สำนักงาน ป.ป.ช. ลงนาม MOU ร่วมกับ 54 หน่วยงาน หวังขับเคลื่อนธรรมภิบาลและบรรษัทภิบาล ลดปัญหาการร้องเรียนทุจริตในภาครัฐวิสาหกิจ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

สำนักงาน ป.ป.ช. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การขับเคลื่อนธรรมาภิบาลและบรรษัทภิบาล ระหว่างสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ จำนวน 51 แห่ง โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยาน และปาฐกถาพิเศษเรื่อง "การยกระดับธรรมาภิบาลและบรรษัทภิบาลในภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ" ณ สำนักงาน ป.ป.ช. (สนามบินน้ำ)

สำนักงาน ป.ป.ช. ลงนาม MOU ร่วมกับ 54 หน่วยงาน หวังขับเคลื่อนธรรมภิบาลและบรรษัทภิบาล ลดปัญหาการร้องเรียนทุจริตในภาครัฐวิสาหกิจ

นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานในพิธี กล่าวว่า ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือสามฝ่าย ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ  ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับค่าคะแนน ITA และลดเรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐวิสาหกิจ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตในภาครัฐวิสาหกิจ (พ.ศ. 2562 - 2565) ขับเคลื่อน และขยายผลบันทึกข้อตกลงความร่วมมือตามแนวทางที่ระบุไว้ครบถ้วนแล้ว โดยผลการขับเคลื่อนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสามฝ่าย ในภาพรวมหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) อยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยผลคะแนนย้อนหลังสี่ปี คือ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 - 2565 อยู่ในระดับ A มีช่วงคะแนน อยู่ระหว่าง 85 - 94.99 คะแนน สำนักงาน ป.ป.ช. ลงนาม MOU ร่วมกับ 54 หน่วยงาน หวังขับเคลื่อนธรรมภิบาลและบรรษัทภิบาล ลดปัญหาการร้องเรียนทุจริตในภาครัฐวิสาหกิจ

ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการป้องกันการทุจริตมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น รวมทั้งลดปริมาณเรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐวิสาหกิจให้ลดน้อยลง เนื่องจากยังพบว่าล่าสุดในปีงบประมาณ 2565 มีจำนวนเรื่องร้องเรียนจำนวน 324 เรื่อง และพบว่าคำกล่าวหาสูงสุดสามอันดับแรก คือ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารงานบุคคล  ซึ่งต้องได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่า การดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ไม่เสี่ยงต่อการเกิดทุจริต ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาให้ทุกองค์กรใช้หลักธรรมาภิบาล เพื่อช่วยสกัดกั้น และลดความเสี่ยงต่อการทุจริต

ดังนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติเห็นชอบให้สำนักงาน ป.ป.ช. จัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่สาม โดยเพิ่มสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ร่วมลงนามด้วย เพื่อร่วมขับเคลื่อนเรื่องธรรมาภิบาลและบรรษัทภิบาลในภาครัฐวิสาหกิจ โดยมีเป้าหมายให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง นำแผนปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ในภาครัฐวิสาหกิจ (พ.ศ. 2566 - 2570) ไปขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ตามหลัก "Apply or Explain" คือการนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมกับบริบทของแต่ละหน่วยงาน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปี พ.ศ. 257 เรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐวิสาหกิจจะลดน้อยลง ภายใต้การบริหารกิจการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล


ข่าวสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์+สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจวันนี้

ก.ล.ต. บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มตรวจสอบการให้บริการเหรียญ WLD คุ้มครองผู้ลงทุน-ประชาชน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายในหลายมิติ กรณีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสแกนม่านตาในการรับเหรียญ Worldcoin (WLD) เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนและประชาชน รวมถึงป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้ติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกี่ยวข้องกับเหรียญ Worldcoin (WLD) และกิจกรรมการสแกนม่านตามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้บริการสแกนม่านตาเพื่อรับเหรียญ WLD

ก.ล.ต. มีแนวคิดทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ยกระดับการกำกับดูแลจนถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ...

ก.ล.ต. สั่ง STELLA เปิดเผยข้อมูลการเข้าทำธุรกรรมรับความช่วยเหลือทางการเงินจากบริษัท ธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งการให้บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) (STELLA) ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการ...

ก.ล.ต. ขยายระยะเวลานำส่งผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) ให้ MVP เป็นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขยายระยะเวลานำส่งรายงานผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) ให้บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) (MVP) ซึ่งครบกำหนดส่งวันที่ 23...

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อ...

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน เพื่อยกระดับการจัดทำ Interim MD&A

และปรับปรุงแบบ 56-1 One Report รองรับโครงการ Corporate Value Up และโครงการ JUMP+ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับการจัดทำ Interim MD&A ...

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำรายการที่มีนัยสำคัญ (MT) และการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (RPT) ของ บจ.เพื่อยกระดับคุ้มครองสิทธิผู้ลงทุน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำรายการที่มีนัยสำคัญ (Material Transaction: MT) และการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (Related...

ก.ล.ต. สั่งการให้ TL ชี้แจงข้อมูลในการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งการให้บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน) (TL) ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าลงทุนในบริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัด (Nestifly) ต่อ ก.ล.ต. ภายในวันที่ 20 มกราคม 2569 พร้อมให้...