นายกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งที่ 3 ของปี 2565 อีก 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.25% เพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจในระยะยาว ธนาคารกสิกรไทยพร้อมส่งผ่านการขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว และพร้อมแบ่งเบาภาระลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการรายเล็กที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน ด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อย่างรอบคอบและระมัดระวัง โดยปรับเพิ่มดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ MLR และ MOR 0.25% ขณะที่ปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อย MRR เพียง 0.13% นอกจากนี้ ธนาคารได้มีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 0.10%-0.40% เพื่อเพิ่มกำลังซื้อ และเสริมสร้างเงินออมให้มั่นคงในภาวะที่ภาระค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น
อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับเพิ่ม 0.25% จาก 5.72% เป็น 5.97%
อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับเพิ่ม 0.25% จาก 6.09% เป็น 6.34%
อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับเพิ่ม 0.13% จาก 5.97% เป็น 6.10%
โดยให้มีผลในวันที่ 8 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป
ธนาคารกสิกรไทย ยืนหยัดช่วยเหลือลูกค้า ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อยเพียง 0.10% และขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุดถึง 0.25%
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ยกกระดาน ช่วยลูกค้าแบ่งเบาภาระสินเชื่อ
SME D Bank ขานรับนโยบาย ธปท. ปรับลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.15% ช่วยเอสเอ็มอีลดต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง หนุนฟื้นเศรษฐกิจ
ธอส. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาภาระผ่อนบ้าน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์
ธนาคารไทยพาณิชย์ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ควบคู่บรรเทาภาระทางการเงินของลูกค้า
กรุงศรี ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ช่วยบรรเทาภาระทางการเงินให้กับลูกค้า และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย มีผลวันที่ 4 มีนาคม 2569
ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าดูแลลูกค้า ลดดอกเบี้ยเงินกู้ หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว มีผล 2 มี.ค. 2569
ธอส. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทสูงสุด 0.25% ต่อปี ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ หนุนการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป