ไทยประกันชีวิตโชว์ผลงานไตรมาส 1 ปี 2566 กวาดกำไรสุทธิ 3,129 ล้านบาท มีมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้น 8.7% เบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) 3,028 ล้านบาท ผลจากการเติบโตทุกช่องทางการขาย และการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ
นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยถึงผลประกอบการของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2566 ว่า ไทยประกันชีวิตยังคงมีผลประกอบการที่เข้มแข็ง มีกำไรสุทธิ 3,129 ล้านบาท และมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (Annual Premium Equivalent หรือ APE) ที่ 3,028 ล้านบาท
ขณะที่ผลรวมของกำไรที่คาดว่าจะได้รับตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งถึงวันสิ้นสุดสัญญา หรือมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (Value of New Business หรือ VONB) อยู่ที่ 1,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% ส่วนอัตรากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB Margin) มีอัตราที่ 56.2% เพิ่มขึ้นถึง 9.1 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจาก VONB ที่เติบโตทุกช่องทางการขาย โดยช่องทางตัวแทนฯ เติบโตจากการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการขาย และมุ่งเน้นการขายผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลกำไรอย่างยั่งยืน สะท้อนได้จาก VONB Margin ช่องทางตัวแทนฯ ที่สูงขึ้นถึง 56.7%
ขณะเดียวกัน VONB ของช่องทางพันธมิตรยังคงเติบโต เนื่องมาจากความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่ทางบริษัทฯ ร่วมมือกับพันธมิตรธนาคาร นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลกำไรสูงขึ้นร่วมกับการนำเสนอขายผลิตภัณฑ์อื่น
แม้ว่ากำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 จะลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 แต่บริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัยที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งอยู่ที่ 2,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% ซึ่งการลดลงของกำไรสุทธิเป็นผลกระทบจากการลดลงของกำไรจากการลงทุน เนื่องจากการลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุนและการเปลี่ยนแปลงของมูลค่ายุติธรรม เป็นไปตามผลตอบแทนของตลาดและมุมมองในการเคลื่อนไหวของตลาดทุนในไตรมาส 1 ปี 2565 โดยบริษัทฯ ได้ขายเงินลงทุนอย่างมีนัยสำคัญก่อนภาวะตลาดแนวโน้มขาลง จึงทำให้บริษัทฯ มีกำไรจากการขายเงินลงทุนในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 สูงเป็นกรณีพิเศษ
"บริษัทฯ กำหนดกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างกำไรในระยะยาว และมีความอ่อนไหวน้อยต่ออัตราดอกเบี้ย เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผล หรือ Participating Product ผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน และสัญญาเพิ่มเติม ซึ่งกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์นี้จะผลักดันให้บริษัทฯ มีกำไรอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ" นายไชยกล่าว
ด้านอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน หรือ CAR Ratio ของบริษัทฯ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2566 อยู่ที่ 449.6% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดอยู่ที่ 140% ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสถานะเงินทุนที่แข็งแกร่งอันเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน
"ไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์ในการ "มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน" ตลอดจนการนำหลักการ ESG ผนวกเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ด้วยการริเริ่มโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับ ESG ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 หลายโครงการ อาทิ การจัดทำและประกาศใช้จรรยาบรรณสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ESG เพื่อวิสาหกิจชุมชน "ไทยประกันชีวิต สุขยั่งยืน มีคืน" เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงประกันชีวิตและประกันสุขภาพสำหรับคนไทย หรือการเผยแพร่รายงานความยั่งยืนประจำปี 2565 ที่จัดทำขึ้นเป็นฉบับแรก อ้างอิงการรายงานตามมาตรฐานการายงานสากล หรือ Global Reporting Initiative Standards (GRI Standards)" นายไชยกล่าว
ไทยประกันชีวิตเผยผลประกอบการปี 2568
มูลนิธิโรงพยาบาลลาดพร้าว สนับสนุนสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ เปิดโครงการส่งเสริมสุขภาพ "ECONMASS FIT HERO ครั้งที่ 3"
ธนาคารออมสิน Best Retail Bank of the Year 2026
เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวรายการ "Go Healthier with MTL" ส่งต่อความรู้สุขภาพและประกันจากคนวงใน ชวนคนไทยสุขภาพดีกว่าเดิม
เมืองไทยประกันชีวิต จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ "PUPPY YOGA BKK" ชวนลูกค้าดูแลสุขภาพและฮีลใจไปกับเหล่าน้องหมาสุดคิวท์
เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความแรง "เมืองไทยสไมล์คลับ"
ไทยประกันชีวิต ผนึก ศิริราช จัดงาน "ชวนกันสุขภาพดี Healthy Together" ฉลองครบรอบ 40 ปี "พบหมอศิริราช" เดินหน้าสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และการดูแลครบวงจร
สัมผัสเสน่ห์อารยธรรมแดนใต้ เมืองนครศรีธรรมราชในงาน "ล่องหลาด แลเมืองคอน นครสองธรรม" ที่ "ซีคอน บางแค"