นายสรัล ศิริพันธ์โนน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดคริปโทมีความเชื่อมั่นที่สูงมาก ตลาดเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 4 เท่าจากปีที่แล้วอยู่ที่ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งความร่วมมือนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี่และเป็นกลุ่มเป้าหมายของโครงการ ได้แก่สมาชิกบัตรไทยแลนด์ อีลีท คาร์ด ได้มีทางเลือกและความสะดวกในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ตรงนี้เป็น Use Case ที่ชัดเจนของการ disrupt ของเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลที่ทำให้เกิด Capital Inflow หรือการเคลื่อนย้ายของทุน ที่จะส่งผลดีกับทั้งธุรกิจของสตางค์ และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น ธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ (Wellness & Medical Tourism) อสังหาริมทรัพย์ และภาคการลงทุนอื่น ๆ
"ซึ่งสมาชิกบัตรสามารถชำระเงินลงทุนผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลคริปโทในหลายสกุลของ Satang Pro โดยเราต้องการนำเสนอแพลตฟอร์ม และองค์กรที่เชื่อถือได้สำหรับการลงทุนในประเทศไทยให้กับต่างชาติ ซึ่งจุดแข็งของเราคือการพัฒนาระบบให้มีความเสถียร รวดเร็ว ตลอดจนรักษามาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล และสินทรัพย์ของลูกค้า รวมถึงเรามีฟีเจอร์ Multiple Network ให้ค่าโอนถูกลง และโอนเหรียญได้ไวมากขึ้น ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมข้ามแพลตฟอร์ม" สรัล กล่าว
สำหรับปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเจริญเติบโต ของอุตสาหรรมธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในระบบเศรษฐกิจไทยนั้น นายสรัลให้ความคิดเห็นว่า มี 3 ปัจจัยหลัก ๆ คือ Regulations กฎระเบียบต่าง ๆ ที่จะส่งเสริมระบบนิเวศของอุตสาหกรรม Global Connection Glue การมีตัวเชื่อมโยงในระดับโลก และ CBDC สกุลเงิน ในรูปแบบดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง
"การมีตัวเชื่อมโยงในระดับโลกเป็น Global platform adoption เช่น กรณีของ Paypal Visa และ Mastercard ทำให้ Digital Asset หรือ สินทรัพย์ดิจิทัล มีช่องทางการเข้าถึงที่แพร่หลายสู่ผู้ใช้มากขึ้นทั่วโลก ขณะเดียวกันในประเทศก็มีธนาคาร สถาบันการเงินใหญ่ ๆ ให้การยอมรับ และมีการลงทุนในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นหมายถึงว่าการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล นั้นได้เปลี่ยนภาพจากสินทรัพย์ทางเลือกที่คลุมเครือเมื่อ 3-5 ปีก่อน มาเป็นสินทรัพย์ที่ควรมีอยู่ในพอร์ตการลงทุน ซึ่งไม่ใช่แค่พอร์ตของนักลงทุนรายย่อย แต่ยังรวมถึงนักลงทุนสถาบันด้วย
แน่นอนว่าสินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจ ในอนาคตของประเทศไทย และก็จะมีผลกับการปฏิรูปหรือปรับปรุงภาพรวมของด้านอื่น ๆ ด้วยเช่น การจ้างงานในประเทศ งานที่ใช้ทักษะ ความรู้ ความเข้าใจสูง การผลิตบุคคลากรในระบบการศึกษาเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ก็จะมากขึ้น"
นายสรัล สรุปว่า สินทรัพย์ ดิจิทัลนั้นเรียกได้ว่าเป็นการ disrupt การระดมทุนในระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ ทำให้ประชาชนสามารถ เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น รวมทั้งภาคเอกชนเองก็สามารถระดมทุนได้ง่ายขึ้นด้วย ความตื่นตัว ในการลงทุนที่กลายเป็นกระแสท่ามกลางคนทุกเพศทุกวัยตั้งแต่คนที่อายุน้อยไปจนถึงคนที่อายุมากขึ้นในขณะนี้ ทำให้เกิดนักลงทุนและนักเก็งกำไรมือใหม่ และด้วยความที่สินทรัพย์ดิจิทัลยังเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างใหม่มาก ๆ เราควรจะต้องตื่นตัวศึกษาหาความรู้กันมากขึ้น ตรงนี้สตางค์เองก็มุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือและผู้ให้คำปรึกษาที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนในการเติบโตในตลาดนี้"
"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ"
บีโอไอผนึกซัมซุง เร่งใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หนุนผู้ประกอบการไทย เชื่อมซัพพลายเชนโลก
NITMX เผยยอดธุรกรรมพร้อมเพย์เดือนมกราคม 2569 แตะ 2.33 พันล้านรายการ มูลค่ารวม 4.63 ล้านล้านบาท สะท้อนการใช้งานต่อเนื่องต้นปี
SCGP ติดอันดับองค์กรพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก Top 1% S&P Global กลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ต่อเนื่องปีที่ 3
กรุงไทยหนุนผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก จัดโปรฯ โอนเงินต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมสุดคุ้มเริ่มต้นเพียง 99 บาท เมื่อทำรายการผ่าน Krungthai BUSINESS
จากนักศึกษาสู่วัยทำงาน: รายจ่ายใหม่ที่ไม่เคยอยู่ในตำรา
ITC สุดปัง ปี 68 โกยรายได้ 18,223 ล้านบาท โชว์กำไรสุทธิหลังปรับปรุง 3,432 ล้านบาท ดัน GPM พุ่งแตะ 25.1% เคาะจ่ายปันผลทั้งปี 0.85 บาทต่อหุ้น
ITC's 2025 sales grew to THB 18.2 billion, with THB 3.4 billion in adjusted net profitGPM Reaches 25.1%, Full-Year Dividend Set at THB 0.85 per Share
กองทรัสต์ "ALLY" โชว์ศักยภาพปี 68 รายได้ทะลุ 1,597 ล้านบาท กำไร Q4 พุ่ง 22.1%
MTC รุกสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมและเท่าเทียม ปักหมุดพอร์ตสินเชื่อปี 69 โต 10-15% พร้อมเสริมสร้างคุณภาพสินเชื่อและความแข็งแกร่งของงบดุลให้มั่นคงยิ่งขึ้น