หุ้น DTCENT มีอัพไซด์อีกเพียบราว 58-63% เมื่อเปรียบเทียบกับราคาเป้าหมายที่กูรูหุ้นให้ไว้ช่วงราคา 3.20 - 3.30 บาท ประเมินธุรกิจ IoT Solution โตแรง -บุกขยายต่างประเทศผนึกความร่วมมือของ "ยาซากิ-บุญรอด ซัพพลายเชน" ดันกำไรปี66 พุ่ง 118% ขณะที่คาดค่าเฉลี่ยอัตรากำไรขั้นต้น 3 ปีสูงเกิน 50% ต่อเนื่อง พร้อมเร่งพัฒนา และวิจัยโครงการที่อยู่ใน Mega trend ของประเทศ สนับสนุนอนาคตโตก้าวกระโดด
บทวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก ได้ประเมินราคาเป้าหมายปี 2566 ของ DTCENT ราว 3.30 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธี Prospective PER เทียบกับกลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการอุปกรณ์และระบบ Global Positioning System (GPS) ที่ระดับ 24 เท่า ซึ่งเป็นระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ประกอบกับคาดกำไรสุทธิต่อหุ้น ปี 2566 ราว 0.14 บาทต่อหุ้น คำนวณเป็นราคาเหมาะสมราว 3.30 บาท
ฝ่ายวิจัยคาดการณ์รายได้ปี 2565-66 ราว 702 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%จากงวดเดียวกันปีก่อน และ 977 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39%จากงวดเดียวกันปีก่อนตามลำดับ หรือเติบโตเฉลี่ย CAGR 29% ต่อปี โดยมีปัจจัยเติบโตจาก 1) ธุรกิจ GPS Tracking ฟื้นตัวตามสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง 2) รายได้จากกลุ่มบริษัทย่อยที่จำหน่าย Software และ Application ใหม่ปีนี้ และ 3) กลุ่มงาน IoT Solution ของภาครัฐ เริ่มเปิดประมูลมากขึ้น ส่วนสมมติฐาน %GPM คาดที่ระดับ 49-50% อ่อนลงจากค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังที่ 56% จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรม ประกอบกับงาน IoT Solution ที่มาร์จิ้นราว 30% มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ %SG&A คาดจะปรับลดลงมาที่ระดับ 27-31% จากค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังที่ 34% จากการประหยัดจากขนาด ส่งผลให้คาดการณ์กำไรปี 2565-66 ราว 106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38%จากงวดเดียวกันปีก่อน และ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55%จากงวดเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ หรือเติบโตเฉลี่ย CAGR 46% ต่อปี
บทวิเคราะห์ บล.เอเอสแอล ระบุว่า ได้ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมสิ้นปี 2566 เท่ากับ 3.24 บาท อิง Justified PE ที่ระดับ 24.87 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/E ของกลุ่ม SETTECH ที่ระดับ 26.54 เท่า ซึ่งเรามองว่ามีความน่าสนใจ เมื่อเทียบกับการเติบโตเฉลี่ย CAGR ของกำไรสุทธิในปี 2565F - 2566F ที่ระดับ 52.4% โดยมาจากแนวโน้มผลประกอบการที่ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วในปี 2564 มาพร้อมกับแนวโน้มของธุรกิจที่เติบโต โดยเฉพาะการให้บริการ IoT ที่เราคาดว่า บริษัทจะสามารถได้รับการประมูลงานจากภาครัฐ โดยจะเริ่มเห็นมูลค่าที่มีนัยยะตลอดปี 2566 รวมถึงความเป็นผู้นำในตลาดการให้บริการระบบอุปกรณ์ GPS Tracking ที่ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ตลอดจนยังมี upside จากการเป็นพันธมิตรร่วมกับ YAZAKI ที่จะมีโอกาสทำการตลาดและขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านบริษัทในเครือของ YZK ที่มีอยู่ 140 บริษัท ใน 45 ประเทศทั่วโลก และกับกลุ่มบุญรอด ที่ร่วมกันพัฒนา Supply chain solution ซึ่งมีโอกาสขยายไปยังบริษัทในเครือเพื่อจัดการต้นทุนและเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงการเกิด synergy ต่างๆ ของธุรกิจในอนาคต
