บมจ.ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย หรือ AMARC (เอมาร์ค) ประกาศงบ Q1/67 โตแกร่ง หลังการบริโภคฟื้นตัว รายได้จากการบริการอยู่ที่ 75.65 ลบ. เติบโต 16.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โกยกำไรสุทธิ 6.12 ลบ. พุ่งกระฉูด 526.5% มั่นใจรายได้ปี 67 โต 10-15% ตามแผน หลังภาคธุรกิจเกษตร-อาหารฟื้นตัว ตอกย้ำ!!! การเป็นผู้นำแล็บมาตรฐานระดับสากลอย่างแท้จริง
ดร.ชินดนัย ไชยยอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMARC (เอมาร์ค) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวดไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้จากการบริการ 75.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีการเติบโตในทุกกลุ่มบริการและมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง หลังจากลูกค้าเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด 19 และความสามารถในการรับงานโครงการเอกชนที่เพิ่มขึ้น
โดยมีรายได้จากบริการตรวจวิเคราะห์เป็นหลัก (Testing) 69.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเติบโตจากกลุ่มลูกค้าเอกชนที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีการใช้บริการเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้การขยายขอบข่ายการให้บริการ ทำให้บริษัทฯสามารถรับงานโครงการเอกชนได้เพิ่มขึ้น รวมถึงการเติบโตของรายได้จากสาขาในภาคตะวันออก และภาคเหนือ
ส่วนกลุ่มงานสอบเทียบ (Calibration) เพิ่มขึ้น 18.7% และกลุ่มงานตรวจสอบและรับรองระบบ (Inspection & Certification) รายได้เพิ่มขึ้น 191.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อน จากการประมูลงานโครงการของรัฐ และรายได้จากกลุ่มลูกค้าเอกชนและบุคคลธรรมดาที่ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 526.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกกลุ่มบริการ ทำให้เกิดผลดีต่อ Economies of Scale และประสิทธิผลของการบริหารจัดการด้านเครดิต ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยดีขึ้น
"ผลงาน Q1/67 มีการเติบโตที่ดี ตอบรับเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว ช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศให้กลับมาคึกคัก โดยแผนธุรกิจปี 67 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% คาดว่าผลดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังจะทำสถิติสูงสุดช่วง Q3/67 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของการส่งออกภาคธุรกิจเกษตรและอาหาร รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณปี 67 ของภาครัฐฯ ส่งผลให้หลายธุรกิจกลับมาส่งออกเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่ขยายตัวทั้งทางการแพทย์ และภาคธุรกิจเกษตร-อาหาร" ดร.ชินดนัยกล่าว
ในปี 2567 บริษัทฯ วางงบลงทุนรวมราว 30 ล้านบาท เพื่อเพิ่มเครื่องมือวิทยาศาสตร์เข้ามาขยายกำลังการให้บริการและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระบวนการขยายกำลังการให้บริการนี้ จะพร้อมและเริ่มส่งผลต่อกำลังการให้บริการในปี 67 อย่างเห็นได้ชัด และจะลดแรงกดดันที่ต้องขยายกำลังการให้บริการในอัตราเร่งเช่นที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่การลงทุนลดลง นำมาซึ่งอัตรากำไรที่เหมาะสม เป็นการเติบโตแบบ Organic Growth ทั้งจากลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภูมิภาคที่บริษัทได้เริ่มบุกตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
MOF and BOT Announce Top 5 Youth Winners Championing Economic Ideas for the New Era Welcoming the 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings
คลัง - ธปท. ประกาศผล 5 สุดยอดเยาวชน ประชันไอเดียยกระดับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ต้อนรับ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings
HOMEPAINT จับมือ TOA เปิดตัว Concept Store 'HOMEPAINT TOA SHOP' แห่งแรกในประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์แบบ Total Solutions ภายใต้ Concept "ONE STOP EXPERIENCE ครบ จบ คุ้ม"
DIP ผนึกกำลัง NIA ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เดินหน้า MOU หนุนผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ เสริมขีดความสามารถการแข่งขันและยกระดับ GII ไทย
ทีทีบี ฟินทิป พาส่องบัญชีเงินฝาก ชวนเปลี่ยนจาก "มีไว้เพื่อใช้" เป็น "มีไว้เก็บออม"
กอง REIT LHHOTEL ติดอันดับหลักทรัพย์ ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
กปภ. เร่งสำรองน้ำดิบทั่วประเทศ รับมือซูเปอร์เอลนีโญ เตรียมพร้อมน้ำประปาให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง
LHFG ติดอันดับหลักทรัพย์ ESG100 เป็นปีที่ 11
พลิกโฉมอนาคตแห่งการลงทุนด้วย Vega AI จาก Webull AI ผู้ช่วยการลงทุนส่วนตัวที่ถาม-ตอบได้ทันที ครั้งแรกในไทย