รู้หรือไม่ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยโรคเอดส์ สามารถใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวได้ เพียงคนรอบข้างเข้าใจและเปิดใจ ดังนั้น เพื่อความมั่นใจและการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องในการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างปลอดภัยจึงต้องทำความเข้าใจโรค "HIV"ว่าควรปฏิบัติกันอย่างไร ถึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
HIV (Human Immunodeficiency Virus) เอชไอวี ไวรัสชนิดหนึ่งที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทำให้ผู้ได้รับเชื้อไม่สามารถต้านทานโรคต่าง ๆ ได้ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้มีโรคร้ายอื่นๆ แทรกซ้อนเข้ามาทำร้ายร่างกายได้ง่าย เช่น โรควัณโรคปอด มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคทางสมอง ซึ่งอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยส่วนใหญ่เกิดมาจากสาเหตุเหล่านี้
สาเหตุของการติดเชื้อเอชไอวีที่พบบ่อยที่สุด คือ ติดเชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ส่งผ่านจากแม่สู่ลูกระหว่างการตั้งครรภ์ สัมผัสเลือด น้ำอสุจิ ของเหลวจากช่องคลอดของผู้ติดเชื้อ หรือแม้แต่น้ำนมแม่ก็สามารถแพร่เชื้อเอชไอวีได้เช่นกัน
การติดเชื้อ HIV มี 3 ระยะ ได้แก่
- ระยะเฉียบพลันเป็นระยะแรกหลังรับเชื้อประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยมักจะมีอาการคล้ายเป็นหวัด
- ระยะอาการระยะนี้เชื้อจะยังคงอยู่ในร่างกายแต่มักไม่แสดงอาการและระยะนี้ยังสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้อีกด้วย
- ระยะเอดส์ กว่าจะถึงระยะนี้ได้แสดงว่าผู้ป่วยไม่เคยได้ระงับการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเลย ในระยะนี้ผู้ป่วยมักจะ
สูญเสียภูมิคุ้มกันโรคและเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม
การป้องกัน HIV มีวิธีการอย่างไรบ้าง
- สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์
- ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมดับผู้อื่น
- หากมีแผลเปิดหรือแผลสด ควรปิดแผลให้สนิท
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ
- พบแพทย์เพื่อรับยาต้านไวรัสเอชไอวีทันที หากทราบว่าสัมผัสกับผู้ป่วยโรคเอชไอวี
- ตรวจเลือด หรือตรวจสุขภาพประจำปี อย่างน้อยปีละครั้ง
แนวทางการรักษาของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบัน
แนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบัน คือ การรักษาด้วยยาต้านเอชไอวีเท่านั้น เนื่องจากเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด โดยผู้ติดเชื้อจะได้รับยาต้านเอชไอวีอย่างน้อย 3 ชนิด และมีหลักการรักษา คือ ผู้ติดเชื้อต้องกินยาให้ตรงเวลาทุกวันอย่างต่อเนื่องเพราะยาจะไปทำการยับยั้งการแบ่งตัวและการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส ถ้าหยุดกินเมื่อไหร่ก็จะทำให้เชื้อไวรัสแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและแพร่กระจาย
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันผู้ป่วยเอชไอวี สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ตามปกติ เพียงระมัดระวังและป้องกันการติดเชื้อระหว่างตัวผู้ป่วย และคนอื่นๆ ในบ้าน ควรป้องกันไม่ให้เชื้อโรคอื่นๆ ไปติดผู้ป่วยเอชไอวีเพราะผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้นจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าคนปกติ หากเป็นโรคหรือติดเชื้อขึ้นมา ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่าคนอื่นได้นั่นเอง
บทความโดยแพทย์หญิง จารุณี ชีวินเจริญรุ่ง แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02- 836-9999 ต่อ *2921-2
MSD จับมือ Tinder? ให้ความรู้ HPV การใส่ใจสุขภาพ กลายเป็น Green Flag ใหม่ของการเดท
LINE ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อโครงการ Digital Literacy ขยายสู่กลุ่มนักศึกษา จัดเวิร์กช็อป "LINE Connect Day Digital Literacy for Smart Young Gen"
LINE Thailand ผนึกพันธมิตรภาครัฐ จัดอบรม Digital Literacy เสริมภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้นักศึกษา
ATLAS ร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือ PTG-ศิริราช ร่วมขับเคลื่อนให้คนไทย"รู้เท่าทันและห่างไกลจากโรคหลอดเลือดสมอง"
บางกอกแลนด์ จัดงาน "รู้ทันภัยไซเบอร์ใกล้ตัวกว่าที่คิด : Cyber Security for Everyday Life"
รู้จัก "ไวรัสนิปาห์" มหันตภัยเงียบที่ต้องเฝ้าระวัง... แม้ยังอยู่ไกลตัว
Meta ร่วมมือ 6 พันธมิตร เปิดประสบการณ์ไขปริศนา 'The Mystery Mansion of Scams: คฤหาสน์หลอน เปิดโปงโลกสแกม' สร้างเสริมความรู้เท่าทันกลโกงออนไลน์
ETDA ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เดินหน้า 'EDC Trainer 2026' ลุยสร้างเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค 10 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งเป้าพัฒนาเทรนเนอร์ดิจิทัลกว่า 2,000 คน