บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ "Pi" "พาย" มองว่า วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้น Dow Jones ปรับฐานแรง 2.7% , Nasdaq -3.5% รับแรงกดดันจากการรายงานเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ออกมาขยายตัว 8.6%YoY 1%MoM สูงกว่าตลาดประเมินที่ 8.3%YoY 0.7%MoM และสูงสุดในรอบ 41 ปี ใส้ในแรงหนุนหลักยังมาจากราคาพลังงาน +34.6%YoY , ราคาน้ำมันเบนซิน +48.7%YoY , น้ำมันเตา +106.7%YoY ราคาอาหารรวมๆ +10%YoY ด้านเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน) +6%YoY สูงกว่าตลาดคาดเล็กน้อย (+5.9%YoY) ใส้ในเป็นแรงหนุนจากยานพาหนะใหม่ +12.6%YoY รถมือสองและรถบรรทุก +16%YoY ขณะเดียวกันหากประเมินการเคลื่อนไหวของดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) พบว่าความชันยังคงปรับขึ้นต่อเนื่องบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อสหรัฐยังไม่ถึงจุดสูงสุด นอกจากนี้หากเปรียบเทียบราคาน้ำมันดิบ BRT ช่วงเดือน มิ.ย. จะพบว่าปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง MoM ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อสหรัฐเดือน มิ.ย. อาจจะสูงกว่าเดือน พ.ค. โดยความเห็นของตลาดล่าสุดเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยเชื่อว่าการประชุมเดือน มิ.ย. FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.5%
สัปดาห์นี้ปัจจัยหลักของตลาดจะไปให้น้ำหนักกับการประชุม FED ในวันที่ 14 - 15 มิ.ย. หรือทราบผลอย่างเป็นทางการช่วงเวลาตี 1 ตามเวลาประเทศไทยในวันที่ 16 มิ.ย. สำหรับผลประชุมครั้งนี้ตลาดคาดว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.5% และดอกเบี้ยทั้งปี 22 ตลาดคาดไว้ที่ 3.00% - 3.25% การประชุมครั้งนี้ค่อนข้างความสำคัญเพราะจะเปิดเผยทั้งประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ (GDP , เงินเฟ้อ , ดอกเบี้ยระยะกลาง - ยาว) และมีความเสี่ยงเช่นกัน สำหรับความเสี่ยงการประชุมครั้งนี้นั่นคือความเข้มงวดจาก FED เนื่องจากในการประชุมครั้งก่อน (มี.ค. 22) FED คาดการณ์เงินเฟ้อ (PCE) เฉลี่ยปี 22 เพียง 4.3%YoY แต่ YTD PCE สหรัฐเฉลี่ยอยู่ที่ 5.1%YoY ขณะที่ในอดีตที่ผ่านมาย้อนหลัง 51 ปี พบว่าเฉลี่ยแล้วดอกเบี้ยสหรัฐมักจะอยู่สูงกว่าเงินเฟ้อ PCE ราว 1.5% หากอิงกับคาดการณ์ PCE จาก FED ในปี 23 พบว่าอยู่ที่ 2.7%YoY ดังนั้นเป็นไปได้ที่อาจเห็นดอกเบี้ยสหรัฐขยับไปสูงถึง 4.2% สูงกว่า FED ประเมินไว้ที่ 2.8% ในปี 23 อย่างไรก็ตามดอกเบี้ยที่อยู่ระดับสูงในอดีตมักตามมาด้วยการปรับลงของตลาดหุ้น ปัจจัยอื่นๆในสัปดาห์นี้ได้แก่ (1) การรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐคาดทราบผลทางการในวันอังคารช่วงกลางคืนตามเวลาประเทศไทย Bloomberg คาดที่ 0.8%MoM หากเร่งแรงกว่าคาดก็จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ (2) ยอดค้าปลีกสหรัฐคาดทราบผลวันพุธกลางคืนตามเวลาประเทศไทย Bloomberg ประเมิน จะขยายตัว 0.2%MoM หากเร่งแรงกว่าคาดก็จะเป็นปัจจัยกดดันตลาด สัปดาห์ประเมินต้นสัปดาห์ SET ปรับฐานลงตาม Dow Jones ในวันศุกร์ โดยมองกรอบทั้งสัปดาห์ 1590 - 1630 เชิงกลยุทธ์การลงทุนแนะทยอยลดพอร์ตเช่นเดิมเพราะยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงช่วงถัดไป หุ้นแนะนำเน้น Defensive Stock อาทิ โรงพยาบาล (BCH CHG) สื่อสาร (ADVANC INTUCH) ค้าปลีก (BJC CPALL) ส่งออก (ASIAN TU)
TU (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 22.10 บาท) การปรับราคาทำได้ที่ฝรั่งเศสในช่วง 2Q22 รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตทำให้ช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนลงได้ การออกสินค้าใหม่ๆยังมีอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่ม Value added หนุนผลประกอบการค่อยๆฟื้นตัวและได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท
BEM (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 9.50 บาท) คาดจำนวนการโดยสารรายวันจะแตะระดับ 70% ของช่วงก่อนเกิดวิกฤติโควิดภายใน 3Q22 และคาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติของช่วงก่อนวิกฤติได้ภายในปลายปี 2023 หนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับเข้ามาเกินครึ่งของจำนวนในช่วงก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19
"โกลเบล็ก" จับตาหุ้นไทยฝ่าดงสงครามตะวันออกกลาง ลุ้นตั้ง"รัฐบาลอนุทิน 2"-แนะลงทุนหุ้น Domestic Play
บล. ดาโอ ยกระดับบริการลงทุนต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม DAOLSEC Smart Foreign รองรับการลงทุนหุ้น ETF และกองทุนหลักต่างประเทศ ในบัญชีเดียว
บลจ.ทิสโก้เปิดกอง TDEFENSE โอกาสสร้างกำไรในอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงของโลก
"โกลเบล็ก" ชี้หุ้นไทยไร้ทิศทาง เซ่นพิษตะวันออกกลางเดือด แนะเก็บหุ้นรับอานิสงส์ศาลสหรัฐฯ ยกเลิกภาษีทรัมป์
KGI ปี 68 ทำกำไร 866 ลบ. พร้อมแจกปันผลหุ้นละ 0.31 บาท
KTAM เจาะโอกาสการลงทุนกลุ่มบริษัทชั้นนำในเวียดนาม IPO กอง KT-VNDIAMOND 4 - 10 มี.ค.นี้
BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3/26' วันที่ 5-9 มี.ค. 2569
บลจ. ไทยพาณิชย์ ประกาศจ่ายปันผล - ลดทุน 4Q68 กลุ่มกองทุนอสังหาฯ - อินฟราฯ ศักยภาพโดดเด่น POPF - CPNCG - DIF มอบผลตอบแทนท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย
SCB Julius Baer เปิดกลยุทธ์ปี 2569 รุกตลาดบริหารความมั่งคั่งระดับสูง รับคลื่นการส่งต่อความมั่งคั่งครั้งใหญ่ในเอเชียและเมืองไทย