่า 93 แบรนด์ถูกละเมิดโดย Classiscam โดยในช่วงต้นปี 2564 ผู้คุกคามมากกว่า 12,500 รายทำเงินผ่านแหล่งข้อมูลบริการส่งสินค้าปลอม จำนวนเว็บไซต์โดยรวมที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้มีถึง 10,000 แห่ง การหลอกหลวงประเภทนี้มีขอบเขตมากมายมหาศาล ขณะที่แบบแผนการหลอกลวงก็แตกแขนงออกไปเรื่อยๆ โดยกลุ่มภัยคุกคาม Classiscam เพียงกลุ่มเดียวสามารถทำเงินได้มากถึง 114,000 ดอลลาร์ต่อเดือน
Ilia Rozhnov หัวหน้าฝ่ายการป้องกันความเสี่ยงดิจิทัลของ Group-IB ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่า "ทุกวันนี้การสแกมเป็นมากกว่าเพียงเว็บไซต์หลอกลวง แต่เป็นอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงแฝงอยู่ ทั้งยังเต็มไปด้วยกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่มีความมุ่งมั่น พร้อมทรัพยากรทางการเงินมหาศาล พวกเขาเลือกเป้าหมายจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยมีการจดจำแบรนด์เป็นเกณฑ์สำคัญ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงินและชื่อเสียง ดังนั้นบริษัทต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีแนวทางจากผู้เชี่ยวชาญในการต่อสู้กับอาชญากรรมในโลกไซเบอร์, ความเข้าใจในตรรกะของผู้คุกคาม ตลอดจนเทคโนโลยีการติดตามการหลอกลวงขั้นสูง เพื่อให้สามารถตรวจพบและป้องกันความเสียหายได้"
พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เผยองค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มี Machine และ AI Identity แซงหน้ามนุษย์ในอัตรา 111 เท่า
สิ้นสุดการรอคอย! ดาบพิฆาตอสูร ภาค ? ปราสาทไร้ขอบเขต รับชมได้แล้ววันนี้ที่ Netflix!
ยูโอบี สนับสนุนการขยายธุรกิจโซลูชันพลังงานยั่งยืนของ SP Group ในประเทศไทยด้วยสินเชื่อโครงการสีเขียว
หัวเว่ย คลาวด์ เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐาน Agentic AI และ CodeArts Agent OBT ในประเทศไทย เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรม AI สำหรับภาคธุรกิจไทย
สัปดาห์ดิจิทัลเอเปคชูศักยภาพเฉิงตู สะท้อนเสน่ห์ดึงดูดและพลังแห่งนวัตกรรม
บำรุงราษฎร์ ชูแนวคิด "Ready for Every Move, Naturally" ยกระดับศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ
เฟดเอ็กซ์หนุนผู้ส่งออกไทยเตรียมพร้อมรับเกณฑ์ e-filing ใหม่ของสหรัฐฯ ลดความเสี่ยงความล่าช้าด้านศุลกากร
Visa พลิกโฉม Visa Infinite เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่ในเอเชียแปซิฟิก
บำรุงราษฎร์ ชูแนวคิด "Ready for Every Move, Naturally" ยกระดับศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ ดูแลแบบองค์รวม ตอบรับเทรนด์ Active Lifestyle ที่เติบโตต่อเนื่องในเอเชียแปซิฟิก