พลังงานแสงอาทิตย์เป็นรูปแบบของพลังงานที่ราคาถูกที่สุดและเข้าถึงได้ง่ายที่สุด และตอนนี้ พลังงานแสงอาทิตย์จะมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่เคย โดยนักวิทยาศาสตร์จากบริษัทเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำของจีนอย่างบริษัท ลอนจี กรีน เอเนอร์จี เทคโนโลยี จำกัด (LONGi Green Energy Technology Co., Ltd) ได้พัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดใหม่ที่สามารถพลิกโฉมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนทั่วโลก โดยเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดใหม่นี้ ใช้วัสดุเดียวกับ 95% ของเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่มีสมรรถนะที่ดีกว่ามาก ด้วยประสิทธิภาพสูงถึง 26.81% ซึ่งนวัตกรรมนี้ยิ่งตอกย้ำบทบาทสำคัญของเซลล์แสงอาทิตย์ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ทั้งนี้ ผลการวิจัยดังกล่าวยังได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ผ่านการตีพิมพ์โดย วารสารเนเจอร์ เอเนอร์จี (Nature Energy)
กุญแจสำคัญของความก้าวหน้า
ความก้าวหน้าครั้งสำคัญนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างประเทศที่ไม่เหมือนใครระหว่างลอนจี หนึ่งในผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์คุณภาพสูงสุดชั้นนำระดับโลก กับมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น (Sun Yat-Sen University หรือ SYSU) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ (Delft University of Technology หรือ TU Delft) โดยทีมวิจัยได้ยกระดับประสิทธิภาพการออกแบบเซลล์แสงอาทิตย์ด้วยการใช้ "นาโนคริสตัลไลน์ซิลิคอน โฮล คอนแทกต์ เลเยอร์" (nanocrystalline-silicon hole contact layer) ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างมาก โดยเป็นที่ทราบอยู่แล้วว่าเลเยอร์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้ในทางทฤษฎี แต่ความสำเร็จในการนำมาใช้งานจริงยังไม่เคยมีมาก่อน
ก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่
เลเยอร์ชนิดใหม่นี้สามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าโดยมีความต้านทานน้อยกว่ามาก ส่งผลให้มีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานสูงกว่าเซลล์แสงอาทิตย์อื่น ๆ ที่ทำจากคริสตัลไลน์ซิลิคอน คณะนักวิจัยที่ลอนจีได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้โดยอิงแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอนมาตรฐานเกรดอุตสาหกรรม ทำให้เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้แทบจะในทันที และสมรรถนะของเซลล์นับได้ว่าดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเดิม ๆ นับเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในแง่ของประสิทธิภาพการแปลงพลังงานที่เพิ่มขึ้นถึง 1.5% "ประสิทธิภาพเช่นนี้เหนือกว่าเซลล์แสงอาทิตย์คริสตัลไลน์ซิลิคอนอื่นใดเท่าที่เคยมีมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 95% ของเซลล์แสงอาทิตย์ที่ผลิตทั่วโลก" คุณซีเซียง สวี่ (Xixiang Xu) รองประธานสถาบันวิจัยและพัฒนากลางลอนจี (LONGi Central R&D Institute) กล่าว
เหนือกว่าการเคลือบผิวแบบพาสซิเวชัน
คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็นมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการวิเคราะห์และศึกษาการไหลของกระแสไฟฟ้าผ่านเลเยอร์ชนิดใหม่นี้ โดยทีมวิจัยได้ศึกษาเซลล์ที่มีเลเยอร์ดังกล่าวเปรียบเทียบกับเซลล์ที่ไม่มี และพบว่าเซลล์ที่มีเลเยอร์ชนิดใหม่นี้สามารถนำไฟฟ้าได้ดีกว่า เพราะมีพลังงานก่อกัมมันต์ (Activation Energy) ต่ำ เมื่อวางในตำแหน่งที่เหมาะสมพอดี ขณะที่กระบวนการออเจร์แบบบัลก์ (Bulk Auger Process) จะค่อย ๆ มีบทบาทนำมากขึ้น เมื่อการกลับมารวมตัวกันของอิเล็กตรอนและโฮลบนพื้นผิว (Surface Recombination) ลดลงในเซลล์แสงอาทิตย์ซิลิคอนแบบเฮเทอโรจังก์ชัน (Heterojunction) ที่มีการเคลือบผิวแบบพาสซิเวชัน (Surface Passivation) กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ คุณภาพจากการพาสซิเวชันพื้นผิวนั้นมีสูงมาก จึงทำให้สามารถยกระดับค่าฟิลแฟกเตอร์ (Fill Factor) และประสิทธิภาพการแปลงพลังงานได้ "การศึกษาเกี่ยวกับซิลิคอน โฮล คอนแทกต์ เลเยอร์ ที่มีพลังงานก่อกัมมันต์ต่ำนั้น เกิดขึ้นอย่างถูกจังหวะเวลาและมีความสำคัญอย่างยิ่ง งานของเราถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในการสำรวจสมรรถนะด้านไฟฟ้าของโฮล คอนแทกต์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเซลล์แสงอาทิตย์ซิลิคอนแบบเฮเทอโรจังก์ชัน ไฮบริด และชนิดที่ใช้ซิลิคอนทั้งหมด" ศาสตราจารย์ ผิงฉี เกา (Pingqi Gao) จากมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น กล่าว ทั้งนี้ สถาปัตยกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในด้านฟิสิกส์สารกึ่งตัวนำ
การสร้างแบบจำลองที่ก้าวล้ำโดยฝีมือของคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้นวัตกรรมนี้กลายเป็นรูปธรรม ด้วยแบบจำลองใหม่นี้ ทีมวิจัยสามารถจำลองรายละเอียดของกำแพงพลังงาน (Energy Barrier) ตามรอยต่อด้านหลังของเซลล์แสงอาทิตย์ของลอนจี ทำให้สามารถวิเคราะห์เส้นทางของโฮลได้ ก่อเกิดเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยม "เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นการใช้งานในพื้นที่จริงขนาดใหญ่ หลังจากที่เราเคยพยากรณ์ในทางทฤษฎีไว้แล้วว่าจะเป็นการผสมผสานที่ดีที่สุดของคุณสมบัติวัสดุ เพื่อสร้างโฮล คอนแทกต์ เลเยอร์ สำหรับการขนส่งโฮลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดนี้" คุณพอล โพรเซล (Paul Procel) นักวิจัยหลังปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ กล่าว ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ โอลินโด อิซาเบลลา (Olindo Isabella) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ กล่าวเสริมว่า "เรารู้สึกทึ่งกับสมรรถนะอันเหนือชั้นในแง่ของเลเยอร์แบบบางพิเศษ ประกอบกับการควบคุมคุณสมบัติด้านแสงและไฟฟ้าได้อย่างดีเยี่ยม การสร้างแบบจำลองเซลล์แสงอาทิตย์ของลอนจีช่วยขยายขอบเขตของเซลล์แสงอาทิตย์คริสตัลไลน์ซิลิคอนในอุดมคติตามนิยามของเรา"
เกี่ยวกับลอนจี
ลอนจี (LONGi) ก่อตั้งขึ้นในปี 2543 โดยมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นบริษัทเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำระดับโลก ลอนจีมุ่งเน้นไปที่การสร้างคุณค่าโดยมีความต้องการของลูกค้าเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ พันธกิจของลอนจีคือ "การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเพื่อสร้างโลกสีเขียว" บริษัทอุทิศตนเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยได้ก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาห้าภาคส่วน ประกอบด้วยเซลล์และโมดูลเวเฟอร์โมโนคริสตัลไลน์ซิลิคอน โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบกระจายศูนย์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม โซลูชันพลังงานสีเขียว และอุปกรณ์ไฮโดรเจน ทั้งนี้ บริษัทได้ขยายขีดความสามารถในการจัดหาพลังงานสีเขียวอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อไม่นานมานี้ได้นำโซลูชันและผลิตภัณฑ์ไฮโดรเจนสีเขียวมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.longi.com
เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น
มหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น (Sun Yat-Sen University หรือ SYSU) เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยของรัฐที่มีความสำคัญในระดับชาติ ตั้งอยู่ในนครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 โดยซุนยัตเซ็น นักปฏิวัติและผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน มหาวิทยาลัยแห่งนี้มี 5 วิทยาเขตใน 3 เมือง ได้แก่ กว่างโจว จูไห่ และเซินเจิ้น รวมถึงมีโรงพยาบาลในเครือ 10 แห่ง มหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็นอยู่ในโครงการมหาวิทยาลัยชั้นนำและหลักสูตรชั้นนำ (Double First Class University Plan), โปรเจกต์ 985 (Project 985) และโปรเจกต์ 211 (Project 211) ของทางการจีน ทั้งนี้ ภายในคณะวัสดุศาสตร์ วิทยาเขตเซินเจิ้น ศาสตราจารย์ ผิงฉี เกา ได้จัดตั้งกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีออปโตอิเล็กทรอนิกส์ที่ยั่งยืนขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 โดยมีหัวข้อวิจัยประกอบด้วยอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์สมรรถนะสูง เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำ วัสดุสำคัญสำหรับเซลล์แสงอาทิตย์ที่ยั่งยืน รวมถึงวัสดุ อุปกรณ์ และระบบออปโตอิเล็กทรอนิกส์นวัตกรรมใหม่
เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ (Delft University of Technology หรือ TU Delft) ติดอันดับ 10 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกโดยคิวเอส (QS World University Rankings) สาขามหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี อีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยด้านเทคนิคที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์ โดยเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัยระดับแนวหน้าซึ่งประกอบด้วย 8 คณะ มีนักศึกษามากกว่า 26,000 คน และบุคลากรกว่า 6,000 คนที่ทุ่มเทให้กับวิทยาศาสตร์ การออกแบบ และเทคโนโลยี ทั้งนี้ ภายในคณะวิศวกรรมไฟฟ้า คณิตศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีกลุ่มวิจัยวัสดุและอุปกรณ์เซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ โอลินโด อิซาเบลลา กลุ่มนี้มุ่งเน้นไปที่การออกแบบและประดิษฐ์เซลล์ โมดูล และระบบแสงอาทิตย์นวัตกรรมใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยความเข้าใจเชิงลึกในด้านฟิสิกส์อุปกรณ์และโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ โดยใช้การกำหนดคุณสมบัติและการสร้างแบบจำลองที่ล้ำสมัย
มจพ. วิทยาเขตปราจีนบุรี เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ รอบ 2 ปีการศึกษา 2569 สาขา TILM ปั้นนักโลจิสติกส์ยุคดิจิทัล
กลุ่มบริษัทบางจาก รุกสร้างความมั่นคงวัตถุดิบ SAF เดินหน้า "Farm to Fly" จับมือ มทร.อีสาน พัฒนาหยีน้ำ พืชพลังงานศักยภาพด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ
มจพ. รับสมัคร ป.โท MBA พัฒนาธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์ เรียนวันเสาร์ ตอบโจทย์คนทำงาน รับสมัครถึง 31 ม.ค. 69
กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เสริมสร้างองค์ความรู้ทรัพย์สินทางปัญญา เชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน
คณะอุตสาหกรรมเกษตรดิจิตอล มจพ. ปราจีนบุรี เปิดรับสมัครนักเรียน ศึกษาต่อหลักสูตรโรงเรียน-โรงงาน" ประจำปี 2569 รอบที่ 2
นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีสื่อดิจิทัลและสื่อสารมวลชน มทร.กรุงเทพ เจ๋งคว้ารางวัลชนะเลิศการผลิตคลิปสั้น
Qianze จัดงานสัมมนา "BDAI" ครั้งแรก ณ มหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น