หนึ่งในหุ้น IPO น้องใหม่ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม สำหรับ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ หนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Be Organic from Farm to Table" เน้นวิถีเกษตรอินทรีย์ (Organic) ตั้งแต่เพาะปลูกจนถึงเก็บผลผลิต กำลังเตรียมพร้อมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเร็วๆ นี้ โดยเดินหน้าจัดโรดโชว์ (Roadshow) แนะนำบริษัทจากจุดเริ่มต้นสวนผักออร์แกนิค ในฝันสู่แบรนด์ร้านอาหารออร์แกนิคที่ครองใจ
ผู้บริโภค พร้อมเผยกลยุทธ์การเติบโตและแผนการขยายธุรกิจ ในวันที่ 19 ก.ย. 2567 ตั้งแต่ 10.30 น. เป็นต้นไป งานนี้ ยกทัพทีมผู้บริหาร OKJ 'ชลากร เอกชัยพัฒนกุล' 'จิรายุทธ ภูวพูนผล' 'วรเดช สุชัยบุญศิริ' 'เบญญาภา เตชะมณีสถิตย์' 'ภวิษย์เพ็ญ เหล่ารัตนไพบูลย์' พร้อมด้วยผู้บริหารจาก บล. บัวหลวง ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เรียกได้ว่าเตรียมพร้อมโชว์ศักยภาพธุรกิจและตอกย้ำความแข็งแกร่งของผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแบรนด์ "โอ้กะจู๋" สำหรับนักลงทุนที่สนใจหุ้น IPO "OKJ" สามารถเข้าชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทาง Facebook Page: สวนผักโอ้กะจู๋ OHKAJHU.Official และ Wealthy Thai
"KJL" กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.3 พันลบ. เสริมเครือข่ายขายทั่วประเทศ รุกอุตสาหกรรม Data Center และ พลังงานสะอาด
ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท
ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร
SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว
L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ.
"MEDEZE" โชว์ผลงานใน Opportunity Day Year End 2025 มุ่งสร้าง New S-Curve จาก ATMPs
กรุงไทยเดินหน้าขยายโอกาสลงทุนต่างประเทศเตรียมเปิดขาย 12 DR ตัวใหม่ อ้างอิงหุ้นจีน A-Shares และหุ้นเมกะเทรนด์ชั้นนำ ดีเดย์ 11 มี.ค.นี้
ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) นำเสนอข้อมูลบริษัทต่อ ก.ล.ต. และ ตลท. เดินหน้า IPO 32 ล้านหุ้น ในตลาด mai ชูธง Digital Transformation Partner ครบวงจร
ทีทีบี เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงิน 9,614 ล้านบาท และเตรียมขออนุมัติจาก AGM เพื่อขยายโครงการซื้อหุ้นคืน โดยเพิ่มเพดานวงเงินรวมขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท และทำต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571