"จีไอพี" เปิดตัว "อาเซียน แชปเตอร์" วิสัยทัศน์ประจำปี 2569 พร้อมคณะทำงานชุดใหม่ ในการประชุมแนวทางการลงทุนสีเขียวตามแนวเส้นทางสายไหมครั้งที่ 5

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

การประชุมเต็มคณะของโครงการแนวทางการลงทุนสีเขียว (Green Investment Principles หรือ GIP) ตามแนวเส้นทางสายไหม ครั้งที่ 5 ได้มีขึ้นที่กรุงปักกิ่ง โดยมีผู้แทนกว่า 100 คนจากสถาบันสมาชิกกว่า 50 แห่งครอบคลุมทั้งในเอเชีย ยุโรป สหราชอาณาจักร และแอฟริกา ที่มาเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้

เพื่อให้สอดรับกับกระแสการเงินยั่งยืนซึ่งกำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก จีไอพีได้ปรับโฉมกลยุทธ์ระยะกลางใหม่ พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ประจำปี 2569/2573 โดยมีเสาหลักคือ "การเปลี่ยนผ่าน" วิสัยทัศน์ใหม่นี้ได้ขยับเป้าหมายและความคาดหวังสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการวิเคราะห์ความเสี่ยง การเปิดเผยข้อมูล และการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับวิสัยทัศน์ใหม่นี้ จีไอพีตั้งเป้าที่จะยกระดับให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative หรือ BRI) เข้ามามีส่วนร่วมกับทางโครงการมากขึ้นเพื่อขยายการลงทุนสีเขียว โดยอาศัยสำนักงานประจำภูมิภาคทั้งในเอเชียกลาง แอฟริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในโอกาสนี้ จึงได้ประกาศเปิดตัวจีไอพี อาเซียน แชปเตอร์ (GIP ASEAN Chapter) ในฐานะสำนักงานประจำภูมิภาคแห่งที่ 3 โดยมีดร. มารี ปันเกสตู (Mari Pangestu) อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารโลก และริโน โดโนเซโปเอโตร (Rino Donosepoetro) หรือดอนนี (Donny) รองประธานประจำอาเซียน และประธานกรรมาธิการประจำอินโดนีเซียของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด นั่งเก้าอี้ประธานร่วมกัน

ดร. มารี ขานรับการก่อตั้งจีไอพี อาเซียน แชปเตอร์ ในฐานะแพลตฟอร์มเพื่อการแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ระหว่างคณะผู้กำหนดนโยบาย สถาบันการเงิน (FI) และองค์กรต่าง ๆ โดยหน้าที่หลักของจีไอพี อาเซียน แชปเตอร์ นั้นครอบคลุมถึงประเด็นการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (transition finance) เพื่อเอื้อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานที่ยุติธรรมและมีราคาเอื้อมถึงได้

สำหรับดอนนี เขาหวังว่าจีไอพี อาเซียน แชปเตอร์ จะทำหน้าที่เสมือน "ตัวเชื่อมต่อสำคัญ" สำหรับบริษัท นักลงทุน และภาครัฐ พร้อมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับความยั่งยืน และเร่งขับเคลื่อนเงินทุนสีเขียว

นอกจากนี้ ภายในการประชุมยังได้มีการประกาศคณะทำงานด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านชุดใหม่ นำโดยธนาคารบีโอซี (BOC) และธนาคารดีบีเอส (DBS) เพื่อผลักดันให้วิสัยทัศน์ที่ตั้งเป้าหมายไว้เดินหน้าไปด้วยดี พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถให้มากขึ้น คณะทำงานชุดนี้มุ่งหวังที่จะช่วยเหลือสมาชิกและลูกค้าในด้านการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยจะมีการกำหนดและดำเนินการตามแผนการที่วางเอาไว้ รวมถึงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ขณะที่สมาชิกของจีไอพีก็ได้แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นอย่างมากในการอภิปรายแบบกลุ่ม ในโอกาสนี้ จอร์จ หวัง (George Wang) รองประธานอาวุโสของธนาคารดีบีเอส กล่าวว่า "การเปลี่ยนผ่านเป็นส่วนสำคัญที่สุดของธุรกิจในอนาคตของเรา"