นอกจากนี้ DTCENT ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาและวิจัยโครงการที่อยู่ใน Mega trend ของประเทศไม่ว่าจะเป็น EV plat form, Smart city solution, ระบบการจัดการน้ำ, Elder Helper, UDEE (อยู่ดี), Logistic Demand-Supply Matching platform และ AI สำหรับ Tracking - IoT solution ซึ่งเรามองเป็น hidden value ของบริษัทที่พร้อมจะ unlock ในอนาคต
ประมาณการรายได้ปี 2565-2567 เท่ากับ 709.1 ล้านบาท (+21.1%จากปีก่อน), 1,013.2 ล้านบาท (+42.9%) และ 1,144.7 ล้านบาท (+13.0%) คิดเป็น CAGR ในช่วง 3 ปี เท่ากับ 27.1% โดยรายได้จากการขายเติบโตโดดเด่นจากรายได้โครงการและงาน IoT ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยจะเห็นการเติบโตอย่างมีนัยยะในปี 2566 ด้านอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2565-2567 เท่ากับ 50.0%, 51.2% และ 52.5% ตามลำดับ
สำหรับกำไรสุทธิในปี 2565-2567 เราคาดการณ์ที่ระดับ 86.83 ล้านบาท (+12.4%จากปีก่อน), 157.2 ล้านบาท (+81.0%จากปีก่อน) และ 201.6 ล้านบาท (+28.3%จากปีก่อน) ตามลำดับ ด้านอัตรากำไรสุทธิ ปรับตัวขึ้นที่ระดับ 12.2%, 15.5% และ 17.6% ตามลำดับ
ขณะที่ บทวิเคราะห์ของบล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ได้ประเมินมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมสำหรับปี 2023 ที่ 3.20 บาทอิง PE 17.0 เท่า ไม่มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รายใดที่ทำธุรกิจเหมือนกับ DTC เราอิงผู้ประกอบการในโลกที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกับบริษัท เช่น ผู้ผลิตอุปกรณ์ GPS, ผู้ผลิต Hardware และ Software ในระบบยานยนต์, ผู้ผลิตอุปกรณ์กล้อง เป็นต้น บริษัทเหล่านี้มีค่า PE เฉลี่ยในปี 2023 ที่ 17.8 เท่า โดยหลายรายมีความสามารถในการทำกำไรไม่เทียบเท่าบริษัท ขณะที่ค่าเฉลี่ย ROE ใกล้เคียงกัน
โดยคาดกำไรสุทธิปี 2565 ฟื้น 31.8% และก้าวกระโดด 118.7% จากปีก่อนในปี 2566 และโตต่อเนื่อง 5.2% จากปีก่อนในปี 2567 คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ย 51.7% CAGR (2022-2024) จากธุรกิจหลักเดิม และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมการเพิ่มขึ้นของโครงการ IoT โดยอาศัยประสบการณ์กว่า 25 ของบริษัทและพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างกลุ่มยาซากิและเครือบุญรอด
ทั้งนี้ หากนำราคาเป้าหมายของแต่ละโบรกเกอร์มาเปรียบเทียบกับราคาปิดของ DTCENT เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ที่ 2.02 บาท พบว่า ยังมีอัพไซด์มากถึง 58-63%
โบรกเกอร์ ราคาเป้าหมาย(บาท/หุ้น) อัพไซด์(%)
บล.โกลเบล็ก 3.30 63.36
บล.เอเอสแอล 3.24 60.39
บล.ฟินันเซีย ไซรัส 3.20 58.41
*เปรียบเทียบกับราคาปิด 2.02 บาท (ณ วันที่ 20 ธ.ค.65)
ONYX Hospitality Group ฉลอง 60 ปี เดินหน้าสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย ภายใต้แนวคิด "More of What You Love" ร่วมกับ Grab เพื่อเติมเต็มทุกช่วงเวลาของนักเดินทางยุคใหม่
บุญรอด ซัพพลายเชน จับมือ พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ และ ว.ศิริกาญออโตพาร์ท เซ็น MOU ร่วมลงทุนโครงการพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น
DTCENT มั่นใจเข้าเทรดวันแรก สร้างความประทับใจ ชูจุดเด่นอยู่ในอุตฯเมกะเทรนด์ "ขนส่ง-โลจิสติกส์-ไอซีที"
DTCENT หุ้นดี พื้นฐานแน่นปึ้ก!
DTCENT หุ้นไอซีทีสุดฮอต!
ทีเอ็มบีธนชาต ร่วมต่อยอดการขยายธุรกิจแก่ บริษัท บุญรอด ซัพพลายเชน จำกัด เพื่อผลักดันธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง
DTCENT ร่วมประชุมกับ 2 พันธมิตรธุรกิจ
กรุงศรีจัดสัมมนาออนไลน์แบบ Exclusive อย่างต่อเนื่อง เพื่อลูกค้าธุรกิจ เชิญ “ปิติ ภิรมย์ภักดี” แบ่งปันมุมมองธุรกิจอาหารในยุค New Normal