จีนผลักดันโครงการโซลาร์เซลล์ในทะเลทราย หนุนรายได้เกษตรกร

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสำนักข่าวซินหัวสาขามองโกเลียใน

เมื่อมองจากมุมสูง โซลาร์เซลล์สีฟ้าจำนวน 196,000 แผง ก่อตัวกันเป็นรูปม้าที่กำลังวิ่งฝ่าทะเลทรายคูปู้ฉี

เมื่อเดินชมรอบ ๆ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านไฉเติงของเมืองออร์ดอส นักท่องเที่ยวต่างรู้สึกทึ่งไปกับพืชพรรณสีเขียวและแผงโซลาร์เซลล์ที่หมุนตามดวงอาทิตย์ราวกับดอกทานตะวัน แทบไม่อยากเชื่อว่าที่นี่เคยเป็นดินแดนแห้งแล้งที่ถูกเรียกว่า "ทะเลมรณะ"

โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จุ่นหม่า ซึ่งแปลว่าม้าในภาษาจีนนั้น เป็นส่วนหนึ่งของ "กำแพงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยักษ์" อันเป็นโครงการสุดทะเยอทะยานเพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ฟื้นฟูทะเลทราย ทอดยาวตามแนวตอนเหนือของทะเลทรายคูปู้ฉีและทางใต้ของแม่น้ำเหลือง

โครงการพลังงานแสงอาทิตย์นี้มีความยาวประมาณ 400 กิโลเมตร และกว้างเฉลี่ย 5 กิโลเมตร ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จแล้วจะมีกำลังการผลิตติดตั้งถึง 100 ล้านกิโลวัตต์

การฟื้นฟูทะเลทรายด้วยพลังงานแสงอาทิตย์นั้นให้ประโยชน์มากมาย โดยแผงโซลาร์ช่วยลดการระเหยของน้ำใต้ดินได้ 20-30% ทั้งยังให้ร่มเงา และลดความเร็วลม ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ส่งผลให้พืชพรรณ เช่น หญ้าอาหารสัตว์ที่ช่วยต้านฝุ่นและทรายนั้นเติบโตได้ดี ซึ่งในพื้นที่แห้งแล้งนั้น การนำปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์มารวมเข้ากับระบบน้ำหยด ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับทะเลทราย

โมเดล "ผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์ควบคู่กับฟื้นฟูทะเลทราย" ซึ่งมีแผงโซลาร์ทำหน้าที่ผลิตพลังงานสะอาดด้านบน ขณะที่พืชและปศุสัตว์เติบโตอยู่ด้านล่างนั้น กำลังเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการสร้างรายได้ และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น

ชาวบ้านกำลังสำรวจหาช่องทางต่าง ๆ ในการเพิ่มรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้เช่าที่ดินทะเลทราย การมีส่วนร่วมในการก่อสร้างโครงการ และการทำเกษตรพันธสัญญา (contract farming) โดยมีการส่งเสริมบรรดาบริษัทในแวดวงพลังงานใหม่และบริหารจัดการระบบนิเวศ ในการจ้างงานเกษตรกรและคนเลี้ยงสัตว์ในท้องถิ่นทั้งในช่วงก่อสร้างและดำเนินการ

หลี่ ไค (Li Kai) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพลังงานเขตดาลัด ได้ยกให้โครงการฐานพลังงานใหม่ตอนกลาง-เหนือ ณ ทะเลทรายคูปู้ฉีในเมืองออร์ดอสเป็นตัวอย่างที่โดดเด่น โดยในปี 2566 นั้น โครงการนี้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไป 2.18 ล้านแผง และจ้างงานกว่า 3,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรในท้องถิ่นที่มีรายได้ตั้งแต่วันละ 300 หยวน (ราว 42 ดอลลาร์สหรัฐ) ไปจนถึง 500 หยวน

โครงการฟื้นฟูทะเลทรายด้วยพลังงานแสงอาทิตย์มักมีระบบป่าป้องกันรอบ ๆ โรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ โดยใช้แนวกั้นทรายแบบตาข่ายหญ้า (ใช้วัสดุเช่น ฟางข้าวสาลี ฟางข้าว และไม้รวก จัดเรียงเป็นรูปแบบตาราง เพื่อลดการกัดเซาะจากลมและรักษาความชื้น) ร่วมกับพืชตรึงทราย เพื่อให้ควบคุมการเคลื่อนที่ของทรายได้ดียิ่งขึ้น

