การสำรวจซึ่งร่วมกันจัดทำโดยซีจีทีเอ็น ธิงค์แท้งค์ (CGTN Think Tank) และสถาบันความคิดเห็นสาธารณะแห่งมหาวิทยาลัยเหรินหมินของจีน ระบุว่า ผู้ตอบแบบสำรวจ 78.34% จาก 22 ประเทศ เชื่อว่าเศรษฐกิจจีนกลายเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
การสำรวจได้สัมภาษณ์ผู้ตอบแบบสำรวจที่มีอายุเฉลี่ย 38.64 ปี จากประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น รวมถึงประเทศกำลังพัฒนา เช่น บราซิล อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแอฟริกาใต้
กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจมีการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดย 54.71% มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และ 15.22% มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า 91.46% ของผู้ตอบแบบสำรวจจากแอฟริกาต่างชื่นชมความสำเร็จทางเศรษฐกิจของจีนอย่างมาก โดยเชื่อว่าจีนได้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ส่วนผู้ตอบแบบสำรวจจากยุโรปตามมาไม่ห่างที่ 81.6% ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจจากอเมริกาเหนืออยู่ในอันดับสามที่ 78.09%
ผลสำรวจยังระบุด้วยว่า 84.13% ของผู้ตอบแบบสำรวจจากประเทศในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ต่างชื่นชมความสำเร็จทางเศรษฐกิจของจีนอย่างมาก ขณะเดียวกัน 84.02% ของผู้ตอบแบบสำรวจจากประเทศกำลังพัฒนามีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจจีน
ในแง่ของความคาดหวังในอนาคตนั้น 76.23% ของผู้ตอบแบบสำรวจคาดหวังว่าจีนจะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจโลก
ระเบียบโลกในอนาคต
มีผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 6.31% ที่เชื่อว่าโลกจะเป็นขั้วเดียวในอนาคตและถูกครอบงำโดยสหรัฐอเมริกา ขณะที่ 34.55% ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด คิดว่าโลกแบบหลายขั้วมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากที่สุด
ผู้ตอบแบบสำรวจ 56% จากทั้งประเทศพัฒนาแล้วและเศรษฐกิจเกิดใหม่เชื่อว่า เหตุผลที่แท้จริงที่นักการเมืองในโลกตะวันตกส่งเสริมแนวคิด "ภัยคุกคามจากจีน" เป็นเพราะ "ความกดดันและความวิตกกังวล" ที่มีต่อการผงาดขึ้นมาของจีน
แนวคิดของจีนว่าด้วย "ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน" ซึ่งให้ความสำคัญกับมนุษยชาติในภาพรวม และแสวงหาแนวทางใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ได้รับการสนับสนุนจากผู้ตอบแบบสำรวจ 61.29%
การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วของจีน
ในแง่ของการพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็วของจีนนั้น ผู้ตอบแบบสำรวจประทับใจมากที่สุดกับการพัฒนา 5G ปัญญาประดิษฐ์ และรถไฟความเร็วสูง
ในแอฟริกา ผู้ตอบแบบสำรวจ 73.87% รู้สึกประทับใจ 5G ของจีนมากที่สุด และ 55.28% ยกย่องรถไฟความเร็วสูงของจีน ส่วนในยุโรป ผู้ตอบแบบสำรวจ 52.77% รู้สึกประทับใจกับความก้าวหน้าของจีนในด้านปัญญาประดิษฐ์
ชาวจีนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวของจีนเพิ่มขึ้นจาก 6,100 ดอลลาร์ เป็นมากกว่า 12,000 ดอลลาร์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้ตอบแบบสำรวจ 76.65% มองว่าน่าทึ่งมาก และกว่า 70% ของผู้ตอบแบบสำรวจจาก 5 ทวีปเชื่อว่าจีนกำลังร่ำรวยขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งนี้ ผู้ยากไร้ในชนบทเกือบ 100 ล้านคนในจีนได้รับการช่วยเหลือจนหลุดพ้นจากความยากจนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นเพราะเหตุผลหลักสองประการคือ เศรษฐกิจจีนสามารถรักษาระดับการเติบโตอย่างรวดเร็ว และผู้นำจีนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเดินหน้าสู่เป้าหมายที่วางไว้
ผลสำรวจระบุว่า ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางด้านสิทธิมนุษยชนของจีน โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 57.36% เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า "จีนส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในทางปฏิบัติตามความเป็นจริงเสมอมา"
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1876528/image_5009787_30625582.jpg
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1876529/image_5009787_30625644.jpg
'พรินซิเพิล' แนะโอกาสลงทุนหุ้นญี่ปุ่นคุณภาพรับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างสู่ยุคใหม่ และสิ้นสุดภาวะเงินฝืด Sanaenomics ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโตเชิงยุทธศาสตร์
ออมสิน เปิดโครงการ GSB Smart Franchise 2026 อัพสปีดแฟรนไชส์ไทย ปั้นผู้ประกอบการหน้าใหม่บุกตลาดอย่างมั่นใจ
MEDEZE ขนทัพนวัตกรรมสเต็มเซลล์ร่วม ALES 2026 พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ Healthcare แห่งอนาคต
SiS Cloud ชูจุดเด่น cloud storage ความเร็วสูง รองรับการขยายตัวของ Big Data ในระดับองค์กร
วว. จับมือ ไบโอบลูม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยนวัตกรรมแยกก๊าซ CO2 จากก๊าซชีวภาพ ยกระดับเกษตรกรรมฟาร์มปิดอัจฉริยะ มุ่งสู่ Net Zero
EXIM BANK แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เสริมแกร่ง เสริมเงินทุน เสริมความรู้ ช่วยผู้ประกอบการไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก
กรุงไทยครบ 60 ปี ยกทัพการเงิน-การลงทุน ร่วมงาน "Money Expo 2026 Bangkok" 7-10 พ.ค.นี้
UBE เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ยกระดับความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ชูลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร เกือบ 30% ตอกย้ำมาตรฐาน ISO 14064-1 ปีที่ 2
34 ปี กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าผสานพลัง IP ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ พลิกเกม SMEs ไทยก้าวผ่านความท้าทาย สู่โอกาสเติบโตในเวทีโลกอย่างยั่งยืน