นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ประเมินเดือนมิถุนายน SET Index แกว่งตัว Sideways อิงทางลง โดยมีกรอบแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1600-1620 จุด และยังคงมองเช่นเดิมว่าระดับดัชนีที่อยู่สูงเกินกว่า 1650 จุดขึ้นไปถือเป็นโซนที่เปราะบางในแง่ของ Valuation โดยเฉพาะในส่วนของมาตรวัด Earning yield gap (EYG) ที่ยังคงอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยพอสมควร
ในเชิงกลยุทธ์ แนะ Wait & See หลังขายทำกำไรหุ้นไปแล้ว และรอการตั้งรับใหม่ตามบริเวณแนวรับที่ให้ไว้ หรืออาจรอให้ Bond yield สหรัฐฯ 10 ปีลงมาแถวบริเวณ 2.5% เสียก่อน เนื่องจากจะทำให้ EYG ของตลาดหุ้นไทยดูดีขึ้น
นายณัฐชาต กล่าวว่า สินทรัพย์หนึ่งที่น่าสนใจในเดือนนี้คือพันธบัตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพันธบัตรระยะยาวที่มักจะเป็นสินทรัพย์ที่สามารถ Hedging ต่อความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งเราประเมินว่าจะมี Probability มากขึ้นหากราคาพลังงานและราคาอาหารในตลาดโลกยังคงอยู่สูงเช่นนี้ต่อไป ที่สำคัญเราเริ่มเห็นว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่ประกาศออกมาสูงในแต่ละประเทศ เริ่มไม่ได้ยึดเหนี่ยวคาดการณ์เงินเฟ้อในอนาคตให้ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว จึงมอง Upside ของ Bond yield ในช่วงถัดไปค่อนข้างจำกัดแล้ว นอกจากนั้น Earning yield gap ของตลาดหุ้นหลายๆประเทศตอนนี้ก็ยังอยู่ค่อนข้างต่ำ บ่งชี้ถึงความน่าสนใจของ Bond เมื่อเทียบกับหุ้นได้เป็นอย่างดี
ส่วนในรายของตัวหุ้นนั้น หากต้องเลือกลงทุน เรายังคงแนะถือครองหุ้นกลุ่ม Defensive ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Healthcare (BDMS, BCH, CHG, IMH), Consumer Staples (CPALL, MAKRO, BJC), Utilities (EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, BPP, CKP) โดยเริ่มชื่นชอบกลุ่ม Utilities มากขึ้น จากการมีคุณลักษณะคล้ายคลึงกับพันธบัตร (Bond-like) ค่อนข้างมาก ซึ่งเราคาดว่าจะเป็นสินทรัพย์ที่ Outperform ในช่วงถัดไป นอกจากนั้น หุ้นอีกกลุ่มที่น่าจะได้อานิสงส์หาก Bond yield ในช่วงถัดไปทยอยปรับลง ก็คือกลุ่ม Property Fund / REIT/ Infrastructure fund ซึ่งมองว่าค่อนข้างมีความมั่นคงในสภาวะที่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ แนะนำจัดสรรน้ำหนักในพอร์ตโฟลิโอไปยังสินทรัพย์เหล่านี้มากขึ้นได้
สำหรับปัจจัยที่ทุกคนเฝ้าติดตามในเดือนนี้คงหนีไม่พ้นการประชุมของธนาคารกลางสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Fed, ECB, BoE, BoJ รวมถึงธปท. ซึ่งจากการประเมินของเรา เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์มากนัก เนื่องจากก่อนหน้านี้ นักลงทุนได้ Price in แนวนโยบายการเงินที่เข้มงวดไปอย่างมากแล้ว โดยเฉพาะ Fed ที่นักลงทุนมีการ Price in ประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 50bps ไปยัง 3 ครั้งการประชุมข้างหน้าแล้ว รวมไปถึงประเด็นการลดขนาดงบดุลด้วยเช่นกัน ส่วนทางฝั่งกนง.ที่จะมีการประชุมกันในวันที่ 8 มิ.ย.นั้น คาดว่าจะยังคงแสดงจุดยืนถึงการคงนโยบายดอกเบี้ยต่ำต่อไป แต่แนะติดตามประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่ ว่าจะมีการปรับลดลงอีกครั้งหรือไม่ โดยเฉพาะภาคอุปสงค์ในประเทศและดุลบัญชีเดินสะพัด หลังราคาน้ำมันยังคงยืนอยู่ในระดับสูง
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.193 บาท วันที่ 10 ก.ย. 2569 นี้
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 25 ในอัตรา 0.26500 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้
Liberator เปิดคลาสออนไลน์ฟรี สอนวางแผนสร้าง Passive Income ตั้งเป้าหมายผลตอบแทนจากการลงทุน เดือนละ 30,000 บาท ด้วยหุ้นปันผล
บล.เคพีเอ็ม โชว์ฟอร์มแกร่ง ปิดหุ้นกู้ STELLA-RML คืนหนี้หุ้นกู้ครบ ขายหมดตามเป้า
3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้
PHAT เปิดจองซื้อหุ้น IPO วันแรก นักลงทุนตอบรับล้นหลาม จ่อลงสนามเทรดตลาด mai 20 ส.ค.นี้
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย " ES-SET50DV2 และ ES-TSARN"รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้
บล.พาย (Pi) คว้ารางวัล TFEX Broker Champion อันดับ 3 ในงาน SET สัญจร เชียงใหม่ 2026
K-WealthPLUS Series ทะลุแสนล้าน! KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต