"กรุงไทย" ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.825% ต่อปี พร้อมตรึงดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย ช่วยลูกค้ากลุ่มเปราะบางให้ปรับตัวได้อย่างราบรื่น

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ธนาคารกรุงไทย ยืนหยัดดูแลลูกค้าทุกกลุ่ม ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.825% ต่อปี ส่งเสริมการออมระยะยาว พร้อมตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย ช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางให้สามารถปรับตัวได้อย่างราบรื่น ปรับขึ้นเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR และ MOR 0.25% ต่อปี มีผล 4 ตุลาคม 2565

"กรุงไทย" ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.825% ต่อปี พร้อมตรึงดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย ช่วยลูกค้ากลุ่มเปราะบางให้ปรับตัวได้อย่างราบรื่น

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2 ของปี 2565 อีก 0.25% ต่อปี ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ในการดูแลเงินเฟ้อให้กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายและรักษาเสถียรภาพด้านราคาและเศรษฐกิจในระยะยาว ธนาคารกรุงไทย ยึดมั่นพันธกิจ "กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน" ตระหนักถึงผลกระทบต่อลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จึงใช้แนวทางการปรับอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปสอดคล้องกับนโยบายของธปท. และพร้อมดูแลช่วยเหลือลูกค้าให้ปรับตัวได้อย่างราบรื่น

ธนาคารประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำระหว่าง 0.15% - 0.825% ต่อปี สำหรับเงินฝากประจำ 24 เดือน และ 36 เดือน เพิ่มขึ้นสูงสุด 0.825% ต่อปี เป็น 1.20% ต่อปี เพื่อดูแลผู้ฝากเงินให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และส่งเสริมการออมในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างเงินออมที่มีความมั่นคง ในภาวะที่เศรษฐกิจยังเผชิญความท้าทายรอบด้าน

พร้อมคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย (MRR) โดยปรับขึ้นเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้า รายใหญ่ชั้นดี (MLR) 0.25% ต่อปี เป็น 5.50% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) 0.25% ต่อปี เป็น 6.07% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ซึ่งหลังการปรับขึ้นครั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย MLR และ MOR ของธนาคารยังอยู่ในระดับต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่

"ธนาคารได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยตรึงอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อสำหรับรายย่อย เนื่องจากคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่รายได้ยังไม่กลับมาปกติ ลูกค้ารายย่อย และผู้ประกอบการรายเล็ก ให้สามารถฟื้นตัวได้ในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน"


ข่าวธนาคารแห่งประเทศไทย+ผยง ศรีวณิช กรรมการวันนี้

EXIM BANK ขานรับนโยบาย ธปท. ออกมาตรการ "มีทรัพย์ มีทุน" วงเงิน 10,000 ล้านบาท เติมทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงาน

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK ขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ตลอดจนต้นทุนด้านพลังงานและต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการในหลายภาคธุรกิจ ภายใต้กรอบหลักการ "มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง" (SMEs Secure+) ของ ธปท. ด้วยการออกมาตรการ "มีทรัพย์ มีทุน" กรอบวงเงิน 10,000

รายงานข่าวจาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุ... BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 8/26' วันที่ 13-15 พ.ค. 2569 — รายงานข่าวจาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า ...

กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ระบุ เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยหลัง กนง. ประกาศคงดอกเบี้ย

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการ นโยบายการเงิน (กนง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ต่อปี จากการประชุม กนง....

ธนาคารไทยพาณิชย์ ขานรับแนวทางธนาคารแห่งปร... ไทยพาณิชย์ออกสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน เติมทุนช่วยเอสเอ็มอีปรับโครงสร้างฝ่าวิกฤตพลังงาน — ธนาคารไทยพาณิชย์ ขานรับแนวทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เสริมสภาพ...