วิจัยกรุงศรีคาดพื้นที่ทางการคลังที่เพิ่มขึ้นและแรงขับเคลื่อนจากภาคส่งออก มีบทบาทสำคัญหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

วิจัยกรุงศรีคาดว่ามูลค่าการส่งออกทั้งปีจะเติบโต 13.5% โดยมูลค่าส่งออกในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 22.0 พันล้านดอลลาร์ ขยายตัว 8.9% YoY แม้ชะลอลงเหลือเลขหลักเดียวเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน แต่หากหักสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ทองคำ และอาวุธ มูลค่าส่งออกเดือนนี้ยังเติบโตดีที่ 19.4% ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในระดับสูงและมาตรการควบคุมที่เข้มงวดในช่วงเดือนสิงหาคม กระทบต่ออุปทานแรงงาน การขนส่ง และภาคการผลิต โดยสินค้าส่งออกสำคัญส่วนใหญ่เติบโตชะลอลง อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า (+6.3%) ผลิตภัณฑ์ยาง (+6.5%) อิเล็กทรอนิกส์ (+12.7%) อาหารแปรรูป (+16.6%) ยานพาหนะและอุปกรณ์ (+23.5%) อย่างไรก็ตาม สินค้าส่งออกบางรายการยังคงเติบโตแข็งแกร่งกว่า 40% นำโดยวัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์เกษตร เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์พลาสติก ด้านตลาดส่งออก ตลาดหลักทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นเติบโตชะลอลง ขณะที่ตลาด CLMV กลับมาหดตัว โดยเฉพาะเมียนมาร์ (-6.3% จากความวุ่นวายทางการเมือง) และเวียดนาม (-17.2% จากการระบาดของ COVID-19) อย่างไรก็ตาม ตลาดจีน อาเซียน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ยังคงเติบโตดี

วิจัยกรุงศรีคาดพื้นที่ทางการคลังที่เพิ่มขึ้นและแรงขับเคลื่อนจากภาคส่งออก มีบทบาทสำคัญหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

แม้ส่งออกเดือนล่าสุดเติบโตชะลอลงเหลือเลขหลักเดียว แต่มูลค่าส่งออกที่ระดับ 22.0 พันล้านดอลลาร์ ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทุกเดือนสิงหาคมในรอบ 5 ปี ที่ 21.0 พันล้านดอลลาร์ โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้วิจัยกรุงศรีคาดว่าการส่งออกของไทยจะค่อยๆ เติบโตดีขึ้น เนื่องจากภาวะชะงักงันของภาคการผลิตและการขาดแคลนแรงงานบรรเทาลง หลังจำนวนผู้ติดเชื้อและอัตราการเสียชีวิตจากโรค COVID-19 เริ่มลดลง นอกจากนี้ การส่งออกยังมีปัจจัยหนุนจากการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์การระบาดที่คลี่คลายลงในหลายประเทศรวมถึงอาเซียน อีกทั้งการอ่อนค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตของส่งออกไทยอาจจะไม่สูงมากดังเช่นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาซึ่งเคยเติบโตถึง 20-40% เนื่องจากการลดลงของผลบวกจากปัจจัยชั่วคราวทั้งการเร่งกลับมาใช้จ่ายของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและฐานที่ต่ำในปีก่อน โดยรวมแล้ววิจัยกรุงศรีจึงยังคงคาดการณ์อัตราการขยายตัวของมูลค่าส่งออกในปี 2564 ที่ 13.5% จากขยายตัว 15.2% ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ (บนฐานข้อมูลกระทรวงพาณิชย์) วิจัยกรุงศรีคาดพื้นที่ทางการคลังที่เพิ่มขึ้นและแรงขับเคลื่อนจากภาคส่งออก มีบทบาทสำคัญหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ทางการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะเป็น 70% ของ GDP เปิดทางกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม การประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 21 กันยายน เห็นชอบตามมติของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐในการขยายเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP จากเดิมกำหนด 60% เพิ่มเป็น 70% เพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการคลัง เนื่องจากในปีงบประมาณ 2565 รัฐบาลยังจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเติมจากวงเงินที่เหลืออยู่จาก พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท (ประมาณ 3.5 แสนล้านบาท) เพื่อเยียวยาและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยสูงกว่า 60% ของ GDP เทียบกับ ณ สิ้นปีงบฯ 2564 (เดือนกันยายน) คาดว่าจะอยู่ที่ 58.96%

วิจัยกรุงศรีประเมินการขยายเพดานหนี้สาธารณะไปที่ระดับ 70% ถือเป็นระดับที่โครงสร้างของประเทศยังรองรับได้ และยังเป็นระดับที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในอันดับความน่าเชื่อถือเดียวกัน อาทิ อินเดีย และมาเลเซีย การขยายเพดานหนี้สาธารณะจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้แก่การดำเนินมาตรการของภาครัฐซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อเนื่องในการช่วยสร้างรายได้ที่ลดลงมากและเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นโดยเร็ว ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีเคยเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาผลกระทบจากการระบาดวงเงินราว 7 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 6 มาตรการ ได้แก่ การให้เงินสำหรับผู้ที่ติดเชื้อหรือผู้ที่ต้องกักตัว (16 พันล้านบาท) การรักษาระดับการจ้างงาน (285 พันล้านบาท) การให้เงินช่วยเหลือโดยตรงสำหรับภาคธุรกิจ (20 พันล้านบาท) การลดค่าใช้จ่ายสำหรับภาคครัวเรือน (200 พันล้านบาท) การลดค่าใช้จ่ายสำหรับภาคธุรกิจ (43 พันล้านบาท) และการให้เงินช่วยเหลือโดยตรงสำหรับภาคครัวเรือน (132 พันล้านบาท) โดยคาดว่าการใช้มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยประคองตัวอยู่ที่ 3.25% จากช่วงก่อนวิกฤต COVID-19 อยู่ที่ 3.53%


ข่าวเครื่องใช้ไฟฟ้า+ผลิตภัณฑ์ยางวันนี้

โฮมโปร-เมกาโฮม ส่งมอบคำขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศ ฉลอง 29 ปีโฮมโปร และครบรอบ 12 ปีเมกาโฮม จับรางวัลแคมเปญ "แจกทอง 29 บาท-เครื่องใช้ไฟฟ้า 29 รางวัล" มูลค่ากว่า 2.2 ล้านบาท

โมเมนต์แห่ง "คำขอบคุณลูกค้า" กำลังเกิดขึ้นอีกครั้งทั่วประเทศ โฮมโปร และ เมกาโฮม จัดกิจกรรมจับรางวัลใหญ่จากแคมเปญ "โฮมโปร ฉลอง 29 ปี และเมกาโฮม ครบรอบ 12 ปี แจกทอง 29 บาท" พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า 29 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 2.2 ล้านบาท ท่ามกลางการตอบรับอย่างคึกคัก มียอดร่วมลุ้นรางวัลสะสมรวมกว่า 13 ล้านสิทธิ์ เพื่อเป็นการส่งมอบของขวัญแทนใจให้ลูกค้าที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตเคียงข้างแบรนด์มาต่อเนื่อง สะท้อนความตั้งใจตอบแทนทุกความไว้วางใจ พร้อมตอกย้ำ "ความสุขที่มากกว่าความคุ้มค่าในทุกการช้อป" และเติม

โตชิบา ไทยแลนด์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด... โตชิบา ยืนหนึ่งตลาดไทย คว้าแชมป์ยอดขายตู้เย็นและไมโครเวฟ — โตชิบา ไทยแลนด์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ด้วยการคว้าตำแหน่งแบรนด์ตู้เย...

คอมฟี (Comfee' ) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่... คอมฟี เปิดตัว Comfee' Gusto Series แอร์อัจฉริยะ ควบคุมง่าย สะอาดล้ำลึก ประหยัดพลังงาน — คอมฟี (Comfee' ) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มุ่งเน้นนวัตกรรมเพื่อการใ...

กรุงเทพฯ บริษัท ไทยพาร์เซิล จำกัด (มหาชน)... TP Logistics รุกตลาด B2C เปิดตัวบริการ "ขนส่งพร้อมติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ" — กรุงเทพฯ บริษัท ไทยพาร์เซิล จำกัด (มหาชน) หรือ TP Logistics ผู้นำด้า...