ดร. หม่า จุน (Ma Jun) ประธานร่วมของจีไอพี และประธานคณะกรรมการการเงินสีเขียวแห่งประเทศจีน กล่าวถึงเทรนด์ด้านการเงินยั่งยืนที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งครอบคลุมถึงกรอบการทำงานด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มประเทศ G20 ไปจนถึงมาตรฐาน ISSB และความสนใจของนักลงทุนในด้านสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มมากขึ้น โดยดร. หม่า กล่าวว่า  "จีไอพีจะผสานรวมเทรนด์เหล่านี้เข้ากับความพยายามในการเสริมสร้างขีดความสามารถผ่านคณะทำงานของเราและแชปเตอร์ต่าง ๆ"

เซอร์ วิลเลียม รัสเซลล์ (Sir William Russell) ประธานร่วมของจีไอพี และอดีตนายกเทศมนตรีแห่งกรุงลอนดอน กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (EM) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งความสามารถดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงในภายภาคหน้า โดยกล่าวว่า "จีไอพีแสดงให้เห็นถึงวิธีการสร้างขีดความสามารถในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และเศรษฐกิจกำลังพัฒนา"

จิน จงเซีย (JIN Zhongxia) หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศของธนาคารกลางจีน (PBOC) กล่าวยกย่องบทบาทสำคัญของจีไอพีในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกที่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง โดยเขาคาดหวังให้จีไอพีทำงานใน 3 ด้านด้วยกัน ได้แก่ การสนับสนุนกิจกรรมสีเขียว การอำนวยความสะดวกด้านการเปลี่ยนผ่าน และการยกระดับขีดความสามารถ

ราหุล อะห์ลุวาเลีย (Rahul Ahluwalia) รองกรรมาธิการการค้าแห่งสถานทูตอังกฤษประจำกรุงปักกิ่ง กล่าวถึงการดำเนินการที่สำคัญของจีนในการรับมือกับภาวะโลกรวน และโอกาสมหาศาลในการกระชับความร่วมมือระหว่างจีนและสหราชอาณาจักรในด้านการเงินยั่งยืน

ขณะเดียวกัน การประชุมครั้งนี้ยังได้มีการเปิดตัวหนังสือของจีไอพี ซึ่งรวบรวมแนวปฏิบัติที่ดีในด้านการลงทุนสีเขียวตามแนวเส้นทางสายไหม และการนำหลักการของจีไอพีไปใช้ให้เกิดประโยชน์

นอกจากนี้ สำนักเลขาธิการยังได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลจีไอพี อวอร์ดส์ (GIP Awards) ประจำปี 2566 เพื่อเป็นการยกย่องแด่สมาชิกที่นำหลักการของจีไอพีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ไปปรับใช้ได้อย่างดีเยี่ยม

ติดต่อ
อีเมล: [email protected] 


ข่าวสหราชอาณาจักร+เส้นทางสายไหมวันนี้

NRF ดัน "Pink Sauce" ซอสพริกศรีราชาสีชมพูสู่เวทีโลก หลังงาน THAIFEX 2026 สร้างดีลใหม่กว่า 10 ประเทศ เตรียมลุยตลาดสหราชอาณาจักรเต็มตัวกรกฎาคมนี้

บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ผู้นำด้านการผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกอาหารเอเชียระดับโลก รวมถึงผู้ให้บริการผลิตสินค้าในรูปแบบ OEM ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม หลังได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลก จากการเผยโฉม "Pink Sauce" ซอสพริกศรีราชาสีชมพู ครั้งแรกของโลก ในงาน THAIFEX Anuga Asia 2026 ส่งผลให้มียอดคำสั่งซื้อและการเจรจาธุรกิจที่ประสบความสำเร็จกับลูกค้าจากกว่า 10 ประเทศ สะท้อนศักยภาพของผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

เดอะ เวสต์ดิล เมย์แฟร์ โฮเทล ลอนดอน, คอล์... ไมเนอร์ โฮเทลส์ เตรียมเปิดโรงแรมภายใต้แบรนด์ คอล์แบร์ คอลเลคชั่น แห่งแรกของกรุงลอนดอน — เดอะ เวสต์ดิล เมย์แฟร์ โฮเทล ลอนดอน, คอล์แบร์ คอลเลคชั่น มีกำหนดเป...

'มาดามเดียร์' นำทีมคว้า Best Stock Broker... Liberator ขึ้นแท่นโบรกเกอร์อันดับ 1 เอเชียจาก TradingView — 'มาดามเดียร์' นำทีมคว้า Best Stock Broker in Asia 2025 บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Li...

ยกระดับกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางการศึกษานานาช... Wycombe Abbey นำความเป็นเลิศทางการศึกษาแบบอังกฤษกว่า 130 ปี สู่ประเทศไทย — ยกระดับกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางการศึกษานานาชาติแห่งใหม่ของเอเชีย กรุงเทพฯ กำลังก้า...