SCBเจาะกลุ่มลูกค้าเวลธ์เสนอขายกองทุนSCBDSHARC1YA ในวันที่ 1-9 กันยายนนี้ เน้นลงทุนตราสารหนี้ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงราคาทองคำ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ธนาคารไทยพาณิชย์ เตรียมเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Double Structured Complex Return 1 YA ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SCBDSHARC1YA )ระหว่างวันที่ 1 - 9 กันยายน 2565 เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเวลธ์ มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท อายุ 1 ปี เงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท เน้นลงทุนตราสารหนี้ เงินฝาก ตราสารการเงิน ทั้งในและหรือต่างประเทศ ในสัดส่วน 99.25% ส่วนที่เหลือ 0.75% ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่จ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับราคาทองคำ คาดทิศทางทองคำยังเป็น Sideway ในอีก1 ปีข้างหน้าจากอุปสงค์ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกเข้าช้อนซื้อไว้เป็นทุนสำรอง การเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway จึงเหมาะที่จะใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงของกองทุนSCBDSHARC1YAเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร เพิ่มมูลค่าให้พอร์ตลงทุนในช่วงเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย

SCBเจาะกลุ่มลูกค้าเวลธ์เสนอขายกองทุนSCBDSHARC1YA ในวันที่ 1-9 กันยายนนี้ เน้นลงทุนตราสารหนี้ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงราคาทองคำ

นายศรชัย สุเนต์ตา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment office and product และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย CIO office ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารจะเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Double Structured Complex Return 1 YA ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SCBDSHARC1YA) ในวันที่ 1-9 กันยายน 2565 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท อายุโครงการ 1 ปี เงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท นับเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน จัดอยู่ในระดับความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง (ระดับ5)

กองทุน SCBDSHARC1Y มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือ เงินฝาก ตราสารทางการเงินที่เสนอขายในประเทศ และ/หรือ ต่างประเทศ รวมทั้งหลักทรัพย์ หรือ ทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานก.ล.ต.โดยอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้หรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) รวมกันทั้งสิ้นประมาณร้อยละ 99.25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ( NAV) โดยมีเป้าหมายให้เงินส่วนนี้เติบโตครอบคลุมเงินต้นกองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า(Derivatives)เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging)จากอัตราแลกเปลี่ยน ( Foreign Exchange Rate risk ) ทั้งจำนวน

นอกจากนี้ กองทุนจะแบ่งเงินลงทุนประมาณร้อยละ 0.75 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives ) เช่น สัญญาออปชั่น (Option) ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับราคาทองคำ Gold spot (XAUUSD) ตามเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน เพื่อเปิดโอกาสให้กับกองทุนสามารถแสวงหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำ Gold spot

กองทุน SCBDSHARC1YA สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดทุนของเงินต้น ผ่านการเลือกลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ ทั้งตราสารหนี้และเงินฝากของผู้ออกตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ Investment grade ขึ้นไป พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนชดเชยใกล้เคียงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และโอกาสรับผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่น ที่จ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับราคาทองคำ (XAUUSD) สำหรับผลตอบแทนคาดการณ์ของกองทุนสามารถเกิดขึ้นได้จาก 3 กรณีดังนี้

กรณีที่ 1 ) ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ ทำการวันใดวันหนึ่งตลอดอายุสัญญาออปชั่น ปรับลดลงมากกว่า -10% หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า + 10% เมี่อเทียบกับราคาสินทรัพย์ ณ วันเริ่มต้นสัญญา (Knockout) จะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนบวกผลตอบแทนชดเชย 0.25% ณ วันครบอายุโครงการ

กรณีที่2) ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาไม่เปลี่ยนแปลง หรือปรับเพิ่มขึ้นไม่เกิน + 10% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์ ณ วันเริ่มต้นสัญญา จะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนบวกผลตอบแทบจากออปชั่น

กรณีที่ 3) ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วัน พิจารณาปรับลดลงไม่เกิน -10% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์ ณ วันเริ่มต้นสัญญาจะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนบวกผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่น(หากราคาสินทรัพย์ติดลบแต่ผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่น ยังจ่ายผลตอบแทนเป็นบวก)

ตัวอย่างการคำนวณผลตอบแทนของกองทุน SCBDSHARC1YA สมมติฐานเงินลงทุน 1,000,000 บาท ตัวอย่าง กรณีไม่มีการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน USD /THB จะได้รับผลตอบแทนดังนี้

  1. ราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับขึ้นหรือลดลงเกินกรอบ -10%,+10% = Knockout จะได้รับผลตอบแทนจาก ออปชั่น = 0 % ผลตอบแทนรวม = เงินต้น + ผลตอบแทนชดเชย (1,000,000 + 2,500 บาท )= 1,002,500 บาท
  2. ราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่เกิน+10% ผลตอบแทนจากออปชั่น = 50% x (ดัชนีอ้างอิง ณ วันที่
    พิจารณา หาร ดัชนีอ้างอิง ณ วันเริ่มต้น ลบ 1 เช่น 50% x (1,080 /1,000 -1) x 1,000,000 บาท = 0.04 x 1,000,000 บาท = 40,000 บาท ดังนั้น จะได้รับเงินต้นบวกผลตอบแทนจากออปชั่น = 1,040,000 บาท
  3. ราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับตัวลดลงไม่เกิน -10% ผลตอบแทนจากออปชั่น= 50% x (ดัชนีอ้างอิง ณ วันที่ พิจารณา หารดัชนีอ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา - 1 เช่น 50% x (920 /1,000 -1) x 1,000,000 บาท = 0.04 x 1,000,000 = 40,000 บาท ดังนั้น จะได้รับเงินต้นบวกผลตอบแทนจากออปชั่น 1,000,000 + 40,000 บาท = 1,040,000 บาท

ตัวอย่างกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน USD / THB จะได้รับผลตอบแทนดังนี้

กรณีที่ 1 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ณ วันเริ่มต้นสัญญา อยู่ที่ 35 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์ และวันที่พิจารณาดัชนี อ้างอิง อยู่ที่ 30 บาทต่อดอลล่าร์ มีวิธีการคำนวณดังนี้ อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิงหาร อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันเริ่มต้นสัญญา เช่น ( 30 / 35 = 0.86 ) การเปลี่ยนแปลงของ ดัชนีอ้างอิง ณ วันครบอายุสัญญาหาร ดัชนีอ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา (1,080 / 1,000) -1 = 0.08 ดังนั้น ผลตอบแทน (50% x 0.08 )x 0.86 x1,000,000 = 34,400 บาท โดยจะได้รับผลตอบแทนรวม เงินต้น +ดอกเบี้ย + ออปชั่น = 1,034,400 บาท

กรณีที่ 2 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ณ วันเริ่มต้นสัญญา อยู่ที่ 35 บาทต่อดอลล่าร์ และวันที่พิจารณาดัชนีอ้างอิง อยู่ที่ 40 บาทต่อดอลล่าร์ โดยคำนวณดังนี้ อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง หาร อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันเริ่มต้นสัญญา เช่น (40 / 35 = 1.14) การเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง ณ วันที่พิจารณา หาร ดัชนีอ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา (1,080 / 1,000) -1 = 0.08 ผลตอบแทน (50% x 0.08 )x 1.14 x1,000,000 = 45,600 บาท จะได้รับผลตอบแทนรวมเงินต้น + ดอกเบี้ย+ ออปชั่น = 1,045,600 บาท

สำหรับทิศทางของราคาทองคำ ที่ใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงในการลงทุนนี้ มองว่ามีทิศทางเป็น Sideway ในอีก 1 ปีข้างหน้า หลังมีอุปสงค์ต่อทองคำจากธนาคารกลางหลายแหล่งในโลกเข้าช้อนซื้อทองคำเพื่อใช้เป็นทุนสำรองในยามที่ราคาทองคำอ่อนค่าลงจากแรงกดดันของอัตราดอกเบี้ยสหรัฐที่ยังปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และมองว่ากระแสการดำเนินการเช่นนี้จะมีอยู่ต่อไปจนถึงปีหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ การเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway นี้จึงเหมาะสมที่จะใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงสำหรับการลงทุนใน กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Double Structured Complex Return 1 YA ที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับลูกค้าได้แม้ในยามที่ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำเป็น Sideway

นายศรชัย กล่าวต่อไปว่า แนวโน้มทิศทางค่าเงินบาท ในระยะสั้น เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า เช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค โดยคาดว่าค่าเงินบาทจะอยู่ในช่วง 35.5 - 36.5 ต่อดอลล่าร์สหรัฐ เนื่องจาก การเร่งดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลให้ส่วนอัตราดอกเบี้ย ( Rate differential ) ระหว่าง US และประเทศต่างๆปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยของโลก และสงครามรัสเซียที่กระทบกลุ่มยุโรปรุนแรง ส่งผลให้นักลงทุนปิดรับความเสี่ยง และเข้าลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ด้านประเทศไทย ดุลบัญชีเดินสะพัดยังขาดดุลอยู่ในไตรมาส 3 จากราคาพลังงานที่สูง ส่งผลให้มูลค่าการนำเข้าปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ เงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ถือเป็นอีกปัจจัยที่กดดันค่าเงินบาท แต่อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทจะไม่อ่อนค่าอีกมากนัก เนื่องจากนักลงทุนได้ Price -in ความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจโลกถกถอยไปมากแล้ว อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย ยังดูแลความผันผวนของค่าเงินบาทผ่านการใช้เงินทุนสำรอง

ทั้งนี้ ค่าเงินบาท ในช่วงไตรมาส 4 มีแนวโน้มกลับมาแข็งค่าขึ้นในกรอบ 35-36 บาท ต่อดอลล่าร์สหรัฐ จากเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้น Portfolio flow จากนักลงทุนต่างชาติ ทางด้านดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มกลับมาเกินดุล จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมัน และค่าระวางเรือที่มีแนวโน้มลดลง และการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟดมีแนวโน้มช้าลงในไตรมาส 4

คำเตือน

  • ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน
  • การลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนซึ่งมีปัจจัยอ้างอิง มีความแตกต่างจากการลงทุนในปัจจัยอ้างอิงโดยตรงจึงอาจทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีความผันผวนแตกต่างจากราคาของปัจจัยอ้างอิงได้ (ในกรณีที่เป็นกองทุนรวมที่มีปัจจัยอ้างอิง(underlying asset) และกำหนดเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนโดยอ้างอิงกับปัจจัยอ้างอิงดังกล่าว
  • กองทุนที่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • กองทุนยังคงมีความเสี่ยงผิดชำระหนี้ (default risk) ที่เกิดขึ้นจากการผิดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร เงินฝาก ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนได้
  • ศึกษาข้อมูลกองทุนหลักและหนังสือชี้ชวนกองทุนที่ร่วมรายการเพิ่มเติมได้จาก website ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม www.scbam.com และสามารถศึกษารายละเอียดกองทุนรวมเพิ่มเติมผ่าน SCB EASY App

ข่าวกองทุนเปิดไทยพาณิชย์+ธนาคารไทยพาณิชย์วันนี้

กองทุน SCBVALUEE จาก บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุน e-class หุ้นไทยคุณภาพ วิเคราะห์การลงทุนผ่าน Machine Learning คว้ารางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี จาก Morningstar Awards for Investing Excellence 2026

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM ประสบความสำเร็จอีกครั้งบนเวทีรางวัลระดับสากล โดย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Thai Equity Value Portfolio (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์) หรือ SCBVALUEE ได้รับรางวัล กองทุนหุ้นไทยขนาดกลางและขนาดเล็กยอดเยี่ยม (Best Thailand Mid/Small-Cap Equity Fund) จากงาน Morningstar Awards for Investing Excellence 2026 ซึ่งจัดโดย Morningstar ผู้นำการให้บริการข้อมูลและบทวิเคราะห์การลงทุนระดับโลก โดยรางวัลดังกล่าวพิจารณาจากผลการดำเนินงานของกองทุนที่โดดเด่นตอบโจทย์ตาม

นายอาชวิณ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริห... บลจ.ไทยพาณิชย์ เตรียมจ่ายปันผล 2 กองทุนเด็ด SCBBLN และ SCBS&P500 24 มิถุนายนนี้ — นายอาชวิณ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดกา...