หนึ่งในภารกิจที่สำคัญของมหาวิทยาลัยพะเยา คือ การพัฒนากำลังคนที่มีสมรรถนะและทักษะแห่งอนาคต ซึ่งสาขาวิชาทางด้านระบบขนส่งทางรางถือได้ว่าเป็นสาขาหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ จากการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบขนส่งทางรางของภาครัฐ เป็นการลงทุนที่ใช้งบประมาณสูงมากและใช้กำลังคนที่มีองค์ความรู้เฉพาะทางเป็นจำนวนมาก พร้อมกับสถานการณ์ปัจจุบันในการเกิดขึ้นของโครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มหาวิทยาลัยพะเยาจึงจำเป็นต้องจัดเตรียมองค์ความรู้และการพัฒนากำลังคนที่มีศักยภาพสูงทาง ด้านระบบราง เพื่อรองรับต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมขนส่งทางรางของประเทศและรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิตและปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบราง (Railway Engineering and Technology) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ของบัณฑิตที่เป็นกำลังคนที่มาปฏิบัติงานในภาคสนามของโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ผ่านกระบวนการทางการศึกษา วิจัย และพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของระบบขนส่งทางราง ตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์ การออกแบบ การก่อสร้าง การปฏิบัติการ และการซ่อมบำรุง ซึ่งจะช่วยส่งผลให้เกิดบุคลากรที่มีศักยภาพสูงและมีองค์ความรู้เชิงลึกในด้านระบบราง ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระดับที่เหมาะสมต่อไป
หลักสูตรวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบราง มุ่งหมายกับการผลิตบัณฑิตสมรรถนะสูงที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านเทคโนโลยีระบบขนส่งทางราง โดยเฉพาะบุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ร่วมดำเนินงานด้านระบบรางในโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา กลุ่มบริษัทที่ดำเนินการก่อสร้าง ส่วนราชการในพื้นที่ กลุ่มหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมในพื้นที่ ภายใต้กรอบนโยบายของธัชวิทย์ หรือ วิทยสถานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (Thailand Academy of Science : TAS) ที่เป็นโครงการภายใต้หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตรบัณฑิตวิทย์สมรรถนะสูงที่พัฒนาจากความร่วมมือของสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน (Future Graduate Platform) โดยใช้ Non-conventional Future Graduate Platform เพื่อผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีทักษะหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเจตคติด้านบวก (Brain power) โดยมีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันระหว่างสถาบันวิจัยหรือภาคเอกชน (Demand side) และมหาวิทยาลัย ในรูปแบบ Demand-driven platform เพื่อจัดการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโทและเอก) ร่วมกันเพื่อผลิตหลักสูตรภายใต้ TAS Educational Sandbox โดยหัวข้อวิจัยต้องมาจากสถาบันวิจัยหรือเอกชน โดยรูปแบบการจัดการเรียนการสอนจะเป็นแบบ Co-curriculum, Co-teaching, และ Co-certificate โดย บพค. เป็นตัวกลางคอยประสานและให้ทุนสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรใหม่ ๆ ในสาขาที่รองรับการเติบโตและโอกาสทางอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ของประเทศไทย และนักศึกษาสามารถทำวิจัยโดยมี National facility มาตรฐานระดับสากล รวมถึงการเข้าไปฝังตัวทำวิจัยร่วมกับนักวิจัยในสถาบันวิจัยชั้นนำของโลก "บัณฑิตธัชวิทย์" สำเร็จการศึกษาโดยมี Degree certificate และเข้าทำงานในสถาบันวิจัยและภาคเอกชน ซึ่งธัชวิทย์จะเป็นอีกแพลตฟอร์มหนึ่งในการสร้างและพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง พร้อมขับเคลื่อนเทคโนโลยี นวัตกรรมขั้นแนวหน้าในการพลิกโฉมสังคมและเศรษฐกิจไทยให้หลุดพ้นจากกับดักความเป็นประเทศรายได้ปานกลาง สู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วให้ได้ภายในปี 2580
มหาวิทยาลัยพะเยาได้เริ่มต้นพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบรางขึ้น โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในเครือข่ายที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จำนวน 35 แห่งทั่วประเทศที่เป็นภาคีเครือข่ายระบบขนส่งทางรางที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบราง ร่วมกับสถาบันวิจัยหลักของประเทศ รวมถึงภาครัฐและเอกชนที่กำลังดำเนินงานด้านระบบรางในโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ในการจัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบรางร่วมกัน โดยที่มหาวิทยาลัยพะเยาได้พัฒนาความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันวิจัยหลักของประเทศซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านระบบราง ประกอบด้วย ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง (ศทร.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) ซึ่งจะให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของผู้เรียน และร่วมกันกำหนดหัวข้อวิทยานิพนธ์หรือโจทย์วิจัย ทั้งยังให้ความร่วมมือในการใช้ห้องปฏิบัติการและทดสอบงานทางด้านระบบรางอีกด้วย นอกจากนี้หลักสูตรฯ ยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในทปอ.ที่เป็นภาคีเครือข่ายระบบขนส่งทางราง ซึ่งจะให้การสนับสนุนบุคลากรที่มีความรู้และเชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านระบบรางในการร่วมเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์วิจัยต่าง ๆ รวมถึงการส่งผู้เรียนเข้าไปฝังตัวทำวิจัยร่วมกับนักวิจัยในสถาบันวิจัยชั้นนำของโลกที่มีความร่วมมือกับหลักสูตรฯ นอกจากนี้หลักสูตรฯยังได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ใช้บัณฑิตซึ่งเป็นภาครัฐและเอกชนที่ร่วมอยู่ในโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา กลุ่มบริษัทที่ดำเนินการก่อสร้าง ส่วนราชการในพื้นที่ กลุ่มหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมในพื้นที่ ที่จะต้องส่งบุคลากรผู้เชี่ยวชาญมาร่วมเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ อีกทั้งยังร่วมสนับสนุนอุปกรณ์และห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ในงานวิจัยด้วยเช่นกัน
ในช่วงที่ผ่านมามหาวิทยาลัยพะเยาได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ "การผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านระบบราง การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านระบบรางเพื่อรองรับอุตสาหกรรมระบบราง" ร่วมกับกรมการขนส่งทางรางและภาคีเครือข่ายในการสนับสนุนส่งเสริมและใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาด้านระบบราง ซึ่งประกอบด้วย (1) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (2) สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (3) หน่วยงานวิชาชีพและหน่วยงานวิจัยและรับรองด้านระบบราง (4) สถาบันการศึกษาที่มีหลักสูตรด้านระบบรางระดับอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน (5) สถาบันการศึกษาที่มีหลักสูตรด้านระบบรางระดับอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน และ (6) ผู้ประกอบกิจการด้านระบบรางภาครัฐและเอกชน และในอนาคตมหาวิทยาลัยกำลังจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทยในการร่วมกันผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านระบบราง การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านระบบราง รวมถึงการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกัน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมระบบราง และการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญในการมาสนับสนุนการควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตเป็นหนึ่งในกิจกรรมในบันทึกข้อตกลง
ในปีการศึกษา 2567 มหาวิทยาลัยพะเยาได้รับการจัดสรรทุนจาก บพค. ในการดำเนินโครงการ "การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงทางด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบรางเพื่อรองรับการพัฒนาระบบขนส่งทางรางในภูมิภาคของประเทศไทยภายใต้โปรแกรมธัชวิทย์ (Human capital development in railway engineering and technology for regional rail transport development in Thailand under Thailand Academy of Science (TAS) program)" สำหรับผลิตบัณฑิตในหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบราง จำนวนทั้งสิ้น ๖ ทุนการศึกษา ซึ่งครอบคลุมผู้เรียนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานโครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินโครงการเป็นเงินทั้งสิ้น ๓๐.๕ ล้านบาท ครอบคลุมระยะเวลา ๔ ปีในการดำเนินการ ซึ่งผลจากนโยบายของรัฐบาลในการกระจายรายได้สู่ภูมิภาคด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนจากการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของนั้นจะเป็นการช่วยสนับสนุนระบบเศรษฐกิจของภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรและภาคบริการของจังหวัดพะเยาและภาคเหนือตอนบนให้เกิดความคล่องตัว และส่งผลให้จังหวัดพะเยาสามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ทางรางของภาคเหนือตอนบนได้ในอนาคต ทั้งนี้โปรแกรมธัชวิทย์เป็นโปรแกรมภายใต้ บพค. สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่มุ่งเน้นการผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีทักษะหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะทางผ่านหลักสูตรที่ออกแบบตามความต้องการของผู้ใช้บัณฑิตโดยตรง ดั้งนั้นหลักสูตรวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบรางภายใต้โปรแกรมธัชวิทย์นี้จะช่วยสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านระบบขนส่งทางรางชั้นสูงขึ้นในจังหวัดพะเยาและพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยได้อย่างมีศักยภาพ
พะเยาวิจัย ครั้งที่ 15 ตอกย้ำบทบาทมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ ขับเคลื่อน SDGs อย่างเป็นรูปธรรม
ม.พะเยา จัดงานการประชุมวิชาการระดับชาติพะเยาวิจัย ครั้งที่ 15 ขับเคลื่อน SDGs เชื่อมเครือข่ายวิชาการสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ทุน ป.ตรี วิศวะ บริหาร ม.เทคโนโลยีเจ้อเจียง (Zhejiang University of Technology)
ทุนป.ตรี ภาคอังกฤษและภาคจีน ม.เทคโนโลยีเจ้อเจียง (Zhejiang University of Technology : ZJUT)
ม.หัวเฉียวฯ สร้างเครือข่าย 1 กล้อง 1 สถานประกอบการ พร้อมมอบรางวัล “วินหมวกทองคำ” ครั้งที่ 3