หวัง หมิง (Wang Ming) เป็นชาวนาในหมู่บ้านผิงหยวนของเขตดาลัด ซึ่งทำการเกษตรหาเลี้ยงชีพ แต่เดิมนั้นเขามีรายได้เพียงปีละไม่กี่พันหยวน แต่งานควบคุมทรายและปลูกป่าที่ฐานพลังงานใหม่นี้ทำให้เขามีแหล่งรายได้เสริม ส่งผลให้หาเงินได้เพิ่มขึ้นปีละเกือบ 10,000 หยวน

ในฤดูใบไม้ผลินี้ เขาใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนในการสนับสนุนโครงการก่อสร้าง โดยดูแลคนงานกว่า 30 คนและเครื่องจักรหลายเครื่อง

หวังกล่าวว่า "ตอนนี้ผมมีงานที่มั่นคงอยู่แค่หน้าบ้าน ผมมีความสุขมากครับ"

เขายังเล่าอีกว่า โครงการนี้จะติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 8 ล้านกิโลวัตต์ ซึ่งสำหรับเขาแล้ว งานควบคุมทรายและปลูกต้นไม้ให้โอกาสการจ้างงานที่มั่นคง

เมืองออร์ดอสที่มีทุ่งดอกทานตะวันกว้างใหญ่นั้น แต่เดิมเคยประสบปัญหาในการจัดการฟางข้าวหลังการเก็บเกี่ยว โดยบริษัท Inner Mongolia Three Gorges Mengneng Energy Co., Ltd. ผู้พัฒนาโครงการฐานพลังงานใหม่ตอนกลาง-เหนือ ณ ทะเลทรายคูปู้ฉีในเมืองออร์ดอสนั้น ได้เปลี่ยนความท้าทายนี้ให้เป็นโอกาส โดยนำฟางมาใช้สร้างแนวกั้นทราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ต่อสู้กับการแปรสภาพเป็นทะเลทราย

ในแต่ละปี บริษัทฯ จะซื้อฟางทานตะวันจำนวนมากจากเกษตรกรในท้องถิ่น เพื่อนำมาใช้ในการต่อสู้กับการแปรสภาพเป็นทะเลทราย โดยวิธีการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ยังทำให้ชุมชนเกษตรกรในพื้นที่มีแหล่งรายได้เสริมอีกด้วย

หลิว เทียนหยุน (Liu Tianyun) รองผู้อำนวยการสำนักงานป่าไม้และทุ่งหญ้าของเมืองออร์ดอส กล่าวว่า ภายในปี 2573 โครงการ "กำแพงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยักษ์" นี้ จะสร้างงานที่มั่นคงถึง 50,000 ตำแหน่ง พร้อมเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อหัวกว่า 20,000 หยวนต่อปี และเพิ่มมูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรมเชิงนิเวศรวมทั้งปีถึง 1 พันล้านหยวน

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสำนักข่าวซินหัวสาขามองโกเลียใน


ข่าวโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์+โครงการโซลาร์เซลล์วันนี้

WHAUP จับมือ APEX ศึกษา Direct PPA & TPA 17 MW ปูทางปลดล็อกพลังงานสะอาด เพื่ออุตสาหกรรม

บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เอเพ็กซ์ เซอร์คิต (ไทยแลนด์) จำกัด สู่การยกระดับพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังผลิต 17 เมกะวัตต์ ปั้นโมเดล "ซื้อขายไฟตรง" Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) และ Third Party Access (TPA) นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า บริษัทฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)

เดินหน้าขยาย Solar Big Lot โซลาร์ฟาร์มชุม... TSE โชว์ผลงานปี 68 พลิกกำไรโต 109% ธุรกิจสุขภาพ - ชีวมวลหนุนรายได้ — เดินหน้าขยาย Solar Big Lot โซลาร์ฟาร์มชุมชน เสริมพอร์ตเติบโตยั่งยืน บมจ. ไทย โซล่าร์ ...

บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (... NPS เปิดบ้านต้อนรับ กลุ่มผู้นำชุมชน เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ — บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) NPS จัดกิจกรรมศึกษาดูง...

นางสาวชนากานต์ เยี่ยมวิญญะ ผู้ช่วยผู้อำนว... TSE พร้อมรุกพลังงานสะอาด-ธุรกิจสุขภาพ สร้างการเติบโตยั่งยืน — นางสาวชนากานต์ เยี่ยมวิญญะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี (ขวา) พร้อมด้วย นางสาววีณัชฐย นีรภาพิ...