บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ "Pi" "พาย" มองว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนวันศุกร์ปิดบวก 0.4% ในขณะที่ NASDAQ ปรับลง 0.58% หลักๆแล้วนักลงทุนยังคงกังวลกับภาวะดอกเบี้ยและเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 2.5% กังวลต่ออุปสงค์ที่จะหายไปจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED จะกดดันภาวะเศรษฐกิจ
วันศุกร์ที่ผ่านมาสภาพัฒน์รายงาน GDP 4Q22 ขยายตัวเพียง 1.4%YoY ต่ำกว่า Bloomberg Consensus คาดไว้ที่ 3.6%YoY โดยการบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวได้ดีราว 5.7%YoY หลักๆเป็นผลจากการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนขยายตัวต่อเนื่อง (อาหาร) ขณะที่การใช้จ่ายหมวดสินค้าคงทนชะลอตัวลงตามการซื้อยานพาหนะ ด้านการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคขั้นสุดท้ายของรัฐบาลติดลบ 8%YoY หลักๆผลจากการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ลดลง ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 4.5%YoY แต่ข้างพบว่าการก่อสร้างที่อยู่อาศัยชะลอตัวลงและการก่อสร้างอาคารเชิงพาณิชย์หดตัว 5.5%YoY ส่วนด้านเครื่องมือเครื่องจักรขยายตัว 5.1%YoY ชะลอตัวลงจาก 3Q22 ที่ 14%YoY ชะลอลงทุกกลุ่มสินค้าทุนทั้งยานพาหนะและเครื่องจักรอุตสาหกรรม ขณะที่การส่งออกหดตัว 10.5%YoY ลดลงทุกประเภทสินค้าทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมเนื่องจากอุปสงค์ที่อ่อนแอของคู่ค้า อย่างไรก็ตามส่งออกบริการขยายตัวเด่น 94.6%YoY ผลจากการมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยสรุปแล้วมองหุ้นค้าปลีกเกี่ยวข้องกับอาหารได้ประโยชน์ อาทิ (BJC CRC CPALL) ร้านอาหารและท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW MINT SHR SPA) ส่วนสัปดาห์นี้ติดตาม (1) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของ EU ในวันอังคาร (2) ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯในวันอังคารเช่นกัน Bloomberg คาดที่ 4.09 ล้านหลังคาเรือน (3) ยอดขายบ้านใหม่ในสหรัฐฯในวันศุกร์ Bloomberg ประเมินที่ 6.2 แสนหลังคาเรือน (4) ในประเทศติดตามผลประกอบการ 4Q22 ของบริษัทจดทะเบียน โดยประเมิน SET สัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1630 - 1665 เชิงกลยุทธ์การลงทุนยังเน้นถือครองเงินสดระดับสูง ส่วนหุ้นแนะนำเน้นที่มีปัจจัยบวก อาทิ กลุ่มส่งออก (ASIAN TU) ผลบวกค่าเงินบาทอ่อนค่า Domestic Play ที่เกี่ยวข้องกับการบริการอาหารและท่องเที่ยว (BJC CRC CPALL) (AOT CENTEL ERW MINT SPA) สื่อสาร (ADVANC INTUCH) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF RATCH) โรงพยาบาล (BCH BDMS CHG)
CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 72.00 บาท) ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของ CPALL ในไตรมาส 4/22 และปี 2023 คือ 1) จำนวนลูกค้าในร้านที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง 2) การใช้จ่ายที่สูงขึ้นช่วงการแข่งขันบอลโลก และ 3) มาตรการกระตุ้นภาครัฐเพิ่มเติมก่อนไทยเข้าสู่การเลือกตั้ง โดยเราคาดว่ากำไรไตรมาส 4/22 จะโตขึ้น YoY และ QoQ จากยอดขายที่ฟื้นตัวขึ้นในทุกหน่วยธุรกิจ
BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 34.00 บาท) ประเมินอัตราการเติบโตของกำไรที่ 58% ในปี 2022 ด้วยอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่สูงขึ้นเป็น 14.5% ส่วนในปี 2023-24 แม้คาดการเติบโตที่ชะลอลงเป็น 10%-8% YoY แต่ยังอยู่ในแดนบวก ด้วยกำไรปกติที่สูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ถึง 1.74 เท่า 1.87 เท่า พร้อมกับ ROE ที่ราว 15% ในปี 2023-24
Webull เข้าถือหุ้น Pi Securities เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจในประเทศไทย
คำชี้แจงเกี่ยวกับข่าวการจำหน่ายเงินลงทุนใน บล. พาย ของผู้ถือหุ้นใหญ่ (CGH) ให้กับ วีบูลล์ โฮลดิ้งส์ (สิงคโปร์)
บล.พาย (Pi) คว้าทริปเปิลแชมป์ SET - TFEX Broker Champion ในงาน SET in the City 2026
Pi ร่วม TFEX ยกระดับการลงทุนทองคำออนไลน์ ผ่าน "Mini Gold Online Futures" เทรดได้แล้ววันนี้
PRM ราศีจับ! 2 โบรกฯ เล็งเป้า 12 บาท ชี้ Q2 โตเด่น เตรียมติดปีกครึ่งปีหลัง
บลจ.อีสท์สปริง เปิดมุมมองครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตรับมือความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
บลจ.ทิสโก้ โชว์ฟอร์มเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้ลูกค้า บริหารกองทุนหุ้นไทยสุดฝีมือ - ประกาศจ่ายจ่ายปันผล 6 กองรวด
ธนาคารกรุงเทพ พร้อมเปิดจองซื้อ "พันธบัตรรัฐบาลออมพลัส" ครั้งที่1 ผ่านสาขาและโมบายแบงก์กิ้ง เพิ่มทางเลือกการออม-ลงทุนที่มั่นคง
Webull Thailand ผนึก Gaysorn Village ยกระดับประสบการณ์ Webull Prime เชื่อมโลกการลงทุนสู่ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม