เบสท์ เวสเทิร์น เดินหน้าขยายธุรกิจระดับเมกะโปรเจกต์ พร้อมลงนามบริหาร 5 โรงแรมและรีสอร์ทระดับเวิลด์คลาสในเวียดนามต่อเนื่อง

31 Jan 2022

เริ่มต้นศักราชใหม่ปี 2565 นี้พร้อมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย เบสท์ เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ยกระดับความเป็นเครือโรงแรมระดับโลก เดินหน้าขยายธุรกิจระดับเมกะโปรเจกต์อย่างต่อเนื่อง พร้อมลงนามข้อตกลงบริหารจัดการโรงแรมและรีสอร์ทระดับเวิลด์คลาส 5 แห่งในประเทศเวียดนาม ร่วมกับบริษัทพันธมิตรด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าชั้นนำ

เบสท์ เวสเทิร์น เดินหน้าขยายธุรกิจระดับเมกะโปรเจกต์ พร้อมลงนามบริหาร 5 โรงแรมและรีสอร์ทระดับเวิลด์คลาสในเวียดนามต่อเนื่อง

เน้นย้ำความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมในภูมิภาคเอเชีย เบสท์ เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท นำโดย มร. เออร์วานน์ มาเช ผู้บริหารสูงสุดประจำภูมิภาคเอเชีย เริ่มต้นศักราชใหม่ในปี 2565 นี้ พร้อมการลงนามบริหารโรงแรมและรีสอร์ทระดับเวิลด์คลาสแห่งใหม่ 5 แห่งในหลายจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศเวียดนาม ร่วมกับ 3 พันธมิตรด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้า พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ในทุกพื้นที่ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การพักผ่อนแบบครบวงจรผ่านแบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเบสท์ เวสเทิร์น ที่มีความหลากหลายมากถึง 18 แบรนด์ และเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจในภูมิภาคเอเชียในระยะยาว

สำหรับโครงการแรก เบสท์ เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ลงนามสัญญากับ บริษัท ฮัง วอง เอเอ็มซี (Hung Vuong Amc Company Limited) ในโครงการเวเนเซีย บินห์ชัว ในเมืองบินห์ถ่วนทางตอนใต้ของเวียดนาม เพื่อบริหารรีสอร์ทริมทะเลในชื่อ เวเนเซีย บินห์ชัว บีดับบลิว พรีเมียร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์ เวสเทิร์น เพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวและพักผ่อนของกลุ่มตลาดท่องเที่ยวแบบหรูหรา หรือ ลักซ์ชัวรี่ มาร์เกต (Luxury Market) ที่มีศักยภาพสูงและมีแนวโน้มการเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งรีสอร์ทแห่งนี้เน้นรูปแบบห้องพักแบบวิลลาส่วนตัวจำนวน 421 หลัง พร้อมส่วนพักอาศัยประเภทเรสซิเดนท์ภายใต้การดูแลเดียวกัน ในรูปแบบของวิลลาพักอาศัยอีก 260 หลัง โดยทั้งพื้นที่ทั้ง 2 ส่วนมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวและส่วนกลางขนาดใหญ่ การดูแลและบริการระดับ 5 ดาวเต็มรูปแบบตลอดการเข้าพัก รวมถึงจุดขายหลักที่เน้นความงดงามตามธรรมชาติของเมืองตากอากาศริมทะเลแห่งนี้ ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และเงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนตากอากาศสำหรับครอบครัวและคู่รักที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

โครงการเมกะโปรเจกต์ถัดมา นำเสนอความงดงามที่เป็นที่นิยมของเมืองดานังจากการร่วมลงทุนโดยบริษัทร่วมทุนสัญชาติเวียดนาม ฮานอย โนน หยก (Hanoi - Non Nuoc Investment Tourist Joint Stock Company) ในโครงการ อาเรีย ดานัง ใจกลางย่านธุรกิจใหม่ของเมืองดานัง พร้อมที่ตั้งเบื้องหน้าทิวทัศน์อันสวยงามตระการตาของอ่าวดานังตัดกับฉากหลังของท้องฟ้าอันเปิดโล่ง โดยโครงการแห่งนี้จะให้บริการโรงแรมและรีสอร์ทขนาดใหญ่ในชื่อ อาเรีย ดานัง บีดับบลิว ซิกเนเจอร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์ เวสเทิร์น และ เซดี้ เบสท์ เวสเทิร์น แอท อาเรีย ดานัง เพื่อตอบสนองรูปแบบการเข้าพักที่แตกต่างกันของนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม โดยรูปแบบห้องพักทั้งหมด 199 ห้องของ อาเรีย ดานัง บีดับบลิว ซิกเนเจอร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์ เวสเทิร์น จะเน้นการส่งมอบประสบการณ์เข้าพักที่แปลกใหม่ผ่านการออกแบบและการตกแต่งที่สวยงามและผสานกลิ่นอายท้องถิ่นของแต่ละจุดหมายท่องเที่ยว แต่ยังคงความสะดวกสบายในทุกมิติการพักผ่อนและการบริการอย่างอบอุ่นราวกับการพักผ่อนในบ้านพักตากอากาศส่วนตัวของคุณ ในขณะที่ เซดี้ เบสท์ เวสเทิร์น แอท อาเรีย ดานัง เน้นการบริการห้องพักแบบส่วนตัวขนาดกลาง 246 ห้องพร้อมการออกแบบตกแต่งสมัยใหม่ที่เน้นความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบเหนือระดับ เพื่อส่งมอบความสนุกสนานในทุกๆการพักผ่อนมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจจากการท่องเที่ยวพักผ่อนแต่ยังต้องการความสะดวกสบายและคล่องตัวในการเดินทาง โดยโรงแรมรีสอร์ททั้ง 2 แห่งจะตั้งอยู่ในโครงการ อาเรีย ดานัง

รวมถึงโครงการล่าสุด ชาร์ม รีสอร์ท โฮ แทรม พัฒนาโดย เทียน บินห์ มินห์ (Thien Binh Minh Investment Joint Stock Company) ในเครือ ชาร์ม กรุ๊ป บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆของเวียดนาม ที่ต้องการยกระดับภาคการท่องเที่ยวของเมืองตากอากาศอย่าง โฮ แทรม ผ่านโครงการโรงแรมและรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่มีห้องพักบริการรวมกว่า 1,000 ห้อง ผ่านแบรนด์ บีดับบลิว พรีเมียร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์ เวสเทิร์น และ บีดับบลิว ซิกเนเจอร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์ เวสเทิร์น เพื่อเน้นย้ำการส่งมอบประสบการณ์พักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครในสไตล์คอลเล็คชั่น แบรนด์ของเบสท์ เวสเทิร์น โดย ชาร์ม รีสอร์ท โฮ แทรม บีดับบลิว พรีเมียร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์ เวสเทิร์น ให้บริการห้องพักหลากหลายรูปแบบจำนวน 458 ห้องและวิลลาส่วนตัวขนาดใหญ่กว่า 90 หลังที่เน้นการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว และ ชาร์ม รีสอร์ท โฮ แทรม บีดับบลิว ซิกเนเจอร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์ เวสเทิร์น ให้บริการห้องพักและห้องสวีทที่ครบครัน 470 ห้อง โดยโรงแรมรีสอร์ททั้ง 2 แห่งนี้มีมีจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งที่อยู่ริมหาดและพื้นที่พักผ่อนส่วนกลางอันกว้างขวางและครบวงจรทั่วทั้งโครงการ ที่พร้อมอำนวยความสะดวกรอบด้านสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนทุกกลุ่ม

ทั้งนี้ เออร์วานน์ มาเช (ซ้ายสุด) ผู้บริหารสูงสุดประจำภูมิภาคเอเชีย ได้กล่าวถึงการขยายธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเบสท์ เวสเทิร์น ในเวียดนามว่า "เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างมาก ทั้งจากนักท่องเที่ยวในประเทศและนักเดินทางจากต่างประเทศ โดยปัจจุบัน เบสท์ เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท มีโรงแรมและรีสอร์ทที่เปิดให้บริการในเวียดนาม 2 แห่ง คือ เบสท์ เวสเทิร์น พรีเมียร์ โซนาซี ฟูโกว๊ก และ เบสท์ เวสเทิร์น พรีเมียร์ แซฟไฟร์ ฮาลอง โดยทั้งสองแห่งเป็นโรงแรมรีสอร์ทขนาดใหญ่ด้วยจำนวนห้องพักรวม 1,500 ห้อง ซึ่งเป็นรูปแบบโครงการที่กำลังเป็นที่นิยมและเติบโตอย่างมากของเวียดนามที่เน้นความสามารถในการตอบสนองการเข้าพักในของกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางอิสระ กลุ่มลูกค้าธุรกิจและกลุ่มลูกค้าองค์กร ได้เป็นอย่างดี โดยโครงการใหม่ที่เบสท์ เวสเทิร์น ได้ลงนามล่าสุดทั้ง 5 แห่ง ก็ยังคงเน้นรูปแบบการให้บริการโรงแรมรีสอร์ทในโครงการขนาดใหญ่ทั้งหมด แต่นำเสนอความแตกต่างของการบริการตามแต่ละแบรนด์เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อกลุ่มนักเดินทางทุกรูปแบบ โดยภายในปี 2567 เบสท์ เวสเทิร์น คาดการณ์ว่าจะสามารถมีโรงแรมและรีสอร์ทภายใต้การดูแลและบริหารแบบแฟรนไชส์ทั้งสิ้นกว่า 20 โครงการ ด้วยจำนวนห้องพักกว่า 5,500 ห้อง เพื่อให้พร้อมต่อศักยภาพและโอกาสในการขยายธุรกิจในเวียดนามในระยะยาวที่เป็นหนึ่งในตลาดท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตมากที่สุดในเอเชีย และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งโดยภาพรวมอย่างยั่งยืนของเบสท์ เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย"

รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ www.bestwesternasia.com

เบสท์ เวสเทิร์น เดินหน้าขยายธุรกิจระดับเมกะโปรเจกต์ พร้อมลงนามบริหาร 5 โรงแรมและรีสอร์ทระดับเวิลด์คลาสในเวียดนามต่อเนื่อง