12 องค์กรพันธมิตร จับมือพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ด้วยงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

บพข. - สกสว. ททท. จับมือ ATTA พร้อมด้วย 8 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยด้วยงานวิจัยด้านการท่องเที่ยว มุ่งสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง เน้นความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศ

12 องค์กรพันธมิตร จับมือพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ด้วยงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (ADT) สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย (PGAT) สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) (TICA) สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ญี่ปุ่น (T-JTA) สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) และสมาคมโรงแรมไทย (THA) ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยด้วยงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ โดยมี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน 12 องค์กรพันธมิตร จับมือพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ด้วยงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ทั้ง 12 องค์กรได้มีการตกลงที่จะร่วมมือกันสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตลอด Value Chain อย่างยั่งยืนบนฐานทรัพยากรของประเทศ และสอดคล้องตามแผนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566-2570 (ววน.) ในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตามแนวทางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ในด้านการท่องเที่ยวให้เป็นระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูง มีความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศ ผ่านการทำงานและขับเคลื่อนร่วมกันตามบทบาทภารกิจของแต่ละหน่วยงาน โดยใช้กลไกการสนับสนุนงบประมาณวิจัยที่มีโจทย์ความต้องการของภาคเอกชน เพื่อให้เกิดผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลกระทบในวงกว้าง

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้กำหนดนโยบาย "พลิกฟื้นประเทศไทยสู่มิติใหม่ เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม" เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ว่า "พลิกโฉมประเทศไทยสู่ สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน" รัฐบาลได้ปักหมุดให้ความสำคัญในภาคการท่องเที่ยว เพราะว่าการพลิกฟื้นประเทศที่ดีที่สุดเร็วที่สุดก็คือด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากเรามีความพร้อมอยู่แล้ว ภาคเอกชนนั้นมีความพร้อมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ได้รับการฟื้นฟูมา ตลอดจนด้านการบริการต่าง ๆ รวมทั้งถนนหนทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว รถราง รถบัส ซึ่งเรานั้นมีความพร้อมอยู่แล้ว ในยุคหลังโควิด-19 เรามีแผนจะผลักดันให้เกิดการแก้กฎหมายที่ล้าสมัยเพื่อให้เอื้อต่อการเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และผลักดันการกระจายรายได้สู่เมืองรอง ชุมชนต่าง ๆ ทั้งโดยตรงโดยอ้อม และสร้างสมดุลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วง low season กับ high season ลดการพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลักเหมือนที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับการปรับปรุงแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

รองศาสตรจารย์ ดร. สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการ บพข. เปิดเผยว่า บพข. มีหน้าที่จัดสรรทุนวิจัย และสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ โดยหนึ่งในภาคบริการที่สำคัญคือ ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ เรามีแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่พร้อมยกระดับการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ทั้งในการท่องเที่ยวบนฐานมรดกทางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมทั้งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ โดยเน้นการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันระหว่างภาควิชาการกับผู้ประกอบการ ซึ่งในการร่วมมือกันครั้งนี้ บพข. ได้เข้ามามีบทบาทในการร่วมกำหนดกรอบการวิจัยด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และบริหารจัดการทุนวิจัย สนับสนุนผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร และผู้ประสานงานในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนางานวิจัยให้มีคุณภาพ ทั้งยังร่วมขับเคลื่อนให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตลอด Value Chain ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ บพข. ยังจะร่วมดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ตามที่องค์กรพันธมิตรตกลงดำเนินการร่วมกันภายใต้วัตถุประสงค์และขอบเขตความร่วมมือตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ด้วย

รองศาสตรจารย์ ดร. ปัทมาวดี โพชนุกูล ผอ.สกสว. กล่าวว่า สกสว.ในฐานะผู้บริหารแผนงาน ววน.และจัดสรรงบประมาณการวิจัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ จึงได้บรรจุ แผนงานสำคัญ ภายใต้แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี พ.ศ.2566-2570 โดยมีการท่องเที่ยวเป็นหมุดหมายสำคัญของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ที่มีจุดมุ่งเน้นให้แผนงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูง มีความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สำหรับการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยด้วยงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ถือว่าเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญ ของหน่วยงานที่มีการบูรณาการร่วมกันที่จะกำหนดกรอบวิจัย โดย ททท. มีความพร้อมในการสนับสนุน

ทั้งด้านตลาด ด้านบุคลากร รวมทั้งเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อให้เกิดสัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรมตามความมุ่งหมายความตั้งใจของทุกฝ่ายที่ต้องการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปสู่มิติใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นบทบาทสำคัญภายหลังสถานการณ์โควิด-19 โดย ททท.พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

คุณศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ระบุว่า สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ ATTA รวมทั้งสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ(ไทย) สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย และสมาคมโรงแรมไทย ที่ร่วมลงนามในวันนี้ รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมกับ สกสว. และ บพข. สร้างงานวิจัยที่มุ่งเน้นการบูรณาการระหว่างภาควิชาการ และภาคผู้ประกอบการเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังโรคระบาดโควิด-19 กว่าสองปีที่ผ่านมา เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันให้แก่องค์กรภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเชื่อมั่นว่าภาคผู้ประกอบการจะได้รับความรู้เชิงวิชาการจากการทำงานร่วมกันครั้งนี้ มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ภายในงานมีการเปิดเวทีเสวนา ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ด้วยงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข-สกสว. กองทุนส่งเสริม ววน. ในวงเสวนาได้พูดคุยถึงความสำเร็จของการนำผลการวิจัยไปใช้ต่อยอดและขยายผลในหลากหลายมิติ ประกอบด้วย 1.เจ็ดลุ่มน้ำเสน่ห์สำรับไทย ไม่ว่าใครก็หลงรัก: การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร โดย ดร.สัญชัย เกียรติทรงชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 2.Trip เส้นทางรถไฟ สายประวัติศาสตร์ Lanna Modernization เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง โดย ผศ.ดร.ณัฐนันท์ ฐิติยาปราโมทย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 3. สุคนธจิตศาสตร์: อัตลักษณ์สปาล้านนา ยกระดับคุณค่าสู่สากล โดย ศ.ดร.อารีวรรณ กลั่นกลิ่น สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ 4.แบ่งบันประสบการณ์ กับการทำงานเครือข่าย มุ่งเป้าสู่หมุดหมายการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดย คุณนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น อุปนายกสมาคมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) 5.ต่อยอดและขยายผลจากคุณค่าการท่องเที่ยวโดยชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต สู่การเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย โดย คุณสมยศ ปาทาน ประธานวิสาหกิจชุมชนเมืองเก่าภูเก็ต และ 6.ปัจจัยความสำเร็จในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยด้วยงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดย ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว.และประธานอนุกรรมการกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. ผู้ดำเนินการเสวนา กล่าวให้ความเชื่อมั่นว่า ผลจากการดำเนินงานวิจัยที่ สกสว.และบพข. ได้ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายและชุนชนพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งแผนงานการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ประกอบด้วย การท่องเที่ยวบนฐานมรดกทางธรรมชาติ/เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม/คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางการท่องเที่ยว รวมทั้ง แผนงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สามารถหนุนเสริมการบริหารจัดการของผู้ประกอบการเพื่อยกระดับและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการจากฐานงานวิจัยไปสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง เน้นความยั่งยืน เพิ่มรายได้ตามเป้าหมายของประเทศ ตามนโยบาย สกสว.ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนภูมิภาคทั่วไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม


ข่าวการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย+สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยววันนี้

GO Hotel แจกฟรี! บุฟเฟต์ทุเรียนที่สวนคุณยาย จังหวัดระยอง เพียงจองห้องพักตรงกับ GO Hotel

GO Hotel โรงแรมที่ "สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม" ภายใต้การบริหารของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังพันธมิตร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง, ทุเรียนสวนคุณยาย เขาชะเมา จังหวัดระยอง, AIS และ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด หรือ BMN จัดโปรโมชันสุดฮอตที่ทุกคนรอคอยต้อนรับซัมเมอร์ ภายใต้แคมเปญ GO Local Eat Local ซึ่งสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอาหารชุมชน โดยเมื่อจองและเข้าพัก GO Hotel สาขาใดก็ได้ใน 5 สาขา ได้แก่ บ่อวิน บ้านฉาง ศรีราชา ชลบุรี และกรุงเทพฯ