บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ หรือ NER แจ้งงบไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้จากการขายรวม 6,541.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 285.45 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 4.60% ด้านกำไรสุทธิเท่ากับ 453.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139.24 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 44.29% เผยรับอนิสงค์จากราคายางเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนและเงินบาทอ่อนค่า สำหรับการเติบโตอีก 9 เดือน มุ่งขยายตลาดกลุ่มลูกค้า พร้อมเดินหน้าส่งมอบยาง EUDR แก่ลูกค้าเพื่อผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ด้าน ESG บริษัทยังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานในทุกมิติ ควบคู่ไปพร้อมกับการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และยางผสมเพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ และกลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1/2567 สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2567 เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีรายได้จากการขายรวม 6,541.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 285.45 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 4.60% แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 4,869.56 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 74.44% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 951.48 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 24.28% และรายได้จากการขายต่างประเทศ 1,672.29 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 25.56% ของยอดขายรวม ลดลง 664.03 ล้านบาทหรือลดลง 28.42% โดยมีกำไรสุทธิเท่ากับ 453.61 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 6.93% ของรายได้จากการขายรวม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทมีมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 139.24 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 44.29%
โดยรายได้จากการขายที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ราคายางเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนนั้น ราคาขายสินค้ายางเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 16.45% เกิดจากสถานการณ์ราคายางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 924.02 ล้านบาท และแบ่งเป็นผลต่างด้านปริมาณที่ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 639.94 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เท่ากับ 0.57 ล้านบาทหรือคิดเป็น 0.01% ของรายได้จากการขายรวม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวนเงิน 30.37 ล้านบาทหรือ 0.49% ของรายได้จากการขายรวม ลดลงจำนวน 29.81 ล้านบาทหรือลดลง 98.13% สัดส่วนที่ลดลงนี้เกิดขึ้นจากการรับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้าต่างประเทศ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนตามสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับสถาบันการเงินเพื่อการบริหารความเสี่ยงให้ลดลง
นายชูวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมถึงเป้าหมายการเติบโตปี 2567 ด้วยสถานการณ์ยางพาราที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยคาดว่าไม่ต่ำกว่า 70 บาทต่อกิโลกรัม บริษัทได้รับอนิสงค์ตามความต้องการของตลาด (Demand) ภาวะฟื้นตัวของอุตสาหกรรมทั้งตลาดในและต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้น ที่มีความต้องการมากขึ้น การใช้งานมากขึ้นและยังมีย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศ ดังนั้นตลาด EV นับเป็นตลาดสำคัญของกลุ่มธุรกิจยางพารา
นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่ปรับตัวอ่อนค่าในช่วงนี้เป็นบวกต่อบริษัท ซึ่งบริษัทเดินหน้าผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ส่วนความต้องการจากตลาดจีนอาจจะลดลงบ้างแต่เชื่อว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงบริษัทมีความพร้อมในการจำหน่ายยางสำหรับมาตรการ EUDR หรือ EU Deforestation-Free Regulation ซึ่งเป็นกฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าที่จะเริ่มปีนี้ ซึ่งจะเป็นบวกกับบริษัทด้วยเช่นเดียวกัน เป็นโอกาสสร้างยอดขายในต่อไป
N Health ฉลองครบรอบ 25 ปี เดินหน้าสู่อนาคต ยกระดับบริการสุขภาพด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือ สร้าง Healthcare Ecosystem เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
SO ลุยครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง หลังกำไร H1/69 แตะ 102.94 ลบ. มั่นใจเดินหน้าตามแผน เร่งเครื่อง AI ยกระดับสู่ "Strategic Operations Partner"
IND แย้มครึ่งปีหลังสดใส ตุน Backlog แน่น 1.9 พันลบ.ลุยปั้น New S-Curve พลังงานสะอาดกางงบครึ่งปีแรกกำไรแตะ 13.33 ลบ.
Easy Money จัดงาน "Business Forum 2026" เปิดมุมมองธุรกิจถ่ายทอดเส้นทางการเติบโตและวิสัยทัศน์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
บริดจสโตนได้รับเลือกในฐานะพันธมิตรด้านยางรถยนต์ให้ 'Lamborghini Fenomeno Roadster' ซูเปอร์คาร์เปิดประทุนทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ลัมโบร์กินี
Bridgestone Chosen as Exclusive Tyre Partner forHistoric Lamborghini Fenomeno Roadster
CH ส่งสัญญาณบวก Q3/69 ชูกลยุทธ์คุมต้นทุน-ขยายตลาด หนุนการเติบโต
7-Eleven เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Character-Themed Storeสาขา Festie Town, Happitatมิติใหม่ของร้านสะดวกซื้อ พื้นที่แห่งความสุขของทุกคนในครอบครัว พร้อมต้อนรับเพื่อนใหม่สุดคิวท์
"MOSHI" โชว์ความเป็นเลิศด้านธรรมาภิบาลคว้า 100 คะแนนเต็ม AGM Checklist 3 ปีซ้อน