วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เข้าร่วมงาน Kick off ขับเคลื่อน "กิจกรรมสาธิตการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร เพื่อย่อยสลายตอซังฟางข้าว" ซึ่งการลดการเผาตอซังเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยในปี 2567 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รณรงค์ให้เกษตรกร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตั้งเป้าลดการเผาในพื้นที่เกษตรลงร้อยละ 50 กรมวิชาการเกษตรจึงได้ขยายนโยบายดังกล่าว โดยนำร่องร่วมกับกรุงเทพมหานคร ณ แปลงนาสาธิตของกรุงเทพมหานคร แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า การเผาตอซังฟางข้าว ก่อให้เกิดปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ของประชาชนเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติของดิน ทำให้ดินแน่นทึบ อัตราการซาบซึมน้ำต่ำ การเผาตอซังทำให้ปริมาณไนโตรเจนที่ผิวดินลดลง ความหลากหลายของจำนวนและชนิดจุลินทรีย์ลดลง การเผาตอซัง เป็นการสูญเสียธาตุอาหารที่ควรจะหมุนเวียนลงดินในพื้นที่ปลูกข้าว รวมทั้งการเผาตอซังหลังการเก็บเกี่ยวเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ บรรยากาศ ก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อน อีกทั้งการเผาทำให้เกิดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่ทวีความรุนแรงในช่วงเดือน ธันวาคม ถึงเดือนมีนาคมของทุกปี การไม่เผาตอซังฟางข้าวในเขตกรุงเทพมหานคร จะเป็นการลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และเป็นการส่งคืน ธาตุอาหาร และอินทรียวัตถุลงสู่ดิน เป็นการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ดังนั้นการจัดการตอซังฟางข้าวอย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่เกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตระหนัก และให้ความสำคัญ กรมวิชาการเกษตรจึงได้จัดทำโครงการวิจัยการขยายผลการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร เพื่อย่อยสลายตอซังฟางข้าวสำหรับการเตรียมดินในแปลงนาเขตชลประทานในพื้นที่รอบกรุงเทพมหานคร และเขตชลประทานอื่นที่มีปัญหาฝุ่น PM 2.5 ณ แปลงนาสาธิตของ นายสุรชัย โชติอ่ำ แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มีการสาธิตวิธีการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร โดยเกษตรกรเดินพ่นหว่านหัวเชื้อจุลินทรีย์ อัตราหัวเชื้อจุลินทรีย์ 1.5 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยยูเรียอัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อย่อยสลายตอซังและฟางข้าวภายในระยะเวลา 7 วัน สอดรับกับการทดสอบของกรมวิชาการเกษตร ที่ใช้โดรนในการพ่นหว่านเชื้อจุลินทรีย์ อัตรา 1.5 กิโลกรัมต่อไร่ในแปลงของเกษตรกร เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร พบการทดสอบพบว่า สามารถย่อยสลายตอซังและฟางเข้าภายใน 7 วัน โดยเกษตรกรสามารถเตรียมแปลงปลูกข้าวได้ตามปกติ ซึ่งการไม่เผาตอซังไม่กระทบการเจริญเติบโตของข้าว ในขณะที่ยังทำให้ผลผลิตข้าวสูงกว่าการไม่ใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายฯ หากมีการใช้ในระยะยาวจะก่อประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร
"กรมวิชาการเกษตรได้จัดทำแผนสาธิตการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตรย่อยสลายตอซังฟางข้าวสำหรับเตรียมดินในแปลงนาเขตชลประทานในพื้นที่เขตหนองจอก คลองสามวา และลาดกระบังของกรุงเทพมหานคร และได้ผลิตขยายหัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตรจำนวน 20 ตัน เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าว รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้นำหัวเชื้อจุลินทรีย์ฯ ไปใช้เพื่อร่วมกันลดการเผาฟางซึ่งเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ภาคการเกษตร และยังสามารถเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยให้เกษตรกรได้อีกด้วย" อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว
โคตินอส ซิสเต็มส์ บุกพิษณุโลก นำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคตสู่วงการเฮลท์แคร์
โรงพยาบาลไทยนครินทร์ โชว์ศักยภาพ 'ศูนย์ปลูกถ่ายไต' ตอกย้ำความพร้อมระดับมาตรฐาน เดินหน้าผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จ 2 รายพร้อมกัน จากผู้บริจาคอวัยวะรายเดียวกัน
สมาคมการตลาดฯ ดันพลังแบรนด์ไทยผงาดเอเชีย "CPF-นันยาง" คว้ารางวัลใหญ่ พร้อม 4 นักการตลาดไทยกวาดรางวัลบุคคลเวที AMF AMEA & YWN 2026
รัฐบาลผนึกกำลัง สวทช.-ก.พ.ร.-DGA ประกาศขับเคลื่อน"AI-Driven Government Services"
บอกรักแม่ด้วยสุขภาพดี! "ซันคิสท์" จัดโปรพิเศษต้อนรับวันแม่ 2 แพ็ก เหลือเพียง 129 บาท ถึง 12 ส.ค. นี้
8.8 "ซูเลียน" รวมพลังนักธุรกิจทั่วประเทศ จัดประชุมใหญ่แห่งปี
ตัวจริงกลับมาแล้ว! ปลุกตำนานวัตสัน "ชิ้นที่สอง 1 บาท" ให้คึกคักทั่วเมือง พร้อมยกทัพพนักงานออกสเต็ปกลางสวนลุมฯ
SYNEX โชว์กำไร Q2/69 โต 18% เดินหน้ารับเมกะเทรนด์ AI-Cloud-Green Energy สร้างฐาน Recurring Revenue เร่งเครื่อง New Growth Engine รับการเติบโตระยะยาว พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.10 บาทต่อหุ้น
TOG เผยรายได้ไตรมาส 2/2569 เติบโต 14% แตะ 1,003 ล้านบาท ธุรกิจหลักแข็งแกร่งจากเลนส์มูลค่าเพิ่ม และการขยายตลาดต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าลงทุนเพื่อการเติบโตระยะยาว