นายสุนทร สุนทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม.กล่าวถึงมาตรการเชิงรุกของ กทม.ในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออกว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เดือน ม.ค.67 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในกรุงเทพฯ 762 ราย ซึ่งยังต่ำกว่ายอดผู้ป่วยเดือน ม.ค.66 (1,121 ราย) แต่มีค่ามากกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปี ย้อนหลัง (661 ราย) อัตราป่วย/ประชากรแสนราย 13.87 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหากไม่รณรงค์ป้องกันควบคุมโรคที่เหมาะสม โดยพบผู้ป่วยสูงสุดในกลุ่มอายุ 5-14 ปี รองลงมาได้แก่ อายุ 15-34 ปี ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
ที่ผ่านมา สนอ.ได้ร่วมกับสำนักงานเขตดำเนินมาตรการเชิงรุกป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อนำโดยยุงลาย โดยพัฒนาปรับปรุงระบบจัดการด้านสาธารณสุขเขตเมือง อาทิ การจัดการสุขาภิบาลในชุมชนแออัด การจัดการแหล่งน้ำขังอย่างมีประสิทธิภาพ การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ตามมาตรการ 5ป 1ข คือ ปิด หรือคว่ำภาชนะ เพื่อป้องกันยุงวางไข่ เปลี่ยนน้ำในภาชนะให้สะอาดอยู่เสมอทุก 7 วัน ตัดวงจรลูกน้ำที่จะกลายเป็นยุง ปล่อยปลาลงในอ่าง เพื่อกินลูกน้ำยุงลาย ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สะอาด ปลอดโปร่ง ลดขยะและแหล่งน้ำขัง ควรปฏิบัติเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง และขัดล้างไข่ยุงลาย โดยขัดล้างภาชนะใส่น้ำก่อนเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกสัปดาห์ พร้อมทั้ง "3 เก็บป้องกัน 3 โรค" คือ เก็บบ้าน ไม่ให้รก เก็บขยะไปทิ้งอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เก็บน้ำ ปิดฝาภาชนะให้มิดชิด ทำลายแหล่งน้ำขัง ทั้งในบ้าน ชุมชน และสถานที่สำคัญต่าง ๆ ขณะเดียวกันได้ประสานความร่วมมือและจัดทำแผนจัดกิจกรรมจัดการสิ่งแวดล้อม Big cleaning ในชุมชนที่เป็นพื้นที่เสี่ยงทุกสัปดาห์ ทั้งบริเวณบ้านพักอาศัย ภายในชุมชน สถานศึกษา ศาสนสถาน และสถานที่ราชการ ได้แก่ การสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายทุกสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง ใส่ทรายทีมีฟอส คว่ำภาชนะ เก็บขยะที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยผนวกกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนดูแลสุขลักษณะและจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยทุกครั้ง
นอกจากนั้น สำนักงานพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (สรส.) ยังได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีไข้เลือดออก (EOC) ในพื้นที่ 15 เขต ที่มีอัตราการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกสูงสุด 15 ลำดับแรกของปี 2566 มีการแจ้งเตือนสถานการณ์โรคไข้เลือดออกให้หน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานเขตและศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.สัปดาห์ละครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการแพร่ระบาด รวมทั้งจัดอบรมพัฒนาความรู้และซ้อมแผนการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก เพื่อให้บุคลากรเจ้าหน้าที่มีความรู้ ความสามารถ และตอบโต้ภาวะฉุกเฉินได้ทันท่วงที อีกทั้งรณรงค์ส่งเสริมความรู้และสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด รวมถึงวิธีสังเกตอาการของโรคไข้เลือดออกและโรคติดต่อนำโดยยุงลาย ด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแผ่นพับและสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงเสียชีวิต เช่น ผู้ที่มีโรคอ้วน มีโรคประจำตัว (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง) หากมีไข้สูงลอยเกิน 2 วัน รับประทานยาแล้วไข้ไม่ลด หรือลดแล้วไข้กลับ มาสูงอีก ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระบอกตา หรือมีอาการเลือดออกส่วนใหญ่พบที่ผิวหนังควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลและให้รับประทานยาพาราเชตามอล (Paracetamol) และหลีกเลี่ยงยาประเภท NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน เป็นต้น
MSC Strengthens Its Green IT Leadership, Achieves Carbon Footprint for Organization (CFO) Certification for the 2nd Consecutive Year
เขตบางกะปิ บูรณาการจัดระเบียบ Skywalk บางกะปิ เพิ่มความสะดวกปลอดภัยให้ผู้สัญจร
กทม. วางแนวทางรับมือหลังเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ช่วยเหลือผู้ประสบภัย-เข้มตรวจสถานประกอบการ-ถอดบทเรียนป้องกันซ้ำ
GULF ชูความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ม.มหิดล เสริมแกร่งการวิจัยพัฒนา 'Nature-based Innovation' พร้อมหนุนศักยภาพเด็กกลุ่มเปราะบาง
GULF Leverages Clean Energy Expertise to Install Solar Systems at Mahidol University, Empowering R&D in 'Nature-Based Innovation' and Supporting the Potential of Vulnerable Children
MSC ตอกย้ำผู้นำองค์กรไอทีสีเขียว คว้าการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) ต่อเนื่อง ปีที่ 2
ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี จุดประกายไอเดียสร้างสรรค์! จัด Inspiration Day "เท่ได้...ใช้เงินเป็น" ชวนเยาวชนออกแบบบอร์ดเกมการเงิน
SCAP รุกสินเชื่อมือถือ Locked Phone เต็มสูบ เปิดตัวระบบสินเชื่ออัตโนมัติไร้ขีดจำกัด พร้อมเพิ่มพันธมิตรรายใหญ่ Xiaomi
สวนรถไฟแตก!!! "JAS" สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ FIFA WORLD CUP 2026(TM) ONE NIGHT ONE CHAMPION