นักวิจัยจุฬาฯ วิจัยเพิ่มมูลค่าของเหลือทางการเกษตรจากโรงงานอุตสาหกรรม แปรรูปกากมันสำปะหลังและกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี พร้อมคิดค้นหัวเชื้อจุลินทรีย์สูตรพิเศษ เพิ่มธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืช
มันสำปะหลัง หนึ่งในผลิตผลทางการเกษตรสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เช่น ในปี 2564 ประเทศไทยผลิตมันสำปะหลังได้ถึง 30 ล้านตัน! นับเป็นประเทศที่มีผลผลิตมันสำปะหลังเป็นอันดับสามของโลก
เมื่อมีผลผลิตมาก แน่นอนว่าวัสดุเหลือหรือกากมันสำปะหลังจากโรงงานอุตสาหกรรมผลิตแป้งมันสำปะหลังก็ย่อมมีปริมาณมากเช่นกัน โดยแต่ละปีมีกากมันสำปะหลังราว 12 ล้านตันที่ต้องบริหารจัดการให้เหมาะสม อีกทั้งกากตะกอนจากการบำบัดน้ำเสียของโรงงานแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งหากไม่มีการจัดการให้ ถูกวิธีก็จะก่อให้เกิดมลพิษและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
จากปัญหานี้ ศาสตราจารย์ ดร.วรวุฒิ จุฬาลักษณานุกูล ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีแนวคิดเพิ่มมูลค่าของเหลือทางการเกษตรเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อาหาร โดยได้ดำเนินการวิจัย "การผลิตปุ๋ยชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมการผลิตแป้งมันสำปะหลังด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์สูตรผสม"
"กากมันสำปะหลังสามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ ส่วนกากมันสำปะหลังที่เหลือจากความต้องการในประเทศก็ส่งออกต่างประเทศ แต่เนื่องจากปริมาณกากมันสำปะหลังมีเกินความต้องการของตลาด ทำให้ราคากากมันสำปะหลังตกต่ำ" ศ.ดร.วรวุฒิเล่าสถานการณ์และปัญหาการจัดการกากมันสำปะหลังในปัจจุบัน ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดงานวิจัยชิ้นนี้
"ส่วนตะกอนดินที่เกิดจากระบบบำบัดน้ำเสียในการผลิตแป้งมันสำปะหลัง เมื่อนำไปกำจัดทิ้งด้วยการเผา การฝังกลบ และการทำปุ๋ย ซากกากตะกอนเหล่านั้นอาจมีจุลินทรีย์ก่อโรคพืชและมีโลหะหนักปนเปื้อนอยู่"
คุณสมบัติกากมันสำปะหลังเหมาะทำปุ๋ยชีวภาพ
ศ.ดร.วรวุฒิกล่าวว่ากากมันสำปะหลังมีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ เซลลูโลส แป้ง ไฟเบอร์และโปรตีน ซึ่งล้วนเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของพืช ที่สำคัญ โครงสร้างของกากมันสำปะหลังมีลักษณะเป็นรูพรุน จึงมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้สูง ระบายน้ำได้ดี ส่งผลให้รากพืชไม่เน่า
ส่วนกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมผลิตแป้งมันสำปะหลังก็มีองค์ประกอบของอินทรีย์วัตถุ ซึ่งพืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการย่อยและหมักโดยจุลินทรีย์ก่อน
การนำกากมันสำปะหลังและกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียมาแปรรูปเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อใช้ในการเพาะปลูกพืช จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี
หัวเชื้อจุลินทรีย์สูตรผสม อุดมด้วยธาตุอาหารจำเป็นต่อพืช
ศ.ดร.วรวุฒิชี้ว่าแม้กากมันสำปะหลังจะมีสารอาหารต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช แต่ก็ยังไม่เพียงพอ พืชยังต้องการธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ธาตุอาหารรอง ได้แก่ แคลเซียม และแมกนีเซียม และธาตุอาหารเสริมอย่างเช่น แมงกานีส ทองแดง เหล็ก สังกะสี
ดังนั้น ในกระบวนการทำปุ๋ยหมักชีวภาพจากกากมันสำปะหลัง จึงได้มีการเพิ่มธาตุอาหารเหล่านี้เข้าไปในหัวเชื้อจุลินทรีย์สูตรผสมที่คิดค้นขึ้น โดยหัวเชื้อจุลินทรีย์ดังกล่าวประกอบด้วยเชื้อผสม 5 กลุ่ม ได้แก่ เชื้อที่ผลิตเอนไซม์เซลลูเลส เชื้อที่ผลิตเอนไซม์อะไมเลส เชื้อที่สามารถตรึงไนโตรเจน เชื้อที่สามารถละลายฟอสฟอรัส และเชื้อที่สามารถละลายโพแทสเซียม
ศ.ดร.วรวุฒิเล่ากระบวนการแปรรูปกากมันสำปะหลังและกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียเป็นปุ๋ยชีวภาพว่าเริ่มต้นจากการเตรียมสารตั้งต้น คือกากมันสำปะหลังและกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสีย โดยผสมสารเติมแต่งเข้าไป แล้วนำมาคลุกด้วยจุลินทรีย์สูตรผสม 5 กลุ่มดังกล่าว หมักเป็นเวลาสองเดือน
"จุลินทรีย์เหล่านี้เป็นกลุ่มแบคทีเรียที่มีความปลอดภัยกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายสารตั้งต้นทั้งสองชนิด และเป็นแบคทีเรียที่สามารถตรึงไนโตรเจนให้เป็นประโยชน์กับพืชโดยตรง"
ในอนาคต ศ.ดร.วรวุฒิเผยว่าจะมีการต่อยอดการวิจัยโดยใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่คิดค้นขึ้นนี้ไปทดลองผลิตปุ๋ยชีวภาพจากของเหลือทางการเกษตรชนิดอื่น ๆ รวมทั้งของเหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมด้วย
ปุ๋ยชีวภาพและหัวเชื้อจุลินทรีย์พร้อมผลิตเชิงพาณิชย์
โครงการวิจัยได้ทดลองนำปุ๋ยชีวภาพไปใช้ในการปลูกมันสำปะหลังที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาแล้ว และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
ศ.ดร.วรวุฒิกล่าวว่าว่าปุ๋ยหมักชีวภาพที่ผลิตมานั้นมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชตามมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าสารไซยาไนด์ในกากมันสำปะหลัง เมื่อผ่านการหมักจนเป็นปุ๋ยแล้ว มีระดับที่ต่ำมากจนไม่สามารถตรวจพบได้
"ปุ๋ยหมักชีวภาพจากกากมันสำปะหลังสามารถใช้ในการเพาะปลูกพืชได้ทุกชนิด โดยเฉพาะพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง ข้าว อ้อย ข้าวโพด ฯลฯ ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณภาพดินในระยะยาว และลดมลพิษจากการจัดการของเสียด้วยวิธีต่างๆ เช่น การเผา" ศ.ดร.วรวุฒิกล่าวทิ้งท้าย พร้อมเสริมว่าบริษัทไทยวา จำกัด (มหาชน) ผู้ให้ทุนวิจัย มีแผนการผลิตปุ๋ยชีวภาพจากกากมันสำปะหลังเชิงพาณิชย์ในอนาคตใกล้นี้ด้วย
เกษตรกรและผู้สนใจนวัตกรรมนี้สามารถติดต่อ ศ.ดร.วรวุฒิ จุฬาลักษณานุกูล ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร.0-2218-5482 E-mail : [email protected]
APPTech EXPO 2026 เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาชุมชน
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชวนลิ้มลอง "ชารางแดงเกาะเกร็ด" สินค้า GI ลำดับที่ 5 แห่งนนทบุรี! ชูอัตลักษณ์ชาโบราณชุมชนมอญ เชื่อมเสน่ห์การท่องเที่ยวเกาะเกร็ด สร้างมูลค่าขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน
ททท. ท้าลอง! "เทศกาลฤดูหลอน Myth Night Season" เปิดโลกคู่ขนาน ตรอกเชื่อมภพ ปลุกตำนานความเชื่อสู่ความหลอนยามค่ำคืน
Barter Connect จัดงาน The 80th Barter Connect Trade Show ตอกย้ำพันธกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจ SME ผ่าน Community และ B2B Barter Economy
EXIM BANK ประกาศความสำเร็จหลักสูตร EXIM 2X จับมือพันธมิตรปั้นผู้ส่งออกไทยรุ่นใหม่ จับคู่ธุรกิจสำเร็จกว่า 90 คู่เจรจา
มากกว่าดิจิทัลคือ 'ความใส่ใจ' ธนาคารไทยเครดิต ผสาน 'คนและเทคโนโลยี' ขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางการเงินให้กับทุกคน
วว. จับมือ อบจ. เชียงใหม่ ยกระดับอุตสาหกรรมไม้ดอกและไม้ประดับ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
หัวเว่ย คลาวด์ เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐาน Agentic AI และ CodeArts Agent OBT ในประเทศไทย เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรม AI สำหรับภาคธุรกิจไทย
อินโดรามา เวนเจอร์ส เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านความร่วมมือ "Zero Waste to Landfill" ระหว่าง PETValue Philippines และ Republic Cement