สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมเป็นพลังสร้างสรรค์'ความปลอดภัยสาธารณะ' (Public Safety)ในสังคม เปิดโครงการขับขี่ปลอดภัย ด้วยสโลแกน " 3 ไม่" คือ 1. ไม่ขับตัดเลน 2.ไม่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง ไม่แซง ไม่ปาด 3.ไม่ขับขี่ หรือซ้อนรถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อก ทั้งนี้เพื่อสร้างเสริมวินัยจราจรและความปลอดภัยให้กับนักศึกษา บุคลากร และประชาชน พร้อมทั้งกำหนดแผนระยะสั้น ระยะกลาง และ ระยะยาว เตรียมนำเทคโนโลยีติดตั้งระบบเซนเซอร์ส่งเสียงเตือนรถที่ขับตัดเลน ปาด หรือแซง
รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สจล.ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเสริมสังคมไทยที่มี 'ความปลอดภัยสาธารณะ' ทั้งนี้ลักษณะทางกายภาพของ สจล. เป็นพื้นที่เปิด มีถนนตัดผ่านกลางสถาบัน ทำให้มีระบบขนส่งสาธารณะหลายแบบที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่ของ สจล. ไม่ว่าจะเป็น รถไฟ รถเมล์ รถสองแถว รถตู้สาธารณะ วินมอเตอร์ไซด์ รวมทั้งรถส่วนบุคคล รถรับส่งพนักงานในนิคมอุตสาหกรรม ทำให้เกิดปัญหารถติด และอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงทำให้ สจล. ได้กำหนดรูปแบบที่มีชื่อว่า "3 ไม่" เป็นโมเดลแห่งการขับขี่ปลอดภัย สร้างวินัยจราจร พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกในการใช้ถนนร่วมกัน ประกอบด้วย 1.ไม่ขับตัดเลน เพราะลักษณะของถนนมีทางแยกจำนวนมาก ทั้งทางแยกเข้าโรงเรียน ทางแยกเข้าวัด ทางแยกเข้าชุมชน รวมทั้งประตูเข้า-ออก ของ สจล. ที่มีหลายประตู จึงทำให้ผู้ใช้รถมีการขับรถตัดเลน และทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง 2.ไม่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง ไม่แซง ไม่ปาด ด้วยปัญหารถติด มีทางแยกเยอะ ประตูเข้าออกเยอะ รวมทั้งมีนักศึกษาจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ ถ้าผู้ขับขี่รถขับขี่ด้วยความเร็วสูงก็จะทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุด้วยเช่นกัน 3.ไม่ขับขี่รถจักรยานยนต์ หรือซ้อนท้ายโดยไม่สวมหมวกกันน็อก ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกัน ลดการบาดเจ็บ และการสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้กับผู้ขับขี่รถจักยานยนต์ โดยเฉพาะในพื้นที่ของ สจล. ได้มีการเข้มงวดกวดขันอย่างจริงจัง
ผศ.สมเกียรติ ขวัญพฤกษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกายภาพ จราจร และความปลอดภัย สจล. กล่าวว่า เพื่อเป็นการวางรากฐาน และปรับปรุงเรื่องการจราจรนั้น ทาง สจล. ได้จัดทำแผนเรื่องการจราจรและความปลอดภัยไว้ 3 แผน คือ 1.แผนระยะสั้น เร่งประชาสัมพันธ์ ปลูกจิตสำนึกในความปลอดภัย สร้างความเข้าใจ และกวดขันด้านวินัยจราจรกับผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในพื้นที่ 2.แผนระยะกลาง จะทาสีให้ชัดเจน ตีเส้นถนนภายใน ติดสัญญาณไฟจราจร เปิดให้มีการอบรมวินัยจราจร รวมทั้งนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ให้มากขึ้น เช่น ติดตั้งเซ็นเซอร์บริเวณทางแยกต่างๆ เมื่อมีคนขับรถตัดเลน ปาด แซง จะมีเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น 3.ระยะยาว จะมีการปรับเส้นทางการจราจรให้เหมาะสมและแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างบูรณาการ และโดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานเขตลาดกระบัง การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมการขนส่งทางบก สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย ในการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
แอร์บัสผนึกกำลังมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย สร้างบุคลากรการบินสู่เวทีโลก
TTA จับมือ สจล. ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า สู่การพัฒนาระบบขนส่งไทยอย่างยั่งยืน
BDMS Wellness Clinic จับมือ KMITL พัฒนาศาสตร์สถาปัตยกรรมสุขภาพ ปูทางไทยสู่อนาคต Wellness Real Estate อย่างยั่งยืน
ดั๊บเบิ้ล เอ สนับสนุน 1 ล้านบาท หนุนจัดตั้ง สจล. "วิทยาเขตฉะเชิงเทรา" เตรียมความพร้อมพัฒนากำลังคนสู่ EEC
สจล. เปิดสนาม KMITL Sports World จัดแข่งกีฬาจานร่อน ในซีเกมส์ ครั้งที่ 33
สจล. ร่วมมือ กกต. พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมและนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการเลือกตั้ง
โครงการ Creative Cultural District (CCD)
คณะทันตแพทยศาสตร์ สจล. เปิดรับรุ่นที่ 5 ปั้นทันตแพทย์อินเตอร์สู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีทันตกรรม
ATP30 รับมอบรถตู้ไฟฟ้า 100% ภายใต้โครงการ EV Smart Transform