เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นิตยสารฟอร์จูนประกาศรายชื่อ 500 บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลก หรือ Fortune Global 500 ประจำปีล่าสุด ซึ่งปรากฏว่า คันทรี่ การ์เด้น โฮลดิ้งส์ (Country Garden Holdings) (02007.HK) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของจีน ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 138 โดยนับเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันแล้วที่ คันทรี่ การ์เด้น มีชื่ออยู่ในลิสต์นับตั้งแต่เข้าสู่อันดับเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2560 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการพัฒนาและความสามารถในการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัท
นิตยสารฟอร์จูนประกาศรายชื่อ ฟอร์จูน โกลบอล 500 ซึ่งเป็นการจัดอันดับบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อพิจารณาจากรายได้ มาตั้งแต่ปี 2538 นับเป็นหนึ่งในการจัดอันดับที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือมากที่สุดสำหรับการวัดฐานะของบริษัทในแต่ละอุตสาหกรรมบนเวทีโลก
ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของจีน 5 แห่งติดอันดับในปีนี้ ซึ่งน้อยกว่าปีที่แล้ว 3 แห่ง คันทรี่ การ์เด้น ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 138 ด้วยรายได้ 8.191 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไร 4.154 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทไต่ขึ้น 329 อันดับในช่วงเวลา 6 ปี นับตั้งแต่ติดอันดับครั้งแรกเมื่อปี 2560
ในปี 2564 ท่ามกลางความเชื่อมั่นที่ลดน้อยถอยลงในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของจีน คันทรี่ การ์เด้น ยังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและฟื้นตัว ด้วยการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและแผนกลยุทธ์การพัฒนาที่สมดุล ข้อมูลในรายงานประจำปีระบุว่า คันทรี่ การ์เด้น ขายหุ้นเป็นมูลค่า 5.58 แสนล้านหยวน (ประมาณ 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2564 โดยมีอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้นมากกว่า 90% เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน
สำหรับทั้งปี 2564 คันทรี่ การ์เด้น มีรายได้จากการดำเนินงาน 5.2306 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบเป็นรายปี กำไรขั้นต้น กำไรสุทธิ และกำไรสุทธิหลักที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้น แตะที่ 9.278 หมื่นล้านหยวน 4.098 หมื่นล้านหยวน และ 2.693 หมื่นล้านหยวน ตามลำดับ
แผนพัฒนาที่หลากหลายและสมดุลป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการมองมุมแคบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายในสิ้นปี 2564 คันทรี่ การ์เด้น มีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 3,216 โครงการทั่วประเทศจีน โดยมีการดำเนินงานใน 1,425 ตำบลและอำเภอ 299 เมืองระดับมณฑล ครอบคลุม 31 มณฑล ทั้งนี้ จากโครงการทั้งหมด 3,216 โครงการนั้น 75.4% ตั้งอยู่ใน 5 กลุ่มเมืองหลักของประเทศ 98% ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 500,000 คน และ 93% อยู่ในภูมิภาคที่มีประชากรไหลเข้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คันทรี่ การ์เด้น สามารถระบุและดำเนินการโดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์สถิติประชากรของจีนได้มากน้อยเพียงใด
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ยอดขายโดยรวมของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกเติบโตติดลบ เนื่องจากปัจจัยที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น การระบาดของโควิด-19 ระลอกแล้วระลอกเล่า ซึ่งนำไปสู่การคาดการณ์อุปสงค์ที่อ่อนแอ สถิติจากไชน่า เรียล เอสเตท อินฟอร์เมชัน คอร์ป (China Real Estate Information Corp. หรือ CRIC) แสดงให้เห็นว่า ยอดขายโดยรวมของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 100 อันดับแรกในช่วงครึ่งปีแรกลดลง 50.3% ผลการดำเนินงานของคันทรี่ การ์เด้น ก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากสภาวะโดยทั่วไปที่ซบเซา อย่างไรก็ตาม ยอดขายหุ้นทั้งหมดของบริษัทยังคงสูงถึง 1.851 แสนล้านหยวนในครึ่งปีแรก โดยมีอัตราการคืนทุน 95% ในช่วงสี่เดือนแรก นับว่าผลงานโดยรวมดีกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ คันทรี่ การ์เด้น ก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จ และมีอสังหาริมทรัพย์ออกสู่ตลาดกว่า 250,000 ยูนิต (ใน 1,070 ล็อต) ใน 214 เมืองทั่วประเทศจีนตามที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งความสำเร็จนี้แสดงถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องของตลาด
ภิรัชบุรีกรุ๊ป เปิดเวที "Beyond the Space: The WELL-Being Era" ชูแนวคิดอาคารสำนักงานยุคใหม่ ยกระดับสู่ "พื้นที่ใช้ชีวิต" เพื่อคุณภาพชีวิตคนทำงานอย่างยั่งยืน
ครบรอบ 10 ปีแห่งการพลิกโฉม: Siam Expat Property เผยมุมมองการเปลี่ยนผ่านของภูเก็ต จากเมืองท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางการอยู่อาศัยระดับโลก
REVO Group รุกตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 2 ส่งแคมเปญ "REVO ใจดีเปย์ให้" มอบสิทธิ์เติมน้ำมันฟรี 1 ปี มูลค่ากว่า 100,000 บาท กระตุ้นกำลังซื้อบ้าน 3 ทำเลทอง
เซ็นทรัล สมุย ผนึกพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน จัด "Central Samui Neon Run 2026" ตอกย้ำ World-Class Night Running Experience ขับเคลื่อนสมุยสู่เมืองท่องเที่ยวระดับเอเชีย
IMPACT Growth REIT เดินเกม Green Value Chain เปลี่ยนต้นทุนสิ่งแวดล้อมเป็นกำไร ตอกย้ำผู้นำ MICE ไทย พร้อมโชว์ผลประหยัดพลังงานเกินเป้า ลดค่าใช้จ่ายกว่า 5.46 ล้านบาท
PRI รับมือความเสี่ยงธุรกิจอสังหาฯ เดินหน้าธุรกิจต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพบริการลูกค้าทุกมิติ
"คันทรี่ การ์เด้น" เผยแพร่รายงานความยั่งยืนประจำปี 2564
คันทรี่ การ์เด้น รายงานผลประกอบการปี 2564 รายได้โต 13% แตะ 8.22 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