นางสาวศุภร คุ้มวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม.กล่าวถึงแนวทางการสร้างเครือข่ายรถรับ-ส่งนักเรียนที่ปลอดภัย โดยกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และผู้ประกอบการรถรับ-ส่งนักเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กทม.มีหนังสือสั่งการผู้อำนวยการสถานศึกษากำชับผู้ปกครอง หรือผู้ประกอบการรถตู้ที่ใช้รถตู้ในการรับ-ส่งนักเรียนให้ตรวจสอบภายในรถตู้ทุกครั้งเมื่อส่งนักเรียนที่โรงเรียนแล้ว โดยได้กำหนดมาตรการให้โรงเรียนเข้มงวดและปฏิบัติตามกฎ หรือระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถรับ-ส่งนักเรียนจนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียทั้งร่างกายและจิตใจ ประกอบด้วย มาตรการที่ 1 "นับ" พนักงานขับรถรับ-ส่งนักเรียน ครู และผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องนับจำนวนเด็กก่อนขึ้นและหลังลงจากรถทุกครั้ง โดยครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง และพนักงานขับรถฯ ควรมีกลุ่มไลน์ เพื่อตรวจนับนักเรียนผ่านกลุ่มไลน์ว่า นักเรียนถึงโรงเรียนอย่างปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้ กรณีพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง หากต้องให้นักเรียนเดินทางไปกับรถส่วนบุคคล หรือรถของบุคคลอื่น หรือขาดเรียน ให้แจ้งผ่านกลุ่มไลน์ หรือโทรศัพท์แจ้งให้โรงเรียนและพนักงานขับรถฯ ทราบ เพื่อบันทึกไว้ในสมุดตรวจสอบรายชื่อนักเรียน มาตรการที่ 2 "ตรวจตรา" ตรวจตรายานพาหนะและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ถังดับเพลิง ค้อนประจำรถให้มีความปลอดภัยเหมาะสมต่อสภาพการใช้งาน ตรวจตราจำนวนนักเรียนทุกครั้งที่มีการขึ้น-ลงรถ และก่อนล็อกประตูรถ โดยตรวจสอบภายในรถทุกครั้งว่า มีเด็กอยู่ในรถหรือไม่ และมาตรการที่ 3 "อย่าประมาท" อย่าทิ้งเด็กไว้เพียงลำพังแม้ช่วงเวลาสั้น ๆ หากพบเห็นเด็กอยู่ในรถ ขอให้คนรอบข้างช่วยเหลือและโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ 1669 รวมถึงพ่อ แม่ ผู้ปกครอง หรือประชาชนทั่วไป ควรช่วยสอดส่องดูแล หากพบเห็นรถรับ-ส่ง หรือพนักงานขับรถโรงเรียน มีลักษณะขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย ควรเรียกร้องให้โรงเรียนแก้ไขปรับปรุง
ขณะเดียวกัน กทม.ได้กำหนดมาตรการความปลอดภัยและกำชับให้โรงเรียนในสังกัด กทม.เข้มงวดเรื่องการรับ-ส่งนักเรียนและปฏิบัติตามกฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถรับ-ส่งนักเรียน จนอาจเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียทั้งร่างกายและจิตใจ โดยโรงเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน เครือข่ายผู้ปกครอง และชุมชน จัดทำมาตรการแนวทางการปฏิบัติในการรับ-ส่งนักเรียน ร่วมกันจัดระบบรักษาความปลอดภัยการเดินทางและกำหนดหน้าที่ผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน เช่น ครูเวรดูแลการรับ-ส่งนักเรียนด้านหน้าประตูโรงเรียน ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่เทศกิจช่วยดูแลในช่วงเช้าและช่วงเวลาเลิกเรียน กรณีโรงเรียนอยู่ในซอยลึกให้โรงเรียนประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจดูแลจุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้แก่เด็กนักเรียนและผู้ปกครอง
นอกจากนั้น กทม.ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง กทม.และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อพัฒนาหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษาสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ พิการ ด้อยโอกาส เมื่อวันที่ 20 ต.ค.65 ได้ดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (ทุนเสมอภาค) โดยจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่นักเรียนจากครอบครัวที่ยากจน/ด้อยโอกาส เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา รวมถึงค่าเดินทางมาเรียนของนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.ที่ผ่านการคัดกรองตามเกณฑ์ในอัตรา ดังนี้ ชั้นอนุบาล คนละ 4,000 บาท/ปี ชั้นประถมศึกษา คนละ 3,000 บาท/ปี และชั้นมัธยมตอนต้น คนละ 3,000 บาท/ปี ซึ่งเริ่มคัดกรองนักเรียนยากจนในปีการศึกษา 2/2565 มีนักเรียนได้รับทุนเสมอภาค จำนวน 1,091 คน คิดเป็นเงิน 1,706,000 บาท และดำเนินการอย่างต่อเนื่องในปีการศึกษา 1/2566 มีนักเรียนที่ได้รับทุนเสมอภาค จำนวน 1,194 คน คิดเป็นเงิน 1,846,000 บาท
นายไทภัทร ธนสมบัติกุล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม.กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร โดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนกรุงเทพมหานคร (ศปถ.กทม.) ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางของนักเรียนและที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ หลายโครงการ อาทิ การกำหนด School Zone เพื่อติดตั้งเครื่องหมายจราจร อุปกรณ์ความปลอดภัย และกล้องวงจรปิด (CCTV) หน้าโรงเรียน โครงการเด็กเริ่มผู้ใหญ่ร่วม โครงการแจกหมวกกันน็อกให้นักเรียนสังกัด กทม.และโครงการเดินรถ BMA Feeder ย่านสามเสนเชื่อมต่อฝั่งธนบุรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของนักเรียนช่วงก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ
ทั้งนี้ เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยของรถรับ-ส่งนักเรียน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 พ.ย.66 สจส.จะได้นำประเด็นดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ศปถ.กทม.เพื่อหารือแนวทางการจัดตั้งคณะทำงานฯ จัดทำแผนความปลอดภัย แก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับการพัฒนาระบบจัดการรถรับ-ส่งนักเรียนให้มีความปลอดภัยอย่างยั่งยืนต่อไป
เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว ผนึกพลังรักษ์โลกวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569 ชวนพนักงานปลูกต้นไม้ ทำเกษตรอินทรีย์ พร้อมส่งต่อแนวคิดลดโลกร้อน รับสิทธิพิเศษบุฟเฟต์ทานฟรี 1 ท่าน
ฟุตบอลโลก 2026 ยังไม่เปิดสนาม แต่กระแสคนไทยพุ่งทะลุล้านเอ็นเกจเมนต์
ALLY ชวนคนทุกเจเนอเรชันร่วมส่งต่อพลังสีเขียว กับงาน "ALLY GREEN FEST 2026" ภายใต้แนวคิด "GREEN POWER TOGETHER"
STECH จัดโครงการ "ปันน้ำใจ" ครั้งที่ 93 ประจำปี 2569 ส่งต่อพลังแห่งการให้ นำทีมพนักงานจิตอาสาบริจาคโลหิตเพื่อสังคม
MBK Center x จุฬาฯ เนรมิตพื้นที่แห่งสีสัน Inclusive Playground ต้อนรับ Pride Month 2026 สัมผัส Pride Installation Landmark ความสนุกและการมีส่วนร่วม ใช้ชีวิตให้ shine ในแบบตัวเอง
BJC Big C จัดงาน "DiverCity Day 2026: All Gen, All In ต่างวัย หัวใจเดียวกัน" เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งความเข้าใจ เปิดพื้นที่ให้ทุกความแตกต่างเติบโตไปด้วยกัน
ICC Green Legacy มรดกสีเขียวสู่อนาคตที่ยั่งยืน เดินหน้าภารกิจรักษ์สิ่งแวดล้อม พายเรือเก็บขยะ ฟื้นฟูปากอ่าวคลองสรรพสามิต เขตบางขุนเทียน
"อัครากรุ๊ป" ฉลอง 30 ปี พลิกโฉมจากฟาร์มสู่ Food Solution รุกตลาดอาหารและโปรตีนเต็มสูบ ในงาน THAIFEX 2026 ครั้งแรก
กทม. กำชับหน่วยงานเพิ่มประสิทธิภาพ Traffy Fondue รวดเร็ว โปร่งใส มีหลักฐานยืนยันชัดเจน