"คอลเลคเชียส แมกเนท ซีเอ็มเอส" ชื่อใหม่ แต่การันตีด้วยคุณภาพ และประสบการณ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

คอลเลคเชียส (ประเทศไทย) พันธมิตรชั้นนำในการปรับโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินในเอเชีย ประกาศรีแบรนด์บริษัทในเครืออย่างเป็นทางการ จาก "บริษัท แมกเนท กรุ๊ป พลัส จำกัด" เป็น "บริษัท คอลเลคเชียส แมกเนท ซีเอ็มเอส จำกัด" ภายใต้การบริหารงานของเครือบริษัท คอลเลคเชียส ประเทศไทย หลังการเข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา

"คอลเลคเชียส แมกเนท ซีเอ็มเอส" ชื่อใหม่ แต่การันตีด้วยคุณภาพ และประสบการณ์

"บริษัท คอลเลคเชียส แมกเนท ซีเอ็มเอส จำกัด"  เป็นหนึ่งในห้าบริษัทเร่งรัดหนี้สินชั้นนำของไทย ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี บุคลากรกว่า 350 คน และมีผลประกอบการประจำปีกว่า 200 ล้านบาท โดยการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเครือบริษัท คอลเลคเชียส ประเทศไทย ในการเป็นบริษัทบริหารจัดการหนี้แบบครบวงจร ด้วยการต่อยอดทางธุรกิจในการให้บริการติดตามทวงถามหนี้ นอกเหนือจากธุรกิจซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ โดย บริษัท บริหารสินทรัพย์ คอลเลคเชียส  ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 และได้เข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในประเทศไทยไปแล้วโดยมีมูลค่ากว่า 460 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 16,000 ล้านบาท) การรวม บริษัท คอลเลคเชียส แมกเนท ซีเอ็มเอส จำกัด เข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครือบริษัท คอลเลคเชียส (ประเทศไทย) นั้น จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืนในประเทศไทยในระดับที่สูงขึ้นไป

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้นั้นถือเป็นโอกาสที่ดี ภายใต้ภาวะหนี้ของประเทศไทยในปัจจุบันที่สถาบันการเงินต่างกังวลเกี่ยวกับสถานะของหนี้ด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้นจากความเปราะบาง และการฟื้นฟูอย่างไม่สม่ำเสมอของเศรษฐกิจแต่ละภาคส่วน โดยทางธนาคารกำลังติดตามผลกระทบในระยะยาวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และเมื่อไม่นานมานี้ S&P Global Ratings ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารไทย 4 แห่ง และคาดการณ์ว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (หรือ NPL) จะค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้าจนแตะระดับ 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลก

กุสตอฟ อัลเบิร์ท อีริคส์สัน (Gustav A. Eriksson) CEO กลุ่มบริษัท คอลเลคเชียส ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการควบรวมกิจการว่า "การรวมบริษัท แมกเนท กรุ๊ป พลัส จำกัด เข้ากับเครือบริษัท คอลเลคเชียส ประเทศไทย นั้น จะช่วยเพิ่มศักยภาพของบริษัทฯ ในการให้บริการแก่พันธมิตรและลูกค้าทั้งหมด เนื่องจากบริษัทฯ สามารถให้บริการบริหารจัดการหนี้แบบครบวงจร โดยใช้ทั้งเทคโนโลยีและมนุษย์ในการขับเคลื่อน ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญสำหรับเราในขณะที่เรากำลังขยายธุรกิจไปทั่วภูมิภาคเอเชีย และในปัจจุบันเราได้เข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในประเทศไทยไปแล้วมูลค่ากว่า 460 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 16,000 ล้านบาท) ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลุ่มบริษัทของเรากำลังเติบโตในประเทศไทยด้วยรากฐานที่แข็งแกร่ง และมั่นคงอย่างต่อเนื่อง"

พิมพ์มาดา เจียระนัยปรีดา กรรมการผู้จัดการ เครือบริษัท คอลเลคเชียส (ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มเติมว่า "การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ทำให้เราสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างดียิ่งขึ้น ผ่านการบริหารจัดการหนี้แบบครบวงจรซึ่งจะช่วยลูกค้าในการวางแผนการชำระหนี้ที่ตรงตามความต้องการ ยืดหยุ่น และสามารถทำได้จริง   ด้วยความเชี่ยวชาญในตลาดของบริษัท คอลเลคเชียส แมกเนท ซีเอ็มเอส และทีมงานที่มีประสบการณ์สูง ทำให้เราแข็งแกร่งยิ่งขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวตามความต้องการของตลาดประเทศไทยที่เปลี่ยนไปได้เป็นอย่างดี  อีกทั้งดิฉัน อยากจะขอขอบคุณ ทีมงานทุกๆคน ที่ร่วมกันทำงานเพื่อให้ บริษัท คอลเลคเชียส แมกเนท ซีเอ็มเอส จำกัด สามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของเครือบริษัท คอลเลคเชียส ประเทศไทย ได้อย่างราบรื่น  โดยเราจะร่วมสร้างความแข็งแกร่งอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน และทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป"

"คอลเลคเชียส" เป็นกลุ่มบริษัทที่กำลังขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยในปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ เริ่มเล็งเห็นความสำคัญของพันธมิตรในการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพงบดุลของธนาคาร  อีกทั้งคอลเลคเชียสได้พลิกโฉมธุรกิจโดยนำระบบดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือหลัก และทำให้กระบวนการชำระหนี้มีมนุษยธรรมมากยิ่งขึ้น โดยมีการร่วมมือกันระหว่างธนาคารและสถาบันการเงินอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้... 


ข่าวคอลเลคเชียส แมกเนท ซีเอ็มเอส+ผลประกอบการประจำปีวันนี้

Yili Group รายงานผลประกอบการปี 2568 รายได้และกำไรเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมทำสถิติรายได้พุ่งขึ้นกว่า 500 เท่าในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

Yili Group เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา Yili Group ได้เผยแพร่รายงานผลประกอบการประจำปีงบการเงิน 2568 และประจำไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2569 ซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 115,931 ล้านหยวน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ 11,565 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 36.82% จากปีก่อนหน้า สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งรายได้และกำไร หรือ "dual growth" ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์นมครบวงจร นอกจากนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2569 ทั้งรายได้และกำไรสุทธิส่วนที่

นายวิโรจน์ ธนาลงกรณ์ ประธานกรรมการ นายบุญ... ที่ประชุมผู้ถือหุ้น SABINA อนุมัติจ่ายปันผลหุ้นละ 1.18 บาท คิดเป็น 100% ของกำไรสุทธิ — นายวิโรจน์ ธนาลงกรณ์ ประธานกรรมการ นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานคณะก...

คณะผู้บริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด... โตชิบา พร้อมทะยานขึ้นสู่ที่ 1 — คณะผู้บริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด นำโดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร (กลาง) ประธานกรรมการบริหาร ร่วมด้วยนางสาวเสาวณีย์...