CITES รับรอง 29 ฟาร์มเพาะจระเข้น้ำจืดไทย ส่งออกกวาดรายได้มากกว่า 7,000 ล้านบาท พร้อมอนุญาตขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะพันธุ์-ส่งออกปลายี่สกไทย - ปลาบึก ประเทศแรกของโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรมประมง จัดพิธีมอบหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนสถานที่สามารถเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อการค้าระหว่างประเทศกับสำนักเลขาธิการ CITES ให้กับฟาร์มและหน่วยงานที่ดำเนินการเพาะพันธุ์เพื่อส่งออก ได้แก่ ฟาร์มจระเข้น้ำจืด จำนวน 1 ฟาร์ม ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด (เพาะพันธุ์ปลาบึกและปลายี่สกไทย) ซึ่งเป็นหน่วยงานของกรมประมง จำนวนทั้งสิ้น 6 แห่ง นอกจากจะเป็นการสนับสนุนในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำดังกล่าวแล้ว นับเป็นการขยายโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศต่อไป

CITES รับรอง 29 ฟาร์มเพาะจระเข้น้ำจืดไทย ส่งออกกวาดรายได้มากกว่า 7,000 ล้านบาท พร้อมอนุญาตขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะพันธุ์-ส่งออกปลายี่สกไทย - ปลาบึก ประเทศแรกของโลก

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีสมาชิกของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และการค้าสัตว์ป่าในเชิงพาณิชย์ภายใต้ข้อกำหนดของอนุสัญญา CITES ช่วยสร้างเสริมเศรษฐกิจ ผ่านกลไกการควบคุมการค้าระหว่างประเทศทำให้การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกของอนุสัญญาดังกล่าว โดยเฉพาะการสนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าอย่างถูกกฎหมายให้กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีศักยภาพได้ CITES รับรอง 29 ฟาร์มเพาะจระเข้น้ำจืดไทย ส่งออกกวาดรายได้มากกว่า 7,000 ล้านบาท พร้อมอนุญาตขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะพันธุ์-ส่งออกปลายี่สกไทย - ปลาบึก ประเทศแรกของโลก

จระเข้น้ำจืด จระเข้น้ำเค็ม ปลาตะพัด ปลายี่สกไทย และปลาบึก จัดเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำที่อยู่ท้ายอนุสัญญา CITES ในบัญชีที่ 1 ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์น้ำที่ใกล้สูญพันธุ์และห้ามทำการค้าในเชิงพาณิชย์ แต่อนุสัญญาได้มีข้อกำหนดว่า หากสัตว์น้ำนั้นสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ในที่เลี้ยง และได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักเลขาธิการ CITES จะสามารถทำการค้าระหว่างประเทศได้

สำหรับจระเข้น้ำจืด (Crocodylus siamensis) กรมประมงได้พยายามดำเนินการผลักดันและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยในการเพาะเลี้ยงจระเข้น้ำจืด เนื่องจากธุรกิจการค้าจระเข้ในต่างประเทศมีความเติบโตและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค จัดเป็นสัตว์น้ำที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจในทุกส่วนของอวัยวะ เช่น เลือด เนื้อ หนัง กระดูก ไขมัน ฯลฯ โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ประเทศไทยได้เริ่มขึ้นทะเบียนกับสำนักเลขาธิการ CITES ปัจจุบันมีผู้เพาะพันธุ์จระเข้ไทยได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักเลขาธิการ CITES จำนวน 29 แห่ง สร้างรายได้จากส่งออก มูลค่ามากกว่า 7,000 ล้านบาท จากการซื้อ - ขายจระเข้มีชีวิต เนื้อจระเข้ ไข่จระเข้ และหนังจระเข้ในอุตสาหกรรมเครื่องหนัง รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากศักยภาพการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์จระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทยในฟาร์ม มีการขึ้นทะเบียนทั้งฟาร์มขนาดเล็กและฟาร์มขนาดใหญ่ทั่วประเทศ รวมทั้งมีธุรกิจต่อเนื่องในการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์จระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้มีการเพาะพันธุ์จระเข้เพื่อการค้าและส่งออกมากที่สุดในทวีปเอเชีย

ทั้งนี้ ล่าสุด เมื่อปลายปี พ.ศ. 2566 ฟาร์มลำดับที่ 29 สำนักเลขาธิการ CITES ได้พิจารณาอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะพันธุ์เพื่อการค้าระหว่างประเทศ ชนิดพันธุ์ จระเข้น้ำจืด (Crocodylus siamensis) ให้แก่ฟาร์ม Fluke and Fern Crocodile ของ นางจรีพร โชติรัตน์ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงที่เป็นไปตามข้อกำหนดของอนุสัญญา และเป็นฟาร์มที่มีการดำเนินการแบบครบวงจร อีกทั้งยังก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพในพื้นที่ ก่อให้เกิดรายได้เศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน

ในส่วนของ ปลาบึก และปลายี่สกไทย ในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะพันธุ์เพื่อการค้าระหว่างประเทศจากสำนักเลขาธิการ CITES และเป็นประเทศแรกของโลก เนื่องจากได้รับการพิจารณาว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเพาะเลี้ยงหรือเพาะพันธุ์อย่างมากและเป็นที่ต้องการของตลาดระหว่างประเทศ โดยมีจำนวน 6 แห่ง ได้แก่

  1. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเลย
  2. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดกาญจนบุรี
  3. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอุดรธานี
  4. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดหนองคาย
  5. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดพระนครศรีอยุธยา
  6. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดราชบุรี

รองอธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า นับว่าเป็นโอกาสอันดี ที่กรมประมงจะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเหล่านี้ได้มากขึ้น และสนับสนุนผู้ที่สนใจสามารถหาแนวทางในการสร้างรายได้ต่อไป โดยในปี พ.ศ. 2567 กรมประมงมีแนวทางในการช่วยผลักดันให้ผู้ที่ประสงค์จะทำการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์น้ำท้ายอนุสัญญา CITES บัญชี 1 มีมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นผลเชิงบวกต่อผู้ประกอบการไทย และภาคธุรกิจส่งออกสัตว์น้ำของไทยได้ในอนาคต


ข่าวการค้าระหว่างประเทศ+ศูนย์วิจัยและพัฒนาวันนี้

DITP เปิดหลักสูตร "พลิกเกมธุรกิจ เร่งสปีดด้วย AI" ยกระดับผู้ประกอบการไทยเท่าทันเศรษฐกิจยุคใหม่

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดย สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) จัดโครงการ ยกระดับผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจกระแสใหม่ (Upskill & Reskill) ภายใต้แนวคิด "Megatrend Arrow: พลิกเกมธุรกิจ เร่งสปีดด้วย AI" ระหว่างวันที่ 20-21 สิงหาคม 2569 ณ ห้องปารีส แกรนด์ ชั้น 2 เฟส 3 โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเสริมศักยภาพ SMEs, MSMEs ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และผู้สนใจด้านการค้าระหว่างประเทศ ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและการค้าโลกยุคดิจิทัล โครงการมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ร่ว... DITP ชวนช้อปสินค้าแบรนด์ไทยไอเดียดีที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต21 สิงหาคม - 4 กันยายน 2569 — กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ร่วมกับ กูร์เมต์ มาร์เก็ต (Gou...

Blue Elephant Group ผู้นำธุรกิจอาหารไทยระ... Blue Elephant Group คว้า 2 รางวัลสูงสุดด้านการส่งออก PM's Export Award 2026 — Blue Elephant Group ผู้นำธุรกิจอาหารไทยระดับสากล ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งให...

ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์ไทยบนเวทีโลก เดินเกม G... "เจ้าสัว" ผงาดคว้า 2 รางวัล Prime Minister's Export Award 2026 — ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์ไทยบนเวทีโลก เดินเกม Global Growth เร่งสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ บมจ. เจ...

มุ่งดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างรับ... UBS คว้ารางวัล 'PM's Export Award 2026' โชว์ศักยภาพผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน — มุ่งดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้...

ภาครัฐและเอกชนจับมือสัมมนาใหญ่แห่งปี ยกระ... เปิด Ceramics Vietnam & Stone Vietnam 2026 ระหว่างวันที่ 2-4 ธ.ค. 2026ที่ฮานอย — ภาครัฐและเอกชนจับมือสัมมนาใหญ่แห่งปี ยกระดับอุตสาหกรรมงานเซรามิกไทยสู่การ...