บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ "Pi" "พาย คาดการณ์ ตลาดหุ้น Dow Jones ในวันศุกร์ปรับขึ้นราว 1.2% ในภาพรวมยังมิได้มีปัจจัยใดๆที่มีนัยยะสำคัญเป็นเพียงแรงซื้อปกติเท่านั้น โดยที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 และ 10 ปียังคงปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นตัวสะท้อนถึงความกังวลเงินเฟ้อที่ยังมิจบลง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT พลิกกลับมาฟื้นตัวเด่น 4.1% หลักๆคล้ายว่านักลงทุนกลับมาให้กับปัจจัยอุปทานขาดแคลนหลังจากรัสเซียยังคงยืนยันที่จะระงับการส่งพลังงานให้กับชาติตะวันตก ระยะสั้นมองกลุ่มน้ำมันจะได้ประโยชน์ (PTTEP)
สัปดาห์นี้ปัจจัยหลักยังคงเน้นไปที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯที่มีกำหนดรายงานในคืนวันอังคาร Bloomberg Consensus คาดการณ์เงินเฟ้อสหรัฐฯประจำเดือน ส.ค. จะขยายตัว +8%YoY , -0.1%MoM ทั้งนี้หากพิจารณาราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในภาพรวมของ Bloomberg Commodity (BCOM) พบว่าในเดือน ส.ค. ลดลง MoM ราว -0.2%MoM ค่อนข้างจะใกล้เคียงกับที่ตลาดประเมินไว้ โดยหากเงินเฟ้อสหรัฐฯประกาศออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดหมายไว้ก็จะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้นปรับขึ้นได้และ Dollar Index มีโอกาสพลิกลงมาอ่อนค่าพร้อมกับค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่า ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่กระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาตลาดหุ้นไทย มองหุ้นขนาดใหญ่ได้ประโยชน์ อาทิ ธนาคาร พลังงาน รวมถึงค้าปลีก ถัดมาจะ เป็นตัวเลข PPI ของสหรัฐฯในวันพุธ Bloomberg คาดการณ์จะขยายตัว +8.8%YoY -0.1%MoM หากต่ำกว่าคาดก็จะเป็นบวกต่อตลาดหุ้น ส่วนวันพฤหัสจะเน้นหลักไปที่ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ประกอบไปด้วย (1) ดัชนีภาคการผลิตรัฐนิวยอร์ก Bloomberg คาดการณ์ที่ -15 (2) ยอดค้าปลีกสหรัฐ Bloomberg คาดจะทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อน หากประกาศต่ำกว่าคาดการณ์ก็จะยิ่งทำให้ตลาดผ่อนคลายกับเงินเฟ้อ แต่อย่างไรก็ตามด้วยตลาดหุ้นไทยหรือแม้กระทั่ง Dow Jones ปรับขึ้นมาจากจุดต่ำสุดแล้ว 7.9% และ 7.6% ตามลำดับ ก็เชื่อว่าสะท้อนปัจจัยบวกเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดไปพอสมควรดังนั้นมิได้คาดหวัง Upside เยอะ เท่าใดนักหากเงินเฟ้อประกาศต่ำกว่าคาด ขณะเดียวกันเงินเฟ้อที่ 8% ก็ยังห่างไกลจากเป้าหมายของประธาน FED ที่ย้ำชัดว่าต้องการที่ 2% ดอกเบี้ยของ FED จึงยังมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อแม้เงินเฟ้อจะผ่านจุดสูงสุด โดยสัปดาห์นี้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET 1640 - 1670 เชิงกลยุทธ์การลงทุนหากตลาดหุ้นปรับขึ้นยังมองเป็นโอกาสลดพอร์ตมากกว่าจะไล่ราคาเนื่องจากระดับ Valuation ที่มิได้ถูกประกอบกับยังมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะทรงตัวสูงและดอกเบี้ยยังปรับขึ้นต่อ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้น ส่วนหุ้นแนะนำได้แก่กลุ่มน้ำมัน (PTTEP) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK SCB TISCO) ค้าปลีก (BJC CRC CPALL DOHOME) สื่อสาร (ADVANC)
PTTEP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 179.00 บาท) คาดคาดกำไรโตแข็งแกร่งต่อเนื่องใน 2H22 เพราะผู้บริหารให้แนวทางปริมาณขายที่โตอีก 16% YoY และ 9% HoH เป็น 487kBOED หนุนจากการเร่งผลิตจากโครงการ G1/61 (เอราวัณ) และแอลจีเรียที่เริ่มเดินเครื่องใน 2Q22 นอกจากนี้บริษัทจะรับรู้ปริมาณขายเต็มปีจากโครงการ Malaysia Block H และ Oman block 61 ในปี 2022
KBANK (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 174.00 บาท) คงประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่ 14% YoY สำหรับปี 2022 และ 10% YoY ในปี 2023 หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองหนี้ฯ ที่ลดลง คาดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ลดลงเป็น 150bp ในปี 2022 และ 130bp ในปี 2023 เทียบกับ 173bp ในปี 2021
Webull เข้าถือหุ้น Pi Securities เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจในประเทศไทย
คำชี้แจงเกี่ยวกับข่าวการจำหน่ายเงินลงทุนใน บล. พาย ของผู้ถือหุ้นใหญ่ (CGH) ให้กับ วีบูลล์ โฮลดิ้งส์ (สิงคโปร์)
บล.พาย (Pi) คว้าทริปเปิลแชมป์ SET - TFEX Broker Champion ในงาน SET in the City 2026
Pi ร่วม TFEX ยกระดับการลงทุนทองคำออนไลน์ ผ่าน "Mini Gold Online Futures" เทรดได้แล้ววันนี้
โกลเบล็ก ติดอาวุธ AI อัจฉริยะ ดัน "Quanto KIKO" Flagship ใหม่ เร่งขยายพอร์ต High Net Worth ปั๊ม AUM ทะลุ 2 หมื่นล้านบาท
บลจ.อีสท์สปริง เปิดตัวกองทุนใหม่ "ES-QUANTABS" มีกลยุทธ์ Long/Short สร้างโอกาสรับผลตอบแทนในหลากหลายสภาวะตลาด ไม่ยึดติดทิศทางตลาด
KGI คว้ารางวัลบริษัทหลักทรัพย์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ตอกย้ำผู้นำธุรกิจหลักทรัพย์ไทย
บลจ.ไทยพาณิชย์ มอง Space Economy เมกะเทรนด์บทต่อไป พร้อมเปิดตัวกองทุนใหม่ SCBSPACE และ SCBUSDSPACE รับโอกาสการเติบโตระยะยาว เปิดขาย IPO 20 - 30 ก.ค. นี้
โกลเบล็ก มองหุ้นไทยผันผวน ชี้เป้าลงทุน 4 หุ้นโรงไฟฟ้ารับแผน PDP ฉบับใหม่