'บมจ.ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ หรือ ETL' ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน เตรียมพร้อมนำหุ้นเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรก 1 พ.ย.นี้ มั่นใจนักลงทุนให้การตอบรับดี ปลื้มยอดจองซื้อหุ้น IPO ล้นหลาม ชูพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง เร่งขยายขีดความสามารถในการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการขนส่ง ลงทุนในยานพาหนะ ลานตู้ และตู้คอนเทนเนอร์ทั้งแบบปกติและแบบควบคุมอุณหภูมิ พร้อมลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยี เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุน เพื่อรักษาการเป็น THE CROSS-BORDER KING
นางสาว กฤชวรรณ ซื้อเจริญชัย กรรมการผู้จัดการบริษัท ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETL เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมนำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 โดยใช้ชื่อย่อ 'ETL' ในการซื้อขายหลักทรัพย์ หลังประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้น IPO ในช่วงที่ผ่านมา จำนวน 171.86 ล้านหุ้น ที่ราคาเสนอขาย 1.68 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) ที่ประมาณ 18.67 เท่า โดยภายหลังจากเปิดจองซื้อหุ้น IPO ในวันที่ 24-26 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา หุ้น ETL ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก สะท้อนความเชื่อมั่นในพื้นฐานการดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างประเทศที่ครบวงจรและมีศักยภาพการเติบโตสูง ช่วยสนับสนุนให้ ETL เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนภายหลังจากเข้าเทรด
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายลงทุนและขยายธุรกิจเพื่อดำเนินการตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ เพื่อเชื่อมโยงประเทศในยุโรปและเอเชียให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นผ่านการขนส่งที่รวดเร็ว คุ้มค่า และหลากหลายรูปแบบ ด้วยเงินที่บริษัทฯ จะได้รับจากการออกและเสนอขายหุ้น IPO ภายหลังหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวนประมาณ 266.06 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการใช้เงินดังนี้
- ลงทุนในยานพาหนะ ขยายกำลังการขนส่ง โดยให้บริษัทย่อยในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เพิ่มความสามารถและขยายขอบเขตการการให้บริการขนส่งสินค้าทั้งในเส้นทางที่ให้บริการอยู่ รวมถึงเส้นทางใหม่ๆ ที่จะเปิดให้บริการในอนาคต โดยเบื้องต้นมีแผนจะขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศกัมพูชา
- ลงทุนในตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อขยายขีดความสามารถในการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการขนส่ง เข้าลงทุนเพิ่มเติมในตู้คอนเทนเนอร์ ทั้งตู้แบบควบคุมอุณหภูมิ (Reefer Container) และตู้แบบปกติ (Dry Container)
- ลงทุนในลานตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อให้มีพื้นที่ในการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และลานจอดสำหรับรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง รวมถึงเป็นพื้นที่สำหรับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาตู้คอนเทนเนอร์และยานพาหนะ
- ลงทุนในระบบการบริหารจัดการการขนส่ง ETL ให้ความสำคัญเรื่องของเทคโนโลยีซึ่งเป็นพื้นฐานของการบริหารจัดการการขนส่ง จึงมีแผนจะพัฒนาระบบ Transportation Management System (TMS) ที่ใช้จัดการเที่ยวรถภายในกลุ่มบริษัทฯ เพื่อให้รองรับการให้บริการที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการต้นทุนและเที่ยวรถอย่างเป็นระบบ
- เพื่ชำระคืนเจ้าหนี้ค่าซื้อกิจการ จากการเข้าซื้อธุรกิจในปี 2564
- เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วน เพื่อลดต้นทุนทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และ
- ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ
