ไอแบงก์ พร้อมผู้นำศาสนาและพี่น้องมุสลิมจังหวัดระนอง ร่วมให้การต้อนรับ รมช.คลัง พร้อมโชว์ผลงานโครงการชุมชนซื่อสัตย์ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากจาก 9 มัสยิด

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ พร้อมกับ นายอดิศักดิ์ สุดจิตร รองประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดระนอง นายดอลหล่า คำแส็น อิหม่ามมัสยิดเราะห์มะห์ และพี่น้องมุสลิมกว่า 100 คนร่วมให้การต้อนรับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่จังหวัดระนองเพื่อพบปะและรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชน ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 22 มกราคม 2567 ณ มัสยิดเราะห์มะห์ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง

ไอแบงก์ พร้อมผู้นำศาสนาและพี่น้องมุสลิมจังหวัดระนอง ร่วมให้การต้อนรับ รมช.คลัง พร้อมโชว์ผลงานโครงการชุมชนซื่อสัตย์ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากจาก 9 มัสยิด

ดร.ทวีลาภ ได้รายงานต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ถึงภาพรวมผลการดำเนินงานทั้งด้านเงินฝากและสินเชื่อในพื้นที่อันดามันครอบคลุมจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง ตรัง และสตูล ที่สามารถเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องมุสลิม ตลอดจนผลการดำเนินโครงการชุมชนซื่อสัตย์ที่ธนาคารเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี 2563 ซึ่งเป็นสินเชื่อระดับนาโนไฟแนนซ์ หรือกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายรัฐบาล ที่ใช้มัสยิดเป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงประชาชนที่มีความใกล้ชิด และรู้ซึ้งถึงวินัยทางการเงินของชุมชนเป็นอย่างดีในการพิจารณาให้สินเชื่อ เพื่อสนับสนุนรัฐบาลในการช่วยฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจโดยเฉพาะกลุ่มรากฐานของประเทศภายหลังสถานการณ์โควิด-19 โดย ณ 31 ธันวาคม 2566 มีมัสยิดทั่วประเทศที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อทั้งสิ้น 643 มัสยิด เป็นจำนวนเงิน 349.5 ล้านบาท เบิกใช้ 549 มัสยิด เป็นเงิน 237 ล้านบาท สัปปุรุษเบิกใช้ รวม 22,962 คน สำหรับในพื้นที่จังหวัดระนอง มีมัสยิดที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ 9 มัสยิด เป็นจำนวนเงิน 5.1 ล้านบาท และเบิกใช้เป็นเงิน 4.27 ล้านบาท สัปปุรุษเบิกใช้ รวม 427 คน ส่วนใหญ่เป็นการนำเงินไปใช้เพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพร้อยละ 63 อุปโภคบริโภคอีกร้อยละ 32 และนำไปปิดหนี้นอกระบบราวร้อยละ 5 ซึ่งวันนี้มีตัวแทนโครงการชุมชนซื่อสัตย์จาก 5 มัสยิดเข้าร่วมต้อนรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังด้วย

นอกจากนี้ไอแบงก์ยังได้มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ลูกค้าจำนวน 1 ราย ที่มีคุณสมบัติในการได้รับความช่วยเหลือบรรเทาปัญหาหนี้สินที่มีผลพวงมาจากสถานการณ์โควิด-19 ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้น 1 ปี จ่ายเฉพาะส่วนของกำไร โดยส่วนของกำไรที่จ่ายสามารถนำไปแบ่งตัดเงินต้นได้ร้อยละ 40 อีกด้วย ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาสภาพคล่องให้กับลูกหนี้ในระยะที่การหารายได้ยังไม่กลับมาปกติ ในการนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังให้เกียรติเป็นสักขีพยาน

จากนั้น รมช.คลัง ยังได้ลงมาพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่มาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง เปิดรับฟังปัญหาที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไข และเปิดเผยว่า โครงการชุมชนซื่อสัตย์ เป็นโครงการที่ดีสามารถช่วยแก้ไขปัญหาทางการเงินในระดับชุมชนที่ยากในการเข้าถึงสถาบันการเงินให้มีโอกาสใช้สินเชื่อในอัตราที่รับได้ โดยใช้มัสยิดซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวมุสลิม และหวังให้ไอแบงก์ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม ต่อยอดโครงการนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องอย่างยั่งยืนต่อไป รมช.คลัง ทิ้งท้าย


ข่าวo:editor+o:finวันนี้

KTC Extends "Debt Clearance 2026" Emphasizing Financial Discipline for Long-Term Stability

Amid persistently high living costs and elevated household debt levels, Krungthai Card Public Company Limited (KTC) is extending its "Debt Clearance 2026" program into 2026, reinforcing its role in promoting responsible borrowing and long-term financial stability. Since its launch, the initiative has enabled more than 6,700 members to fully settle their outstanding debt, with a combined value of approximately 59 million baht. Beyond short-term relief, the program is designed to encourage

ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนที่... เคทีซีสานต่อโครงการ "เคลียร์หนี้" ปี 2569 ชูวินัยการเงินเป็นกุญแจแก้หนี้ครัวเรือน — ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง บริษัท บัตร...

ธุรกิจเอสเอ็มอีซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินงานธุรกิ... ไทยพาณิชย์แนะเคล็ดลับเตรียมพร้อมทายาทรับช่วงกิจการสร้างโอกาสธุรกิจครอบครัวเพื่ออนาคตยั่งยืน — ธุรกิจเอสเอ็มอีซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินงานธุรกิจลักษณะครอบครัว กำล...