Real Estate-backed ICO เทคโนโลยี การลงทุนอสังหาฯ และกลไกคุ้มครองผู้ลงทุน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เมื่อเทคโนโลยีด้านการเงินและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มาบรรจบกัน โดยมีกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอเหมาะสม ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เราจึงมีการลงทุนรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "Real Estate-backed ICO" หรือ "โทเคนดิจิทัลที่มี อสังหาริมทรัพย์ หรือ กระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์ เป็นทรัพย์สินอ้างอิง"

Real Estate-backed ICO เทคโนโลยี การลงทุนอสังหาฯ และกลไกคุ้มครองผู้ลงทุน

กว่าจะมาเป็น Real Estate-backed ICO
Real Estate-backed ICO มีแนวคิดมาจากการแปลงทรัพย์สินเป็นโทเคนดิจิทัล (tokenization) โดยนำเทคโนโลยี เช่น บล็อกเชน มาใช้ในการออกโทเคนดิจิทัล เพื่อเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (Initial Coin Offering หรือ ICO) และนำเงินที่ได้ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยผู้ถือโทเคนดิจิทัลจะได้รับผลตอบแทน สิทธิ หรือประโยชน์ต่าง ๆ ตามที่ผู้ออกโทเคนดิจิทัลกำหนดการออก ICO ในประเทศไทยอยู่ภายใต้พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 Real Estate-backed ICO เทคโนโลยี การลงทุนอสังหาฯ และกลไกคุ้มครองผู้ลงทุน

ซึ่งกำหนดให้ผู้ออกโทเคนดิจิทัลต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. มีการเปิดเผยข้อมูลตามที่กำหนด และต้องเสนอขายผ่านผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อให้มีกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอเหมาะสม

ดังนั้น เพื่อสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในตลาดทุนในการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ และเพิ่มทางเลือกลงทุนของผู้ลงทุน เมื่อต้นปี 2564 ก.ล.ต. จึงปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกเสนอขาย Real Estate-backed ICO ซึ่งเป็นการระดมทุนที่มีโครงการหรือทรัพย์สินรองรับ ทั้งนี้ในปัจจุบัน มีผู้ยื่นคำขออนุญาตออกเสนอขายแล้ว 1 ราย มูลค่าการระดมทุน 2,400 ล้านบาท และมีผู้สนใจจะขออนุญาตที่อยู่ระหว่างหารือกับ ก.ล.ต. อีก 3-4 ราย

Real Estate-backed ICO ลงทุนอะไร

ผู้ออก Real Estate-backed ICO สามารถนำเงินที่ระดมทุนได้จากการออก ICO ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ได้ 3 วิธี ได้แก่
(1) ซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นโดยตรง
(2) ซื้อหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่า 75% ของบริษัทที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์นั้น หรือ
(3) ลงทุนในสิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์
แต่ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนแบบใด อสังหาริมทรัพย์อ้างอิงนั้นต้องสร้างเสร็จ 100% พร้อมหารายได้ และมีมูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าโครงการ หรือไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

นอกจากนี้ จะต้องมีการกำหนดอสังหาริมทรัพย์อ้างอิงไว้โดยเฉพาะ ไม่สามารถเพิ่มหรือลดทรัพย์สินอีก ขณะที่กำหนดผลตอบแทนของ Real Estate-backed ICO ไม่จำกัดว่าต้องให้เป็นตัวเงินเท่านั้น โดยผู้ออกโทเคนดิจิทัล (Issuer) อาจกำหนดสิทธิของผู้ถือโทเคนดิจิทัลให้ได้รับผลตอบแทนในรูปของประโยชน์อื่น ๆ เช่น สิทธิในการเข้าพักหรือการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นก็ได้

Real Estate-backed ICO คุ้มครองผู้ลงทุนอย่างไร
เนื่องจาก Real Estate-backed ICO มีทรัพย์สินอ้างอิงเป็นอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นการรับรองและคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุนเหนืออสังหาริมทรัพย์นั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้ต้องมี "Trustee" ซึ่งเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินโดยไม่บริหารจัดการ (Passive trust) แต่จะดูแลการทำหน้าที่ของ Issuer เช่น ติดตามการจัดการทรัพย์สินของ Issuer ให้เป็นไปตามหนังสือชี้ชวน (White paper) และดูแลรักษาสิทธิของผู้ถือโทเคนดิจิทัลด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวัง เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือโทเคนดิจิทัล

ทั้งนี้ Trustee ต้องเป็นอิสระจาก Issuer และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้ลงทุนรายย่อยลงทุนได้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อการเสนอขายในครั้งนั้น ขณะที่ Issuer จะระดมทุนจากผู้ลงทุนรายย่อยได้ไม่เกิน 4 เท่าของส่วนของผู้ถือหุ้นหรือไม่เกิน 70% ของมูลค่าที่เสนอขาย (แล้วแต่มูลค่าใดจะสูงกว่า) เนื่องจาก Real Estate-backed ICO ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย

Real Estate-backed ICO และ REIT ความเหมือนที่แตกต่างต่าง
Real Estate-backed ICO มีลักษณะคล้ายกับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เพราะเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เช่นเดียวกัน แต่ยังมีความแตกต่างกันในรายละเอียด เช่น เงื่อนไขการเพิ่มหรือลดอสังหาริมทรัพย์อ้างอิง รูปแบบของผลตอบแทน และข้อบังคับการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดรอง โดย Real Estate-backed ICO จะกำหนดอสังหาริมทรัพย์อ้างอิงไว้โดยเฉพาะ ไม่มีการเพิ่มหรือลดทรัพย์สินอีก (specific assets) ขณะที่ REIT สามารถเพิ่มหรือลดทรัพย์สินได้ (multiple assets) ในแง่ของ ผลตอบแทน Real Estate-backed ICO จะมีความยืดหยุ่นกว่า REIT เพราะผู้ออกโทเคนสามารถกำหนดผลตอบแทนเป็นเงิน สิทธิ หรือประโยชน์อื่น ๆ ก็ได้ ขณะที่ผลตอบแทนของ REIT จะเป็นเงินปันผลที่ได้จากการดำเนินงาน

รวมทั้ง Real Estate-backed ICO ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนซื้อขายในตลาดรอง (ในกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดรองอาจเป็นข้อจำกัดในการซื้อขายเปลี่ยนมือหลังจากการลงทุนไปแล้ว) ขณะที่ REIT ต้องจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Real Estate-backed ICO ยังเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับผู้ลงทุนไทย ดังนั้นผู้ที่สนใจควรศึกษาข้อมูล
ภาพรวมของโครงการจากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (แบบ filing) และร่างหนังสือชี้ชวนในการเสนอขายโทเคนดิจิทัล เพื่อให้เข้าใจลักษณะ ความเสี่ยง ผลตอบแทน และการให้สิทธิของโทเคนดิจิทัลดังกล่าว ซึ่งอาจให้สิทธิแตกต่างกันไปในแต่ละโครงการ รวมทั้งข้อจำกัดต่าง ๆ รวมทั้งภาระทางด้านภาษีซึ่งมีความแตกต่างจากการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทอื่น โดยสามารถดูแบบ filing และ ร่างหนังสือชี้ชวน ได้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. www.sec.or.th หัวข้อ "หนังสือชี้ชวนตราสารออกใหม่" และสามารถศึกษาข้อมูลเชิงเทคนิคได้โดยดู source code ที่เปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ เช่น www.github.com

นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบรายชื่อโทเคนดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตได้จากแอปพลิเคชัน SEC Check First หรือเว็บไซต์ ก.ล.ต. หัวข้อ "สินทรัพย์ดิจิทัล" และสอบถามข้อมูลหรือแจ้งเบาะแสได้ที่ "ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต." โทร 1207 หรือผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊กเพจ "สำนักงาน กลต." และ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน


ข่าวสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์+ลงทุนรูปแบบใหม่วันนี้

PHAT นำเสนอข้อมูลออนไลน์ ก.ล.ต. - ตลท. เตรียมเข้าจดทะเบียน mai

บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT ผู้ประกอบธุรกิจสกัดน้ำมันปาล์มดิบและส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากปาล์มในจังหวัดกระบี่ จัดประชุมออนไลน์ เพื่อนำเสนอข้อมูลการดำเนินธุรกิจและแผนการเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยมี คณะกรรมการและคณะผู้บริหารบริษัท พร้อมด้วย บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมนำเสนอข้อมูล

บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT ... PHAT นำเสนอข้อมูลออนไลน์ ก.ล.ต. - ตลท. เตรียมเข้าจดทะเบียน mai — บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT ผู้ประกอบธุรกิจสกัดน้ำมันปาล์มดิบและส่งออกผลิตภั...

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงหลักเกณฑ์กองทุนส่วนบุคคล เพิ่มความชัดเจนในการเปิดเผยข้อมูล

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการเปิด...

ก.ล.ต. เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ "ตลาดทุนไทย ร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน เฟส 2 ปี 2569" รวมพลังส่งต่อความรู้ด้านการลงทุนแก่ประชาชน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขอเชิญชวนผู้ประกอบธุรกิจ สมาคม และชมรมในตลาดทุนไทยและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึง Finfluencer ที่...

ก.ล.ต. เตรียมเปิดให้ "ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล" ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ รองรับการเพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินค้าอ้างอิง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตการประกอบธุรกิจ...

ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าท... COCOCO เสิร์ฟหุ้นกู้ 2 ชุด วงเงินไม่เกิน 500 ลบ. ดอกเบี้ย 4.85-5.05% เปิดจอง 27-29 เม.ย.นี้ — ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผ...

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศการทบทวน "นิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่" ที่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องขอรับความเห็นชอบ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับการทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นราย...

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศปรับปรุงเกณฑ์เกี่ยวกับวัตถุประสงค์การใช้เงินของผู้ออกตราสารหนี้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับวัตถุประสงค์การใช้เงินของผู้ออกตราสารหนี้ ทั้งกรณีการใช้เงินไม่เป็นไปตามที่เปิด...

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการออกหลักเกณฑ์เพื่อรองรับ Transition Bond และ Thailand Amber Bond

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นการออกหลักเกณฑ์การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (transition finance) รองรับ Transition Bond และ Thailand Amber Bond...