12 องค์กรพันธมิตร จับมือพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ด้วยงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

17 Oct 2022

บพข. - สกสว. ททท. จับมือ ATTA พร้อมด้วย 8 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยด้วยงานวิจัยด้านการท่องเที่ยว มุ่งสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง เน้นความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศ

12 องค์กรพันธมิตร จับมือพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ด้วยงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (ADT) สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย (PGAT) สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) (TICA) สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ญี่ปุ่น (T-JTA) สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) และสมาคมโรงแรมไทย (THA) ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยด้วยงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ โดยมี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน

ทั้ง 12 องค์กรได้มีการตกลงที่จะร่วมมือกันสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตลอด Value Chain อย่างยั่งยืนบนฐานทรัพยากรของประเทศ และสอดคล้องตามแผนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566-2570 (ววน.) ในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตามแนวทางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ในด้านการท่องเที่ยวให้เป็นระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูง มีความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศ ผ่านการทำงานและขับเคลื่อนร่วมกันตามบทบาทภารกิจของแต่ละหน่วยงาน โดยใช้กลไกการสนับสนุนงบประมาณวิจัยที่มีโจทย์ความต้องการของภาคเอกชน เพื่อให้เกิดผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลกระทบในวงกว้าง

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้กำหนดนโยบาย "พลิกฟื้นประเทศไทยสู่มิติใหม่ เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม" เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ว่า "พลิกโฉมประเทศไทยสู่ สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน" รัฐบาลได้ปักหมุดให้ความสำคัญในภาคการท่องเที่ยว เพราะว่าการพลิกฟื้นประเทศที่ดีที่สุดเร็วที่สุดก็คือด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากเรามีความพร้อมอยู่แล้ว ภาคเอกชนนั้นมีความพร้อมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ได้รับการฟื้นฟูมา ตลอดจนด้านการบริการต่าง ๆ รวมทั้งถนนหนทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว รถราง รถบัส ซึ่งเรานั้นมีความพร้อมอยู่แล้ว ในยุคหลังโควิด-19 เรามีแผนจะผลักดันให้เกิดการแก้กฎหมายที่ล้าสมัยเพื่อให้เอื้อต่อการเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และผลักดันการกระจายรายได้สู่เมืองรอง ชุมชนต่าง ๆ ทั้งโดยตรงโดยอ้อม และสร้างสมดุลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วง low season กับ high season ลดการพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลักเหมือนที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับการปรับปรุงแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

รองศาสตรจารย์ ดร. สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการ บพข. เปิดเผยว่า บพข. มีหน้าที่จัดสรรทุนวิจัย และสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ โดยหนึ่งในภาคบริการที่สำคัญคือ ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ เรามีแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่พร้อมยกระดับการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ทั้งในการท่องเที่ยวบนฐานมรดกทางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมทั้งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ โดยเน้นการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันระหว่างภาควิชาการกับผู้ประกอบการ ซึ่งในการร่วมมือกันครั้งนี้ บพข. ได้เข้ามามีบทบาทในการร่วมกำหนดกรอบการวิจัยด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และบริหารจัดการทุนวิจัย สนับสนุนผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร และผู้ประสานงานในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนางานวิจัยให้มีคุณภาพ ทั้งยังร่วมขับเคลื่อนให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตลอด Value Chain ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ บพข. ยังจะร่วมดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ตามที่องค์กรพันธมิตรตกลงดำเนินการร่วมกันภายใต้วัตถุประสงค์และขอบเขตความร่วมมือตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ด้วย

รองศาสตรจารย์ ดร. ปัทมาวดี โพชนุกูล ผอ.สกสว. กล่าวว่า สกสว.ในฐานะผู้บริหารแผนงาน ววน.และจัดสรรงบประมาณการวิจัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ จึงได้บรรจุ แผนงานสำคัญ ภายใต้แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี พ.ศ.2566-2570 โดยมีการท่องเที่ยวเป็นหมุดหมายสำคัญของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ที่มีจุดมุ่งเน้นให้แผนงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูง มีความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สำหรับการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยด้วยงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ถือว่าเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญ ของหน่วยงานที่มีการบูรณาการร่วมกันที่จะกำหนดกรอบวิจัย โดย ททท. มีความพร้อมในการสนับสนุน

ทั้งด้านตลาด ด้านบุคลากร รวมทั้งเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อให้เกิดสัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรมตามความมุ่งหมายความตั้งใจของทุกฝ่ายที่ต้องการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปสู่มิติใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นบทบาทสำคัญภายหลังสถานการณ์โควิด-19 โดย ททท.พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

คุณศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ระบุว่า สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ ATTA รวมทั้งสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ(ไทย) สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย และสมาคมโรงแรมไทย ที่ร่วมลงนามในวันนี้ รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมกับ สกสว. และ บพข. สร้างงานวิจัยที่มุ่งเน้นการบูรณาการระหว่างภาควิชาการ และภาคผู้ประกอบการเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังโรคระบาดโควิด-19 กว่าสองปีที่ผ่านมา เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันให้แก่องค์กรภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเชื่อมั่นว่าภาคผู้ประกอบการจะได้รับความรู้เชิงวิชาการจากการทำงานร่วมกันครั้งนี้ มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ภายในงานมีการเปิดเวทีเสวนา ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ด้วยงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข-สกสว. กองทุนส่งเสริม ววน. ในวงเสวนาได้พูดคุยถึงความสำเร็จของการนำผลการวิจัยไปใช้ต่อยอดและขยายผลในหลากหลายมิติ ประกอบด้วย 1.เจ็ดลุ่มน้ำเสน่ห์สำรับไทย ไม่ว่าใครก็หลงรัก: การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร โดย ดร.สัญชัย เกียรติทรงชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 2.Trip เส้นทางรถไฟ สายประวัติศาสตร์ Lanna Modernization เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง โดย ผศ.ดร.ณัฐนันท์ ฐิติยาปราโมทย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 3. สุคนธจิตศาสตร์: อัตลักษณ์สปาล้านนา ยกระดับคุณค่าสู่สากล โดย ศ.ดร.อารีวรรณ กลั่นกลิ่น สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ 4.แบ่งบันประสบการณ์ กับการทำงานเครือข่าย มุ่งเป้าสู่หมุดหมายการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดย คุณนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น อุปนายกสมาคมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) 5.ต่อยอดและขยายผลจากคุณค่าการท่องเที่ยวโดยชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต สู่การเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย โดย คุณสมยศ ปาทาน ประธานวิสาหกิจชุมชนเมืองเก่าภูเก็ต และ 6.ปัจจัยความสำเร็จในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยด้วยงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดย ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว.และประธานอนุกรรมการกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. ผู้ดำเนินการเสวนา กล่าวให้ความเชื่อมั่นว่า ผลจากการดำเนินงานวิจัยที่ สกสว.และบพข. ได้ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายและชุนชนพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งแผนงานการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ประกอบด้วย การท่องเที่ยวบนฐานมรดกทางธรรมชาติ/เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม/คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางการท่องเที่ยว รวมทั้ง แผนงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สามารถหนุนเสริมการบริหารจัดการของผู้ประกอบการเพื่อยกระดับและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการจากฐานงานวิจัยไปสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง เน้นความยั่งยืน เพิ่มรายได้ตามเป้าหมายของประเทศ ตามนโยบาย สกสว.ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนภูมิภาคทั่วไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

12 องค์กรพันธมิตร จับมือพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ด้วยงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์