มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายน 2565 เติบโตสูงถึงร้อยละ 93.86 มีมูลค่า 8,713.27 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือคิดเป็น 286,091.04 ล้านบาท) ทั้งนี้ เมื่อหักทองคำฯ ออก การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่แท้จริงมีมูลค่า 3,851.32 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือคิดเป็น 127,597.83 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 39.82
นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย จัดได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจการค้าของประเทศ โดยเห็นได้จากตัวเลขการส่งออก 6 เดือนแรก (มกราคม - มิถุนายน 2565) มีการเพิ่มขึ้นติดต่อกัน และตลาดส่งออกสำคัญของไทยส่วนใหญ่ก็ยังมีอัตราการขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของการบริโภคจากการเปิดประเทศในหลายประเทศทั่วโลก และการขยายตัวของการลงทุนจากการเพิ่มระดับสินค้าคงคลังที่ลดลงไปในช่วงก่อนหน้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยจะกลับมาพลิกฟื้นหลังจากภาวะทรงตัว ซึ่งมาจากผลกระทบของโควิด-19 อยู่กว่า 2 ปี พร้อมกับสั่งการให้สถาบันมุ่งเน้นการผลักดันระบบมาตรฐานเพื่อสร้างการยอมรับให้กับผู้ซื้อ และ สร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย
อัญมณีและเครื่องประดับไทยถือได้ว่าเป็นสินค้าสำคัญที่ทำรายได้เข้าสู่ประเทศได้สูงเป็นอันดับ 3 ในปี 2564 ในบรรดาสินค้าส่งออกเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจของประเทศทั้งหมด เมื่อรวมกับมูลค่าการค้าภายในประเทศด้วยแล้ว ก่อให้เกิดเม็ดเงินถึงปีละเกือบ 1 ล้านล้านบาท อีกทั้งยังก่อให้เกิดการจ้างแรงงานเกือบ 7 แสนคนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ปัจจุบันมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2565 เติบโตได้ร้อยละ 93.86 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า 4,494.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ 8,713.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นสินค้าส่งออกในอันดับที่ 3 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.84 ของสินค้าส่งออกโดยรวมของไทย ทั้งนี้ หากนำมูลค่าดังกล่าวข้างต้นหักออกด้วยการส่งออกทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูป พบว่า การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่แท้จริงมีมูลค่า 3,851.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 39.82โดยตัวเลขการส่งออกของไทยในสินค้าหลักรวมทั้งอัญมณีและเครื่องประดับนั้นมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องสอดคล้องกับภาคการการผลิตของโลกและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเมื่อพิจารณาดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลก (Global Manufacturing PMI) พบว่า ยืนอยู่เหนือระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 ซึ่งหมายถึงว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัว รวมทั้งอานิสงส์จากค่าเงินบาทอ่อน เป็นปัจจัยสนับสนุนการส่งออกของไทย โดยตลาดส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยที่สำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา สหราช-อาณาจักร สหภาพยุโรป รวมทั้งอินเดีย ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง ล้วนขยายตัว สอดรับกับการเปิดประเทศในขณะนี้
และเพื่อการสร้างยอดขายอัญมณีและเครื่องประดับไทย ในฐานะของการเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับสถาบัน และ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เตรียมจัดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 67(67th Bangkok Gem and Jewelry Fair หรือ BGJF) ขึ้น ระหว่างวันที่ 7- 11 กันยายน 2565 ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งมีผู้ประกอบการค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลกกว่า 800 บริษัท ร่วมออกบูธกว่า 2,000 คูหา และคาดว่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมงานกว่า 10,000 ราย สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท โดยสถาบันได้เปิดให้บริการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับ ณ คูหา A01,03,05 และ B02,04,06 ตลอดระยะเวลาการจัดงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่ต้องการเลือกซื้ออัญมณีและเครื่องประดับอย่างมั่นใจ
สินิตย์ ดัน GIT สร้างแต้มต่อความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับผ่านมาตรฐานห้องปฏิบัติการ GIT STANDARD หลัง Lab ต่างชาติตื่นตัว
พาณิชย์ ดัน GIT สร้างแต้มต่อความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับผ่านมาตรฐานห้องปฏิบัติการ GIT STANDARD
สินิตย์ เร่ง GIT เฟ้นหานักออกแบบหน้าใหม่ผ่านโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 16
อัญมณีอาเซียนคึกคัก! JGAB 2026 ดึงผู้ร่วมงานกว่าหมื่นราย จาก 80 ประเทศ สะท้อนดีมานด์โลกพุ่ง
GIT จุดกระแส "RE WORTH" ในกรุงเทพฯ พลิกโฉมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่ความยั่งยืน
GIT ลุยอุบลราชธานี เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ "GIT RE WORTH" ยกระดับผู้ประกอบการเครื่องประดับไทย ด้วยนวัตกรรมวัสดุรักษ์โลกสู่ตลาดสากล
GIT ปักหมุดนครศรีธรรมราช ดันโครงการ "GIT RE WORTH" ผสานนวัตกรรม-วัสดุรักษ์โลก ยกระดับธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับไทย
ส่องไฮไลต์ JGAB 2026 ปรากฏการณ์เหนือระดับแห่งอุตสาหกรรมอัญมณีอาเซียน ใจกลางกรุงเทพฯ 22-25 เม.ย. 69 นี้ ณ ศูนย์สิริกิติ์ฯ