ในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา จีนสามารถรับมือกับคลื่นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกแล้วระลอกเล่าด้วยการผลักดันให้มีการฉีดวัคซีนขนานใหญ่ทั่วประเทศ ส่งผลให้จีนยังคงมีอัตราการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตในระดับต่ำที่สุดในโลก
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จีนได้ปรับกลยุทธ์การตอบสนองต่อโควิด-19 ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยประสานการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
ในช่วงต้นปี 2566 เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณในเชิงบวก และพัฒนาการหลาย ๆ อย่างบ่งชี้ถึงความสามารถในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกด้วยเช่นกัน
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนแสดงให้เห็นว่า ผลผลิตอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มของจีน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญในด้านอุปทาน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในช่วงสองเดือนแรกของปี 2566
ส่วนทางด้านอุปสงค์นั้น ตัวชี้วัดสำคัญด้านการบริโภค การลงทุน และการค้าระหว่างประเทศ ต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน โดยยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น 3.5% และ 5.5% ตามลำดับ
เศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคง
เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคค่อย ๆ กลับคืนมา และมีการใช้นโยบายส่งเสริมการบริโภคต่าง ๆ ทางสำนักงานสถิติแห่งชาติจึงคาดการณ์ว่าการบริโภคจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ รัฐบาลได้ประกาศใช้นโยบายสนับสนุนทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงการแจกบัตรกำนัลให้ประชาชนนำไปจับจ่ายใช้สอย และการจัดเทศกาลต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการบริโภค
คณะมุขมนตรี (State Council) รายงานว่า จีนยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง ซึ่งรวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่แท้จริง การพัฒนาการผลิตระดับไฮเอนด์ ไปจนถึงการเร่งสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่
นอกจากนี้ จีนยังตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคง โดยได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไว้ที่ประมาณ 5%
นายฝู หลิงฮุ่ย (Fu Linghui) โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติ แถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า แม้จะมีการฟื้นตัวในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ แต่จีนยังต้องกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค และเสริมสร้างรากฐานเพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป
ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนได้ประกาศลดสัดส่วนการกันสำรองของสถาบันการเงิน หรือ RRR (ยกเว้นสถาบันการเงินที่มีการกันสำรองอยู่ที่ระดับ 5% อยู่แล้ว) ลง 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยหลังการปรับลดในครั้งนี้ ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของ RRR สำหรับสถาบันการเงินของจีนจะลดลงสู่ระดับ 7.6% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมเป็นต้นไป
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอสำหรับรองรับเศรษฐกิจที่แท้จริง ตลอดจนให้การสนับสนุนทางการเงินเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ
การเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางอุปสรรคนานัปการ
เศรษฐกิจจีนยังคงเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางการกลับมาแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา
สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า จีดีพีของจีนพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 121 ล้านล้านหยวน (ราว 17.95 ล้านล้านดอลลาร์) ในปี 2565 หลังจากทะลุหลัก 100 ล้านล้านหยวนในปี 2563 และ 110 ล้านล้านหยวนในปี 2564
ในปี 2565 ผลผลิตอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มปรับตัวขึ้น 3.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการผลิตสินค้าไฮเทคและการผลิตอุปกรณ์ซึ่งมีการเติบโตอย่างมาก ด้วยมูลค่าผลผลิตเพิ่มขึ้น 7.4% และ 5.6% ตามลำดับ
แม้ว่าจะมีความท้าทายมากมายในช่วงสามปีที่ผ่านมา แต่จีนยังคงรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเอาไว้ได้เป็นอย่างดี โดยจีนเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ของโลกที่กลับมาทำงานและดำเนินธุรกิจอีกครั้งในปี 2563 และเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่เพียงหนึ่งเดียวที่เศรษฐกิจเติบโตในปีนั้น
