ม.มหิดล แนะสร้างโอกาสการเรียนรู้จากค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ สู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

"คาร์บอนฟุตพริ้นท์" (Carbon Footprint) เกิดขึ้นได้จากทุกกิจกรรมของมนุษย์ แม้การใช้ข้อมูลดิจิทัลที่เกินกว่าความจำเป็น เป็นเหตุสำคัญทำให้เกิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ซึ่งทำให้โลกร้อนขึ้นได้เช่นกัน

ม.มหิดล แนะสร้างโอกาสการเรียนรู้จากค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ สู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

อาจารย์ ดร.พูนเพิ่ม วรรธนะพินทุ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการและวิทยบริการ  คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่แต่ละบุคคล หรือองค์กรสร้างขึ้น ถือเป็น "โอกาส" ในการเรียนรู้จากผลกระทบ  เพื่อเป็นข้อมูลให้สามารถนำไปจัดการต่อได้ในอนาคต

นับเป็นเวลา 5 ทศวรรษแล้วที่ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีการจัดการเรียนการสอน วิจัย และบริการวิชาการเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน โดยในด้านอุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม ได้มีการจัดตั้ง ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนิเวศวิทยาอุตสาหกรรม (ECO-INDUSTRY Research and Train Center) เพื่อดูแลในด้านดังกล่าวโดยเฉพาะ

ในขณะที่ทั่วโลกมีการตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องการวัดและประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์กันอย่างกว้างขวาง โดยที่สหภาพยุโรป(EU) ได้มีการเตรียมประกาศ "มาตรการ CBAM" หรือมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป หรือในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการกีดกันทุกสินค้านำเข้าที่มีปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูงเกินจริง ที่จะทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศคู่ค้าทั่วโลก

จึงรอช้าไม่ได้ที่ทุกประเทศจะต้องมีการประกาศมาตรการวัดและประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์กันอย่างจริงจัง โดยในส่วนของประเทศไทย คาดว่าในเร็วๆ นี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะได้มีการประกาศใช้พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลกต่อไป

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น "Decarbonization" เพื่อการลดร่องรอยสู่ภาวะโลกร้อนดูเหมือนจะยังคงไม่บรรลุเป้าหมายเท่าที่ควรเนื่องจากติดปัญหาที่หลายองค์กรในประเทศยังขาดความเข้าใจ การกำหนดเป้าหมาย และทิศทางในการวัดและประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่แน่นอนและมีประสิทธิภาพ

"อุปสรรคสำคัญที่พบเกิดจาก ผู้ประกอบการยังคงขาดความเข้าใจ ไม่ทราบว่าจะต้องวัดและประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ไปเพื่ออะไร จึงไม่กล้าที่จะลงทุนในเรื่องดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภค ทำให้ขาดข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อสินค้าและบริการไปด้วย" อาจารย์ดร.พูนเพิ่ม วรรธนะพินทุ กล่าวอธิบายเพิ่มเติม

ซึ่งการจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจชาติไม่หยุดชะงัก และเกิดความยั่งยืนต่อไปได้ในอนาคต ทุกภาคส่วนควรพิจารณาใช้กลไกของ "Decarbonization" มาเป็นเกณฑ์ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อลดโลกร้อน โดยมีการวัดผล และติดตามอย่างเป็นระบบ

ทันทีที่มีการประกาศใช้พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยจะได้เป็น "ประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน" ที่มีการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างเป็นรูปธรรมมหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนิเวศวิทยาอุตสาหกรรม (ECO-INDUSTRY Research and Train Center) คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ พร้อมรับหน้าที่ "ปัญญาของแผ่นดิน" มอบองค์ความรู้ และให้คำปรึกษา ติดต่อได้ที่โทร. 0-2441-5000 ต่อ 1001 Facebook : ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนิเวศวิทยาอุตสาหกรรม

.


ข่าวพูนเพิ่ม วรรธนะพินทุ+คาร์บอนฟุตพริ้นท์วันนี้

LPP เผยผลสำเร็จโครงการ Recycle ปี 2568 ทะลุ 2.2 ล้านกิโลกรัม

ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 4.8 แสนต้น ลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 4.5 ล้านกิโลกรัม เดินหน้ายกระดับสู่ 'Zero Waste Community' เต็มรูปแบบ แอล พี พี โชว์ผลการดำเนินงานด้านการจัดการขยะรีไซเคิล (Recycle Day) ประจำปี 2568 ตัวเลขขยะคัดแยกสะสมกว่า 2.2 ล้านกิโลกรัม จาก 179 โครงการที่เข้าร่วม สะท้อนความสำเร็จในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้อยู่อาศัย พร้อมเตรียมขยายผลการบริหารการจัดการสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมทุกมิติในปี 69 นี้ นางสาวสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี

บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด และบริษัท เร... 2 บริษัทฯ ในกลุ่มเอสวีแอล รับใบรับรอง "คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์" — บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด และบริษัท เรือลำเลียงบางปะกง จำกัด 2 ธุรกิจหลักด้านการขน...

บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) (XO) ... "เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) เปิดตัวโครงการ มุ่งสู่ Net Zero 2050" — บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) (XO) ผู้นำการผลิตและส่งออกซอสพริกศรีราชารายใหญ่ของประเทศไ...