ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เห็นสัญญาณบวกหลังไทยเริ่มคลายล็อคดาวน์ กระจายวัคซีนพื้นที่ยุทธศาสตร์ ส่งออกเดินหน้า ท่องเที่ยวเริ่มฟื้น คืนเม็ดเงินสู่ระบบ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ 'บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี' เปิดเผยว่า การผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ของภาครัฐที่ประกาศปรับลดระยะเวลาเคอร์ฟิว พร้อมผ่อนคลาย 10 กิจการให้กลับมาเริ่มดำเนินงานได้อีกครั้ง ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มข้นและจะส่งผลบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้มีความพยายามในการผลักดันให้นักท่องเที่ยวกลับมาเดินหน้าได้เต็มที่มากขึ้น โดยการกำหนดแผนพื้นที่นำร่อง ลดเวลากักตัวในการเดินทางเข้าไทย สำหรับผู้ที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์มาแล้วอย่างน้อย 14 วัน ให้กักตัวอย่างน้อย 7 วัน รวมทั้งขยายระยะเวลารับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) เพิ่มอีก 1 ปี ล้วนเป็นการเตรียมความพร้อมสู่การเปิดประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เดินหน้า ภายหลังจากเกิดการระบาดระลอก 4 ของโควิด-19 ในประเทศไทย ส่งผลให้ภาพรวมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทั้งภาคเศรษฐกิจและประชาชนเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากภาครัฐเดินหน้าอัดฉีดเม็ดเงินเพิ่ม 1 ล้านล้านบาท เพื่อพยุงและผลักดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจเกิดการฟื้นตัว ซึ่งจะช่วยให้กลไกธุรกิจกลับมาทำงานได้อย่างมีศักยภาพดังเช่นประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปและเอเชียที่ได้ดำเนินการมาแล้ว และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เห็นสัญญาณบวกหลังไทยเริ่มคลายล็อคดาวน์ กระจายวัคซีนพื้นที่ยุทธศาสตร์ ส่งออกเดินหน้า ท่องเที่ยวเริ่มฟื้น คืนเม็ดเงินสู่ระบบ

โดยภาพรวมเศรษฐกิจดูเหมือนจะเริ่มขยับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น โดยทาง ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ก็ยังคงเดินหน้าแผนในการดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจให้แข็งแกร่งอยู่เสมอ "บริษัทฯ มีการประเมินสถานการณ์เพื่อนำมาปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ทั้งจากการ Lean องค์กร รวมทั้งปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มขึ้น โดยนำระบบ IT มาใช้ทั่วทั้งองค์กร ส่งผลให้การทำงานเกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้นให้สอดรับกับยุคปัจจุบันอย่างเหมาะสม รวมถึงการขยายธุรกิจในการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ต้องทำอย่างถูกเวลาตอบโจทย์กำลังซื้อที่มีอยู่จริงในตลาด ด้านการบริหารสภาพคล่องทางการเงินก็เป็นเรื่องที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญเช่นกัน ซึ่งได้เตรียมแผนสำรองไว้โดยมีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารรวม 2,600 ล้านบาท มีวงเงินหุ้นกู้คงเหลืออีก 2,000 ล้านบาท รวมทั้งมีเงินสดสำรองภายในบริษัทฯ ที่ยังเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ทั้งยังมุ่งเน้นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้สามารถเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค และได้นำระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในทุกส่วนขององค์กร รวมทั้งการใช้ดิจิทัลมาร์เกตติ้งที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าโดยตรง เนื่องจากในปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการทราบข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ด้านภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2564 นั้น นายชูรัชฏ์ ประเมินสถานการณ์ดังกล่าวว่า "จากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19ที่ลดลง ประกอบกับแผนเร่งรัดในการกระจายวัคซีนของภาครัฐสู่พื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจทำให้ยอดผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นตลอดช่วงที่ผ่านมา ล้วนส่งสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่นภาพรวมเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาฯ ไทยอย่างชัดเจน ทั้งนี้หากไทยยังคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อให้ลดลงอย่างต่อเนื่องก็จะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วยิ่งขึ้น เมื่อกลไกหลักของประเทศกลับมาทำงาน กำลังซื้อก็จะเริ่มกลับมาเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าไตรมาสสุดท้ายของปีจะเป็นช่วงที่คุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้บริโภค เพราะนอกจากผู้ประกอบการน่าจะจัดโปรโมชันพิเศษให้ลูกค้า รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ ทั้งยังมีมาตรการรัฐเข้ามาเสริมทั้งด้านการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทที่จะสิ้นสุดปลายปีนี้ก็จะเป็นอีกปัจจัยในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเช่นกัน"

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรก 2564 ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มียอดรับรู้รายได้แล้ว 3,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 53% ของเป้ารับรู้รายได้ทั้งปีที่ 6,000 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะสามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมาย และยังยืนเป้าขายที่ 7,000 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการตลาดที่เน้นลูกค้า Real Demand เป็นหลัก มีการใช้ Data ในส่วนของ Customer Insight ในการวางกลยุทธ์การตลาด โดยในไตรมาส 4 บริษัทฯวางแผนเปิดตัว 2 โครงการใหม่ในโซนนนทบุรี และโซนสุวรรณภูมิ นายชูรัชฏ์ กล่าวสรุป


ข่าวลลิล พร็อพเพอร์ตี้+ชูรัชฏ์ ชาครกุลวันนี้

"ลลิล พร็อพเพอร์ตี้" ชูแนวคิดบ้านยุคใหม่ ต้องยืดหยุ่นได้ทุกช่วงชีวิต รองรับ Hybrid Living และ Flexible Space ของครอบครัวไทย

"ลลิล พร็อพเพอร์ตี้" สะท้อนมุมมองต่อทิศทางการอยู่อาศัยยุคใหม่ว่า "บ้าน" กำลังก้าวสู่บทบาทการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกเจเนอเรชัน ภายใต้การใช้ชีวิตแบบ Hybrid Living และ Flexible Space ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการทำงาน การพักผ่อน การดูแลสุขภาพ และการใช้เวลาร่วมกันภายในครอบครัว นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ "LALIN" ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้แนวคิด "บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี" กล่าวว่า บ้านเป็นพื้นที่ที่เชื่อม

เร่งเครื่องสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ฝ... "ลลิล พร็อพเพอร์ตี้" ชี้ หลังปรับผัง "รังสิต-ปทุมธานี" ขึ้นแท่น "North Expansion Corridor" — เร่งเครื่องสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ฝั่งเหนือ เดินหน้าพัฒ...

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าตอกย้ำศักยภาพข... ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ชี้โซนตะวันออกยังมีทิศทางแข็งแกร่ง ล่าสุดเปิด "ลลิล ทาวน์ พัทยา-นาจอมเทียน — ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าตอกย้ำศักยภาพของพื้นที่โซนตะวัน...