"จีนกำลังพยายามลดผลกระทบของโควิดที่มีต่อห่วงโซ่อุปทานและการดำเนินธุรกิจให้เหลือน้อยที่สุด" ศาสตราจารย์ หลิว ปิน (Liu Bin) จากสถาบันองค์การการค้าโลกศึกษาแห่งประเทศจีน (China Institute for WTO Studies) มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และธุรกิจระหว่างประเทศ (University of International Business and Economics) ในปักกิ่ง กล่าว
นอกจากนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ จีนได้ดำเนินนโยบายหลายอย่าง รวมถึงการระดมเงินทุนเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การลดต้นทุนด้านสาธารณูปโภคสำหรับทุกภาคส่วนในตลาด และการให้ความช่วยเหลือแก่บริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์โรคระบาดเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงิน
ศาสตราจารย์หลิวกล่าวเสริมว่า เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวเร็วกว่าเศรษฐกิจโลก จึงมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ศาสตราจารย์หลิวกล่าวด้วยว่า เนื่องจากจีนมีบทบาทสำคัญในการค้าโลก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนจึงช่วยเติมพลังให้เศรษฐกิจโลกอย่างมาก
สำนักงานศุลกากรจีนรายงานว่า มูลค่าการค้าสินค้าทั้งหมดของจีนสูงถึง 42.07 ล้านล้านหยวน (ราว 6.21 ล้านล้านดอลลาร์) ในปี 2565 ซึ่งครองอันดับหนึ่งของโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 6 แล้ว
นอกจากนี้ ข้อมูลจากทางการยังแสดงให้เห็นว่า จีนเป็นผู้นำของโลกในด้านการส่งออกเป็นเวลา 14 ปีติดต่อกัน โดยครองสัดส่วนสูงถึง 14.7% ของตลาดส่งออกทั่วโลก
"นอกจากจีนจะมีบทบาทสำคัญต่อการค้าโลกแล้ว การส่งออกของจีนยังมีส่วนช่วยในการเติบโตของจีดีพีอย่างมาก" รองศาสตราจารย์ ไป๋ หรางหราง (Bai Rangrang) จากภาควิชาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฟูตัน (Fudan University) กล่าว
"เมื่อถึงระดับหนึ่ง จีนยังช่วยลดช่องว่างระหว่างการบริโภคภาคครัวเรือนที่ลดลงกับการลงทุนทางธุรกิจในปีที่แล้ว" พร้อมกับระบุว่าปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังสิ่งนี้คือการที่จีนเปิดกว้างสู่ตลาดโลกมากขึ้น
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ระบุว่าการที่เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวอย่างรวดเร็วช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยในช่วงต้นปี 2566 เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณในเชิงบวก และพัฒนาการหลาย ๆ อย่างบ่งชี้ถึงความสามารถในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกด้วยเช่นกัน สามารถอ่านบทความต้นฉบับได้ที่เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ซีจีทีเอ็น (CGTN) ที่ https://news.cgtn.com/news/2023-03-24/Analysis-China-s-economic-resilience-boosts-global-recovery-prospects-1iqoD1NKydi/index.html
"TMA" เปิดเวที "SMEs Unlock" ชี้ SMEs ไทยต้องเร่งปรับเกมธุรกิจ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน พร้อมถอดบทเรียนองค์กรต้นแบบสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
บลจ.อีสท์สปริง เปิดมุมมองครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตรับมือความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
เมื่อ ERP เก่ากลายเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นของธุรกิจ โดย มร. จุน ฮาชิโมโตะ ตัวแทนประจำประเทศไทย บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด
EXIM BANK แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับทัพเสริมกำลัง เดินหน้าบทบาท Export Co-pilot รับมือเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังปี 2569
K PLUS อัปเกรดฟีเจอร์ซื้อ-ขายทองคำกับ 4 ร้านทองชั้นนำ ด้วยสกุลเงิน USD เสริมทัพเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ ดอกเบี้ยสูง จับจังหวะค่าเงินและราคาทองคำได้พร้อมกัน
บลจ. เฟิร์ส พลัส (ประเทศไทย) มองเศรษฐกิจจีนเข้าสู่รอบการฟื้นตัวใหม่ ชู FP CNGLOV ลงทุนหุ้นจีนคุณภาพ พร้อมโอกาสเติบโตตามเศรษฐกิจโลก
ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับงวดแรกปี 2569 จำนวน 20,492 ล้านบาท
AIRA GROUP และ TOKYO STOCK EXCHANGE ร่วมถอดรหัสศักยภาพตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปักหมุดโอกาสการลงทุนข้ามพรมแดน
บลจ.ไทยพาณิชย์ มอง Space Economy เมกะเทรนด์บทต่อไป พร้อมเปิดตัวกองทุนใหม่ SCBSPACE และ SCBUSDSPACE รับโอกาสการเติบโตระยะยาว เปิดขาย IPO 20 - 30 ก.ค. นี้