สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาและแนวทางการดำเนินการกรณีกองทุนมีอัตราส่วนการลงทุนผิดจากเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการลงทุน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2567 รวมทั้งยกเลิกข้อจำกัดการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ โดยให้การลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์อัตราส่วนการลงทุนทั่วไปเช่นเดียวกับทรัพย์สินประเภทอื่น มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2566
ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนในการประชุมครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2566 มีมติเห็นชอบหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอัตราส่วนการลงทุนของกองทุน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการลงทุนเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่บริษัทจัดการ และยกระดับให้สอดคล้องกับสากล รวมทั้งคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดย ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการและร่างประกาศดังกล่าวเมื่อเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2566 ซึ่งผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วย
ก.ล.ต. จึงออกประกาศเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอัตราส่วนการลงทุนของกองทุน จำนวน 2 ฉบับ* โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
(1) การปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาและแนวทางการดำเนินการกรณีผิดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุน โดยเพิ่มเติมกรณีที่บริษัทจัดการไม่สามารถดำรงอัตราส่วนการลงทุนได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด เนื่องจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทจัดการ (passive breach) จะไม่ถือว่าบริษัทจัดการมีการกระทำผิดเกณฑ์ เช่น มูลค่าทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากกว่าปกติ ผู้ถือหน่วยลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนมากกว่าปกติ หรือตราสารที่กองทุนลงทุนถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ เป็นต้น จากเดิมที่จะถูกพิจารณาว่าเป็นการกระทำของบริษัทจัดการ (active breach) และเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดเกณฑ์
นอกจากนี้ ยังปรับปรุงแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการในกรณีที่เกิด passive breach โดยให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่หากบริษัทจัดการใช้ดุลพินิจที่จะไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม หรือคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แล้วแต่กรณี รวมทั้งต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีการติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการแก้ไขอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง จนกว่าจะแก้ไขได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2567
(2) การปรับปรุงหลักเกณฑ์อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit) ของกองทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ที่นิติบุคคลตามกฎหมายไทยเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย หรือคู่สัญญา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์อัตราส่วนการลงทุนทั่วไปเช่นเดียวกับทรัพย์สินประเภทอื่น เพื่อให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น หลักเกณฑ์อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) เพื่อลดความเสี่ยงของผู้ออกตราสารหรือคู่สัญญารายใดรายหนึ่ง และหลักเกณฑ์อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามกลุ่มกิจการ (group limit) เพื่อลดความเสี่ยงของการลงทุนกระจุกตัวในบริษัทที่อยู่ในกลุ่มกิจการเดียวกัน เป็นต้น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2566
ก.ล.ต. เข้าร่วมการประชุมหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก และภูมิภาคยุโรป
LINE Thailand ผนึกพันธมิตรภาครัฐ จัดอบรม Digital Literacy เสริมภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้นักศึกษา
ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) นำเสนอข้อมูลบริษัทต่อ ก.ล.ต. และ ตลท. เดินหน้า IPO 32 ล้านหุ้น ในตลาด mai ชูธง Digital Transformation Partner ครบวงจร
ก.ล.ต. เข้าหารือ CIB และ บก.ปอศ. เพื่อการทำงานเชิงรุกร่วมกันในการป้องกันและเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายกับกรณีเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและความผิดในตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง
GULF ออกหุ้นกู้ชุดใหม่ ชูอันดับเครดิตเรตติ้งที่ AA- สะท้อนธุรกิจที่แข็งแกร่งและผลประกอบการโดดเด่น เตรียมเสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่