บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้นำหลักการและแนวคิดในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแนวใหม่ BCG (Bio-Circulation-Green Economy) รูปแบบการพัฒนาที่เชื่อมโยงหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยนำองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีที่มีอยู่มาต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และให้บริการด้านธุรกิจ อีกทั้งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าด้วย Reuse, Recycle, Reduce มาบูรณาการเพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางการพัฒนาความยั่งยืนเชิงยุทธศาสตร์ ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กร ให้ผู้บริหารและพนักงานภายในองค์กรถือปฏิบัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ NT ยังตระหนักถึงความสำคัญ พร้อมดำเนินงานและบริหารจัดการผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่มีต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ อย่างมีความรับผิดชอบ ครอบคลุมทุกมิติทั้งเศรษฐกิจและบริการ (Economy) สังคม (Social) และสิ่งแวดล้อม (Environment) จึงได้กำหนดนโยบายด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green IT Management) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการใช้พลังงาน ลดปริมาณการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการสร้างขยะ และนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มารีไซเคิลใหม่ ถือเป็นพันธกิจหลักและได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานทุกระดับที่ได้ถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การดำเนินงานภายใต้นโยบาย BCG นั้น NT ตระหนักดีว่าองค์กรต่าง ๆ ควรมีบทบาทผลักดันการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งขับเคลื่อนไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างทั่วถึง โดย NT ได้ใช้องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีมาบูรณาการและดำเนินโครงการที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ได้แก่
- โครงการศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (National Environmental Data) ติดตั้งสถานีตรวจวัดฝุ่น PM 8,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเตือนภัยและดูแลสุขภาพของประชาชนทั่วประเทศ พร้อมเปิดให้หน่วยงานใช้ประโยชน์จากข้อมูลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่ง NT ได้รับมอบหมายจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โดยกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบทุนอุดหนุนการวิจัยให้ NT เป็นผู้ดำเนินการจัดทำศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พร้อมทั้งติดตั้งสถานีตรวจวัดฝุ่น PM 8,000 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 5,000 ตำบล ใน 900 อำเภอทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อตรวจวัดและวิเคราะห์ข้อมูลฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM) รวมถึงส่งข้อมูลแจ้งเตือนประชาชนแบบเรียลไทม์ผ่านทางแอปพลิเคชัน RGuard ที่ใช้ได้ฟรี
สำหรับสถานีทั้งหมดจะสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ ค่าฝุ่น PM1 PM2.5 PM10 อุณหภูมิ ความชื้น ความกดอากาศ รวมทั้งทิศทางและความเร็วลม ซึ่งข้อมูลคุณภาพอากาศและภูมิอากาศ จะมีการจัดเก็บทุก ๆ 5 นาที แล้วส่งผ่านเครือข่าย LoRaWan ของ NT และนำเข้าสู่คลังข้อมูล (Big Data) เพื่อนำไปวิเคราะห์และพยากรณ์โอกาสที่จะเกิดปัญหาฝุ่น PM ในแต่ละพื้นที่ได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
นอกจากบทบาทในการดูแลสุขภาพประชาชนเชิงรุกตามนโยบายหลักของรัฐบาลแล้ว โครงการศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติยังเป็นโครงการต้นแบบของกระทรวงดีอีเอส ในการสร้างทรัพยากรกลางด้านข้อมูล (Big Data) และจัดทำเป็นข้อมูลสาธารณะ (Open Data) ผ่านทางแอปพลิเคชัน RGuard เพื่อเผยแพร่แก่หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา นำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดจากการดำเนินการของภาครัฐ ทั้งด้านการวิจัย ข้อมูลสถิติ หรือสร้างซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ ซึ่งจะปูทางไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ตลอดจนส่งเสริมการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลด้วย
- โครงการ Green IT เกิดขึ้นจากความพยายามของ NT ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยการจัดทำ แนวทางการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Waste ขึ้นมา โดยตั้งตู้รับบริจาคขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกตามจุดต่าง ๆ ของอาคารสำนักงาน ก่อนจะนำขยะเหล่านี้ไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลหรือกำจัดตามวิธีการที่เหมาะสมต่อไป
ในการบริหารงานด้านเอกสาร NT ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัลจึงมุ่งมั่นในการยกระดับความเชื่อมั่นด้วยการนำระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) มาบริหารอย่างเต็มรูปแบบ ลดการใช้กระดาษ ตั้งแต่กระบวนการจัดสร้าง จัดทำเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ การรับ ส่ง ติดตามสถานะ สืบค้นข้อมูลด้วยความสะดวก รวดเร็ว สามารถลดเวลา ลดขั้นตอน ทำให้การสื่อสารภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเข้าใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ดำเนินการจัดหาพัสดุตามแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงการส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น มีการกำหนดคุณลักษณะสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมใน TOR ที่มีการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ เพื่อส่งเสริมการแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อน (Global Warming) ที่กำลังเป็นวาระเร่งด่วนในระดับโลก ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์นี้
NT มีความมุ่งมั่นพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลไทยทุกวิถีทาง เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามที่ประกาศในการประชุม COP26 ครั้งล่าสุดซึ่งจัดขึ้นเมื่อปี 2564 ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์ โดยรัฐบาลไทยได้กำหนดเป้าหมายความเป็นกลางของคาร์บอน (Carbon Neutrality) ให้เกิดขึ้นภายในปี 2593 และเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero Carbon) ภายในปี 2603 เพื่อร่วมเป็นพลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในภายภาคหน้า
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ปัญหามลพิษทางอากาศอันเนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก สร้างปัญหาหลายด้านให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนในวงกว้างและทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งรัฐบาล หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้พยายามดำเนินการต่าง ๆ เพื่อควบคุมและจำกัดมลพิษไม่ให้เกินมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงนำเสนอข้อมูลเพื่อให้ประชาชนหันมาใส่ใจปัญหานี้อย่างจริงจัง อย่างไรก็ดี หากอาศัยเพียงการดำเนินนโยบายและการสร้างความตระหนักรู้จากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุลวงได้ การมีส่วนร่วมของประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาบรรลุถึงเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน
ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท
NT พร้อมเปิดรับพันธมิตรธุรกิจดิจิทัล ยึดหลักธรรมาภิบาลโปร่งใสและเสริมศักยภาพขององค์กรในภาพรวม
KISS คว้ารางวัล CEO of the Year จากเวที THAILAND BUSINESS LEADER OF THE YEAR ตอกย้ำผู้นำองค์กรระดับสากล
ซีพี ออลล์ คว้ารางวัลระดับภูมิภาคด้านการกำกับดูแลกิจการ จากการประเมิน ACGS ประจำปี 2025
เอ็ม บี เค ตอกย้ำการกำกับดูแลกิจการที่ดี สู่ระดับอาเซียน คว้ารางวัล ASEAN Asset Class PLCs ในโครงการ ASEAN CG Scorecard
SYNEX ได้รับประเมินหุ้นยั่งยืน (SET ESG Ratings) ในระดับ AA ติด 1 ใน 80 บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน สะท้อนการดำเนินธุรกิจยั่งยืน ด้วยธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่ง
AURA เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจทองคำบนหลัก ESG คว้า SET ESG Ratings ปี 68 ในระดับ AA และติด SETESG Index
TGE คว้าเรตติ้ง ESG ระดับ A จาก SET ปี 2568 ตอกย้ำผู้นำธุรกิจพลังงานสะอาดที่เติบโตอย่างยั่งยืน