กรรมการผู้จัดการบริษัท ETL กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ มีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่สำคัญเพื่อรักษาการเป็น THE CROSS-BORDER KING หรือ ผู้นำธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างประเทศที่ครบวงจร ได้แก่ (1) ทีมบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ เพื่อให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนจากประเทศต้นทางไปยังประเทศปลายทางเป็นไปตามเงื่อนไขภายใต้ระยะเวลาที่ลูกค้าต้องการ (2) พัฒนาคุณภาพ ความปลอดภัยและสร้างความแตกต่างในการให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน โดยลงทุนจัดตั้ง Command Center ในสำนักงานของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นศูนย์ที่ใช้ในการติดตามสถานะการขนส่งสินค้าและประสานงานการขนส่งระหว่างประเทศต่างๆ และพัฒนาโปรแกรม TMS เพื่อใช้ติดตามสถานะการขนส่ง ตำแหน่งและความเร็วของรถบรรทุกแบบเรียลไทม์ (Real Time)
(3) เข้าถึงความต้องการของลูกค้าและมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมนำเสนอการให้บริการใหม่ๆ ที่ตรงตามความต้องการเพื่อช่วยประหยัดต้นทุนของลูกค้ามากขึ้น (4) จัดตั้งบริษัทย่อย บริษัทร่วม และศูนย์รวมสินค้า (Hub) ในประเทศต่างๆ ทั้งในมาเลเซีย เวียดนาม และจีน โดยมีผู้บริหารและบุคลากรท้องถิ่นที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ประจำอยู่ เพื่อเข้าถึงลูกค้าในแต่ละประเทศได้มากขึ้น (5) มุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นประโยชน์แก่บริษัทฯ และผู้ถือหุ้นในระยะยาว และ (6) มีธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม การเคารพสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ
ทั้งนี้ ETL ถือเป็นหุ้นที่ดำเนินธุรกิจบริการการขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างประเทศตัวแรกที่เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตตามการค้าระหว่างจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่มขึ้นสูง ด้วยโอกาสเติบโตจากเส้นทางใหม่ที่เชื่อมต่อเอเชียกับยุโรปผ่านเส้นทางสายใหม่ (One-belt One-road) การค้าข้ามพรมแดนของไทยกับสิงคโปร์ เวียดนาม และจีนตอนใต้ ซึ่งที่มีการเติบโตสูง ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร แผงโซล่าเซลล์ ชิ้นส่วนยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค ยาและเวชภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับแผนแผนการขยายธุรกิจ ที่ ETL จะให้ความสำคัญแก่บริการตู้คอนเทนเนอร์แบบควบคุมอุณหภูมิ (Reefer Container) มากขึ้นเพื่อจับตลาดส่งออกผลไม้ไทยที่กำลังเติบโต
ก.ล.ต. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคตลาดทุนเดินหน้าชุดมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย พร้อมตั้งคณะทำงาน Taskforce ตลาดตราสารหนี้
บลจ.อีสท์สปริง แนะจังหวะลงหุ้นไทยคุณภาพผ่านกองทุน ES-THAICG มองหุ้นธรรมาภิบาลแข็งแกร่ง รับประโยชน์จาก Thailand Value-Up และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
ก.ล.ต. ธปท. คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ ฯ เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ Money Story for Influencer เล่าเรื่องการเงินอย่างรับผิดชอบ
AGE โชว์กำไร Q1/69 โต 139.5% พร้อมรุก Green Business ต่อเนื่อง
PRAPAT เดินหน้า Q2 สินค้าเครื่องจักร-ธุรกิจสระว่ายน้ำ หนุนการเติบโตต่อเนื่อง
"Krungsri Finnovate" ผนึกกำลัง "Thai Startup" จัดเวที "Opportunity Stage" ในงาน TSD 2026 เปิดพื้นที่สตาร์ทอัพไทยโชว์ศักยภาพสู่สายตานักลงทุน พร้อมเชื่อมโอกาสธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค
Pi ร่วม TFEX ยกระดับการลงทุนทองคำออนไลน์ ผ่าน "Mini Gold Online Futures" เทรดได้แล้ววันนี้
SYNEX มั่นใจแนวโน้มครึ่งปีเติบโตต่อเนื่อง ในงาน Opp Day ชู Product Mix มาร์จิ้นสูง รับดีมานด์ AI-Data Center ขยายตัว
TEKA โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 ในงาน Opportunity Day กำไรพุ่ง 294%