กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม เปิดผลสำเร็จโครงการ DIPROM Startup Connect ปี 4 สร้างโอกาสการเติบโตของสตาร์ทอัพไทยผ่าน "โมเดลเศรษฐกิจ BCG" พร้อมกิจกรรม Pitching Day นำเสนอโมเดลธุรกิจนวัตกรรม หรืออินโนเวชั่นจากกลุ่มสตาร์ทอัพ 7 บริษัท เพื่อเชื่อมโอกาสขยายตลาดและรับการสนับสนุนจากบริษัทลงทุน โดยคาดว่าจะเกิดมูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 70 ล้านบาท และตลอดโครงการ DIPROM Startup Connect ปี 4 สามารถกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 200 ล้านบาท
นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า วิสาหกิจเริ่มต้น หรือ สตาร์ทอัพ (Startup) ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นและการเติบโตของสตาร์ทอัพไทยยังอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้นและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดความสำเร็จในทุกราย เนื่องด้วยยังขาดอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะปัจจัยที่สำคัญเรื่อง "เงินทุนและการลงทุน" จากกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ เนื่องด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
รวมถึงความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายของธุรกิจสตาร์ทอัพที่ต้องแก้ไขและผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนที่สุด โดยที่ผ่านมา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม ได้เดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพให้เติบโตด้วยกระบวนการทางธุรกิจที่เข้มข้นภายใต้นโยบาย "ดีพร้อมโต โตได้ โตไว โตไกล โตให้ยั่งยืน" ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ โตได้ (Start) ที่เน้นการส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ดึงจุดเด่นด้านศักยภาพการใช้เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์จนเกิดเป็นนวัตกรรมที่มีมูลค่ามาต่อยอดพัฒนาศักยภาพให้สูงขึ้นและเติบโตไปได้ ผ่านโครงการ DIPROM Startup Connect มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด "โมเดลเศรษฐกิจ BCG"
โดยดีพร้อมได้เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ให้เข้าสู่วงการธุรกิจสตาร์ทอัพ นับเป็นโอกาสที่ดีของสตาร์ทอัพไทยที่จะสามารถนำไอเดียมาต่อยอดสู่การประกอบธุรกิจและเชื่อมโยงไปยังแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรเร่งผลักดัน "BCG Tech Startup" หรือสตาร์ทอัพในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการผ่านการวิจัยและทดลองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถแก้ปัญหาในเชิงลึกและตรงจุดมากกว่าการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีอยู่ทั่วไป ซึ่งได้แบ่งกลุ่มเทคโนโลยีที่สามารถพัฒนาและผลักดันสู่กลุ่ม BCG Economy จำนวน 7 สาขา ได้แก่ 1.การเกษตร 2.อาหาร 3.วัสดุชีวภาพ 4.เทคโนโลยีชีวภาพ 5.การแพทย์ 6.นวัตกรรมการลดใช้พลังงานและสร้างพลังงานทดแทน และ 7. เทคโนโลยีเชิงลึกเพื่อความยั่งยืน
นายใบน้อย กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการ Startup Connect ปี 4 นี้ ประกอบด้วย 3 กิจกรรม คือ 1. กิจกรรมการสร้างนวัตกรรมร่วม (Co-creation) โดยเปิดช่องทางให้สตาร์ทอัพได้มีโอกาสทำงานร่วมกับพันธมิตรเอกชนรายใหญ่ในการทดลองใช้นวัตกรรม หรือโซลูชั่นในตลาดจริง (Proof of Concept: POC) ถือเป็นมิติใหม่ของการสนับสนุนสตาร์ทอัพที่ให้พันธมิตรเอกชน หรือลูกค้ารายใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมสร้างและพัฒนาสินค้าหรือบริการของสตาร์ทอัพให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์มากขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสในการขยายตลาดและสร้างหุ้นส่วนทางธุรกิจ (Partnership) ร่วมกันต่อไป 2. กิจกรรมการเชื่อมโยงธุรกิจเพื่อส่งเสริมการตลาด ด้วยการจัดกิจกรรมจับคู่/เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้มีเทคโนโลยีและผู้ต้องการใช้เทคโนโลยี และ 3. กิจกรรมการเข้าถึงแหล่งทุน โดยดีพร้อมกำลังดำเนินการจัดกิจกรรมให้สตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการฯ นำเสนอโมเดลธุรกิจต่อแหล่งสนับสนุนเงินทุน อาทิ นักลงทุนบุคคล (Angel investor) กิจการเงินร่วมลงทุน (Venture capital: VC) บริษัทจดทะเบียนและผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Corporate venture capital: CVC) เพื่อให้สตาร์ทอัพในกลุ่มเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน BCG Economy ที่อยู่ในระยะเติบโตมีโอกาสขยายตลาดและได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุน (VC) และบริษัทร่วมลงทุน (CVC) เพิ่มขึ้น
โดยมีผู้ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมการนำเสนอโมเดลธุรกิจนวัตกรรมหรืออินโนเวชั่นต่อแหล่งทุน จำนวน 7 บริษัท ได้แก่ 1. บริษัท ไทย ทิชชูคัลเจอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการเพาะเนื้อเยื้อต้นพันธุ์พืชเศรษฐกิจ 2. บริษัท เวคิน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีการจัดการพลังงานด้วยแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ DEMP ที่เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่แบบเรียลไทม์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม 3. บริษัท เคมีวิเคราะห์ จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีตรวจวัดค่าสารโลหะหนักเจือปนในน้ำโดยใช้ปริมาณตัวอย่างเพียงเล็กน้อยด้วยเซ็นเซอร์ที่มีความแม่นยำ 4. บริษัท สุขุมนุ่มลึก จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยการใช้นวัตกรรมด้าน Probiotics ผสมผสานกับภูมิปัญญาพื้นถิ่นไทยด้านการหมัก ให้เป็น "Probiotics ชนิดน้ำ" และพัฒนาเป็นสินค้า ผลิตภัณฑ์ ที่ช่วยเสริมสร้างสมดุลภูมิคุ้มกันและเสริมสร้างสุขภาพจิตใจที่ดีในกลุ่มอาหาร เครื่องสำอางสำหรับคนและสัตว์ 5. บริษัท แนบโซลูท จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Hy-N Technology หรือนวัตกรรมระบบนำส่งสารสำคัญ สำหรับเครื่องสำอาง อาหารเสริม ยา และวัคซีนที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และลดผลข้างเคียงของผลิตภัณฑ์สุขภาพ 6. บริษัท เจ็นโฟสิส จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการตรวจ DNA ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยหลักชีวสารสนเทศที่สามารถรายงานผลที่หลากหลายและสามารถออกแบบดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลได้ และ 7. บริษัท วัน เท็น พลัส จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านแพลตฟอร์มตรวจวิเคราะห์ชีพจรเครื่องจักร เพื่อติดตามและเฝ้าระวังการใช้พลังงาน และนำไปสู่การลดก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกได้
ทั้งนี้ จากการนำเสนอโมเดลธุรกิจนวัตกรรมร่วม หรืออินโนเวชั่น จากทั้ง 7 บริษัทในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สตาร์ทอัพไทยจะได้มีโอกาสพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับแผนพัฒนาประเทศ และได้เรียนรู้แนวคิดที่มีความเป็นสากลร่วมกับธุรกิจชั้นนำ อีกทั้ง ยังเชื่อมั่นว่าในอนาคตการเกิดขึ้นและการเติบโตของสตาร์ทอัพจากโครงการนี้จะเป็นผลดีในเชิงเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าการลงทุนได้ไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท และตลอดการดำเนินโครงการ Startup Connect ปี 4 นี้ จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงทางการค้าและแหล่งเงินทุน และสามารถที่จะกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 200 ล้านบาท นายใบน้อย กล่าวทิ้งท้า
"ดีพร้อม" เดินหน้า "DIPROM FLEXi" พลิกโฉมขนมเมืองเพชรบุรี สู่ยุคเศรษฐกิจสุขภาพ หนุนใช้นวัตกรรม-ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ยกระดับเอสเอ็มอีสู่ตลาดโลก
กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เดินหน้ากิจกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวไทยเชิงสร้างสรรค์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
พร้อม เดินเครื่องยกระดับมาตรฐานการผลิต ผปก.อุตฯ เกษตรแปรรูปสู่เกษตรอุตสาหกรรม หวังผลักดันสินค้า GI เมืองเพชรบุรี อัปเกรดขึ้นแท่นผลิตภัณฑ์พรีเมียมของไทย
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รุกผลักดันธุรกิจร้านอาหาร ใช้ FoodTech เชื่อมแพลตฟอร์มออนไลน์ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ในชุมชน
"ดีพร้อม" เสิร์ฟด่วน เร่งฟื้นฟูธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย-ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน เสริมแกร่งเอสเอ็มอีไทยให้แข็งแรงและเติบโต คาดเศรษฐกิจฟื้นตัวโตได้กว่า 840 ล้านบาท
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เปิดกิจกรรมฝึกอบรม "DIPROM BIZ MARKET 2026"
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เชิญชวนธุรกิจร้านอาหาร สมัครร่วมงาน DIPROM FOOD TECH 26 ม.ค.นี้ฟรี รับจำนวนจำกัด
"ธนกร" เปิด "บ้านดีพร้อมพระราม 4" โชว์ผลงานปั้นอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ ดึงนวัตกรรม & ความคิดสร้างสรรค์ ดันผู้ประกอบการไทยสู่ความยั่งยืนรองรับอุตฯ 5.0
"ธนกร" ประกาศ "พักหนี้-ดีพร้อม" ยกต้น : ยกดอก อัตโนมัติ 4 เดือน ช่วยลูกหนี้ SME น้ำท่วมภาคใต้ เร่งเพิ่มสภาพคล่องผ่านสินเชื่อ "เงินง่าย ฟื้นใต้ ช่วยภัยพิบัติ" ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน