'บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์' หรือ PCE ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร เข้าเทรดวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชูความพร้อมทั้งการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร ที่มีความพร้อมระบบการจัดการซัพพลายเชน (Supply Chain) ตอบสนองลูกค้าได้แบบ One Stop Service เดินหน้าขยายโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม และโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอีนเพื่อการบริโภค รับโอกาสอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มมีทิศทางขยายตัวทั้งในประเทศและตลาดส่งออก สร้างการเติบโตสู่ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในระดับประเทศ
นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้นำหุ้น PCE เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรก (12 กันยายน 2567) ในหมวดเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร โดยใช้ชื่อย่อ 'PCE' ในการซื้อขายหลักทรัพย์ หลังประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 750 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 2.28 บาท โดยหุ้น PCE ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจน้ำมันปาล์มแบบครบวงจรของ PCE และช่วยสนับสนุนให้ PEC เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนภายหลังจากเข้าเทรด
ทั้งนี้ PCE ได้วางยุทธศาสตร์สร้างการเติบโต เพื่อก้าวสู่ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจรระดับประเทศ ผ่าน
กลยุทธ์ที่เป็นจุดแข็งของกลุ่มบริษัทฯ ได้แก่ 1) ความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร และความพร้อมการจัดการระบบซัพพลายเชน (Supply Chain) โดยกลุ่มบริษัทฯ มีกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ บริการคลังสินค้าและท่าเทียบเรือ ตลอดจนกระบวนการขนส่งที่ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแบบ One Stop Service ด้วยประสบการณ์ตรงในอุตสาหกรรมกว่า 40 ปี 2) ทำเลที่ตั้งของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของแหล่งวัตถุดิบ ใกล้ลูกค้า และท่าเรือ และ 3) กระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพของกลุ่มบริษัทฯ ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล
บริษัทฯ วางแผนจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุน IPO ไปเสริมศักยภาพการเติบโต โดยจะลงทุนขยายโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 เท่าตัว จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 60 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง เพิ่มเสถียรภาพในการจัดหาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบสำหรับนำเข้าสู่กระบวนการกลั่นต่อไป รวมทั้งลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอีนเพื่อใช้ในการบริโภคเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 เท่าตัวเช่นเดียวกัน จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน โดยโรงงานทั้งสองแห่งเดินอัตราการใช้กำลังการผลิตไปแล้ว 80-90% ของกำลังการผลิตติดตั้ง ตลอดจนใช้เงินระดมทุนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการผลิตให้ดียิ่งขึ้น รองรับการขยายตลาดในทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและตลาดส่งออก พร้อมทั้งลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการวิจัย และพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และสร้างโอกาสในตลาดใหม่ๆ ในอนาคต
ขณะที่ผลการดำเนินงานปี 2564-2566 มีรายได้รวม 28,178.54 ล้านบาท 32,696.15 ล้านบาท 24,722.79 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 847.33 ล้านบาท 214.40 ล้านบาท 330.50 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี 2567 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 12,921.47 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 211.97 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย ณ ปี 2566 รายได้หลักของกลุ่มบริษัทฯ มาจากอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มถึงร้อยละ 98.61 และมีสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศร้อยละ 63.67 และต่างประเทศ ร้อยละ 36.33
นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า PCE ถือเป็นหุ้นที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจรรายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีโอกาสเติบโตตามทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มทั้งจากกำลังซื้อภายในประเทศ และต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคอุปโภค กลุ่มพลังงานทดแทนที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการใช้โอเลโอเคมิคอลเพื่อเป็นส่วนประกอบในสินค้า เช่น เครื่องสำอาง สบู่ ครีมบำรุงผิว เป็นต้น ตลอดจนอุตสาหกรรมน้ำมันไบโอดีเซล ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจโลก
นางสาวนลิน วิริยะเสถียร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์และรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า การเสนอขายหุ้น IPO ของ PCE ในช่วงที่ผ่านมา มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 750 ล้านหุ้น ที่ราคาเสนอขาย 2.28 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าเสนอขายรวม 1,710 ล้านบาท ได้รับการตอบรับอย่างคึกคักจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ PCE ซึ่งเป็นผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง และเชื่อมั่นว่า PCE จะเป็นหุ้นคุณภาพอีกหนึ่งตัวสำหรับนักลงทุนในตลาดทุนไทย
นายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์และรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า มั่นใจว่า PCE จะเป็นหุ้น Growth Stock ที่สร้างผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุน ด้วยจุดเด่นในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร ที่มีความพร้อมการจัดการระบบซัพพลายเชน ที่ให้บริการลูกค้าได้แบบ One Stop Service ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เป็นผู้ประกอบการที่มีพันธมิตรทางการค้าอย่างเหนียวแน่น และการระดมทุนในครั้งนี้จะเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุน เพื่อนำไปใช้ขยายธุรกิจให้เติบโตตามเป้าหมาย
บลจ.อีสท์สปริง แนะจังหวะลงหุ้นไทยคุณภาพผ่านกองทุน ES-THAICG มองหุ้นธรรมาภิบาลแข็งแกร่ง รับประโยชน์จาก Thailand Value-Up และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
ก.ล.ต. ธปท. คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ ฯ เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ Money Story for Influencer เล่าเรื่องการเงินอย่างรับผิดชอบ
AGE โชว์กำไร Q1/69 โต 139.5% พร้อมรุก Green Business ต่อเนื่อง
PRAPAT เดินหน้า Q2 สินค้าเครื่องจักร-ธุรกิจสระว่ายน้ำ หนุนการเติบโตต่อเนื่อง
"Krungsri Finnovate" ผนึกกำลัง "Thai Startup" จัดเวที "Opportunity Stage" ในงาน TSD 2026 เปิดพื้นที่สตาร์ทอัพไทยโชว์ศักยภาพสู่สายตานักลงทุน พร้อมเชื่อมโอกาสธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค
Pi ร่วม TFEX ยกระดับการลงทุนทองคำออนไลน์ ผ่าน "Mini Gold Online Futures" เทรดได้แล้ววันนี้
SYNEX มั่นใจแนวโน้มครึ่งปีเติบโตต่อเนื่อง ในงาน Opp Day ชู Product Mix มาร์จิ้นสูง รับดีมานด์ AI-Data Center ขยายตัว
TEKA โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 ในงาน Opportunity Day กำไรพุ่ง 294%
KJL ชูงบ Q1/69 แข็งแกร่ง เดินหน้าขยายตลาด Data Center-Renewable Energy