บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ "Pi" "พาย" มองว่า วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้น Dow Jones ปรับฐานลง 1.05% จากหน้าข่าวรายงานว่านักลงทุนวิตกกังวลการเปิดเผยข้อมูลจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐจะสนับสนุนให้ FED เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 3.9 แสนตำแหน่งสูงกว่าตลาดประเมินที่ 3.25 แสนตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานอยู่ที่ 3.6% แย่กว่าตลาดประเมินที่ 3.5% พร้อมกับค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงขยายตัว 0.3%MoM ต่ำกว่าตลาดประเมินที่ 0.4%MoM อย่างไรก็ตาม เรากลับตั้งข้อสังเกตว่าตลาดน่าจะวิตกกังวลกับตัวเลขเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มากกว่าเพราะหากประเมินแล้วพบว่าตัวเลขการจ้างงานต่ำสุดในรอบ 1 ปีสอดคล้องกับการรายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ในวันพุธที่ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ค่อนข้างเยอะ ขณะเดียวกัน Elon Musk ได้ส่ง EMAIL ถึงผู้บริหาร TESLA ระบุว่าอาจต้องลดพนักงานลงราว 10% เพราะรู้สึกแย่กับภาวะเศรษฐกิจ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.8% แม้กลุ่ม OPEC+ จะเพิ่มกำลังการผลิตเข้ามา 6.48 แสนบาร์เรล / วัน สูงกว่ากำหนดการเดิม 4.32 แสนบาร์เรล แต่ถึงกระนั้นก็มิส่งผลลบต่อราคาน้ำมัน โดยตลาดให้น้ำหนักกับอุปสงค์จากจีนมากกว่าหลังคลาย Lock Down
สัปดาห์นี้ปัจจัยหลักของตลาดได้แก่การรายงานภาวะเงินเฟ้อทั้งไทยและของสหรัฐฯ สำหรับประเทศไทยมีกำหนดรายงานในเช้าวันจันทร์ Bloomberg คาดว่าอัตราเงินเฟ้อประจำเดือน พ.ค. จะขยายตัว 5.9%YoY เรามองว่าภาวะเงินเฟ้อไทยยังมีโอกาสขยายตัวต่อในเดือน มิ.ย. สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดีเซลในประเทศที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลังจากรัฐบาลเริ่มชดเชยในอัตราส่วนที่น้อยลง จึงถือเป็นความเสี่ยงต่อทั้งเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนที่มีโอกาสเพิ่ม Downside Risk ต่อประมาณการ โดยกลุ่มที่ต้องระมัดระวังได้แก่สินค้าฟุ่มเฟือย (COM7 SIS SYNEX) ถัดมาจะเป็นเงินเฟ้อสหรัฐฯในวันศุกร์ Bloomberg ประเมินที่ +8.3%YoY +0.7%MoM ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน +5.9%YoY +0.5%MoM เป็นที่น่าสังเกตว่าเงินเฟ้อสหรัฐยังคงขยายตัวต่อเนื่อง MoM ดังนั้นการจะบอกว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯผ่านจุดสูงสุดแล้วอาจยังไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง สุดท้ายจะเป็นการประชุม กนง. ในวันพุธ Bloomberg คาด กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับเดิม 0.5% แต่มีจุดน่าสนใจคือมีนักเศรษฐศาสตร์บางท่านเริ่มเห็นว่า กนง. อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาที่ 0.75% เชิงกลยุทธ์การลงทุนทยอยลดน้ำหนักการลงทุนเนื่องจากในช่วงถัดไปมีความเสี่ยงจากหลายปัจจัย ส่วนระยะสั้นแนะนำกลุ่มน้ำมัน (PTTEP) กลุ่มที่ผลกระทบจากเงินเฟ้อจำกัด อาทิ สื่อสาร (ADVANC INTUCH) ค้าปลีก (BJC CPALL) โรงพยาบาล (BCH CHG) ประเมินกรอบสัปดาห์นี้ 1625 - 1660
PTTEP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 179 บาท) ได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบ BRT , WTI ที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง เช้านี้ยังคงปรับขึ้นต่อเนื่องอีก 1.4% แม้ OPEC+ จะปรับขึ้นกำลังการผลิต 50% แต่ก็ยังมิสามารถช่วยให้ราคาน้ำมันปรับลง สะท้อนอุปทานขาด
BCH (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 21.00 บาท) หากไม่รวมรายได้จากเคสโควิด-19 คาดว่ากำไรปี 2022-23 จะก้าวกระโดดขึ้น 2.5 เท่า/1.8 เท่า ตามลำดับ เทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 จึงเชื่อว่าธุรกิจหลักยังมีภาพรวมที่ดี
บล. ดาโอ ยกระดับบริการลงทุนต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม DAOLSEC Smart Foreign รองรับการลงทุนหุ้น ETF และกองทุนหลักต่างประเทศ ในบัญชีเดียว
บลจ.ทิสโก้เปิดกอง TDEFENSE โอกาสสร้างกำไรในอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงของโลก
"โกลเบล็ก" ชี้หุ้นไทยไร้ทิศทาง เซ่นพิษตะวันออกกลางเดือด แนะเก็บหุ้นรับอานิสงส์ศาลสหรัฐฯ ยกเลิกภาษีทรัมป์
KGI ปี 68 ทำกำไร 866 ลบ. พร้อมแจกปันผลหุ้นละ 0.31 บาท
KTAM เจาะโอกาสการลงทุนกลุ่มบริษัทชั้นนำในเวียดนาม IPO กอง KT-VNDIAMOND 4 - 10 มี.ค.นี้
BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3/26' วันที่ 5-9 มี.ค. 2569
บลจ. ไทยพาณิชย์ ประกาศจ่ายปันผล - ลดทุน 4Q68 กลุ่มกองทุนอสังหาฯ - อินฟราฯ ศักยภาพโดดเด่น POPF - CPNCG - DIF มอบผลตอบแทนท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย
SCB Julius Baer เปิดกลยุทธ์ปี 2569 รุกตลาดบริหารความมั่งคั่งระดับสูง รับคลื่นการส่งต่อความมั่งคั่งครั้งใหญ่ในเอเชียและเมืองไทย
SCBAM ชวนทยอยวางแผนออมเพื่อเกษียณตั้งแต่ต้นปี มอบแคมเปญพิเศษ Fund Back สูงสุด 1,600 บาท(*)