พิเทียม (Pythium) อาจเป็นชื่อที่คุ้นเคยสำหรับเกษตรกรหลายท่าน แต่สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่วงการเกษตร อาจยังไม่ทราบว่าเชื้อราชนิดนี้สร้างความเสียหายให้กับพืชผลทางการเกษตรมากเพียงใด พิเทียมเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้พืชเกิดโรครากเน่า โคนเน่า และส่งผลให้ผลผลิตเสียหายอย่างรุนแรง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับพิเทียมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันและควบคุมโรคพืช
1. พิเทียมคืออะไร และทำไมจึงน่ากลัว ?
Pythium เป็นเชื้อราในดินชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการเจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น ดินที่มีความชื้นสูง อุณหภูมิอบอุ่น และมีอินทรียวัตถุมาก เมื่อเชื้อรา Pythium เข้าทำลายพืช จะสร้างเส้นใยเข้าไปในรากและโคนต้น ทำให้เซลล์พืชถูกทำลาย เกิดอาการเน่าเปื่อย และในที่สุดพืชก็ตายไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรอย่างมาก
2. พิเทียมทำลายพืชได้อย่างไร ?
เมื่อเชื้อรา Pythium เข้าไปในรากพืช จะปล่อยสารพิษออกมาทำลายเซลล์พืช ทำให้รากเน่าและไม่สามารถดูดซับน้ำและธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ใบเหลือง เหี่ยว และร่วงในที่สุด นอกจากนี้ Pythium ยังสามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของพืช เช่น ลำต้น และผล ทำให้เกิดอาการเน่าเสียตามมาได้อีกด้วย
3. พืชชนิดใดบ้างที่เสี่ยงต่อการถูกพิเทียมทำลาย ?
Pythium สามารถทำลายพืชได้หลากหลายชนิด ทั้งพืชผัก พืชไร่ และพืชสวน เช่น มะเขือเทศ แตงกวา ผักกาด ผักบุ้ง พริก มะละกอ ทุเรียน ข้าวโพด และพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะพืชที่ปลูกในดินที่มีการระบายน้ำไม่ดี หรือในช่วงที่มีฝนตกชุก จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรค
4. สภาพแวดล้อมแบบไหนที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของพิเทียม ?
Pythium เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิปานกลางถึงสูง ความชื้นสูง และมีน้ำขัง ดังนั้นในช่วงฤดูฝน หรือในพื้นที่ที่มีการให้น้ำมากเกินไป จึงมักพบปัญหาโรคที่เกิดจาก Pythium บ่อยครั้ง นอกจากนี้ การใช้ปุ๋ยไนโตรเจนในปริมาณมากเกินไปก็อาจส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อรา Pythium ได้เช่นกัน
5. การป้องกันและควบคุมโรคที่เกิดจากพิเทียม
การป้องกันและควบคุมโรคที่เกิดจาก Pythium ทำได้หลายวิธี ดังนี้
- การป้องกัน: เลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่ต้านทานโรค เตรียมดินให้พร้อมก่อนปลูก หมุนเวียนพืช ปรับปรุงระบบระบายน้ำในแปลงปลูก ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และหลีกเลี่ยงการให้น้ำมากเกินไป
- การควบคุม: เมื่อพบต้นพืชที่เป็นโรค ควรทำการเด็ดใบและส่วนที่เป็นโรคออกไปทำลาย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และใช้สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
6. ความสำคัญของการจัดการโรคที่เกิดจากพิเทียม
การจัดการโรคที่เกิดจาก Pythium อย่างถูกวิธีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของพืชผลทางการเกษตร หากปล่อยให้โรคระบาดไปอย่างรวดเร็ว จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร และอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนอาหารได้
พิเทียมเป็นเชื้อราที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรเป็นอย่างมาก เกษตรกรจึงควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อราชนิดนี้ เพื่อนำไปสู่การป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์เหนือระดับ สัมผัส 'AZIMUT 60' และ 'AZIMUT 53' พร้อมเรือสันทนาการ CHRIS-CRAFT
แกร็บ จับมือ GAC ผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มคนขับ ยกระดับการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"กกต. - สตช. - ไปรษณีย์ไทย - กรมการกงสุล" เดินหน้าภารกิจเลือกตั้ง -ประชามติ 2569 ย้ำทุกกระบวนการโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดงานแสดงกล้วยไม้ไทย ภายใต้แนวคิด "Blooming Siam The global charm of Thai orchids งามอย่างไทย สู่ความเลอค่าระดับโลก"
ยามาฮ่าร่วมแถลงข่าวเปิดศึก MotoGP 2026 ประเดิมเปิดฤดูกาลด้วยศึกไทยจีพี เนรมิต YamahaGP Pavilion มอบประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสให้แฟนความเร็ว
คูโบต้า ชวนน้องร่วมกิจกรรม "กระเป๋าใหม่ เติมใจ เติมยิ้ม"ในโครงการ "คูโบต้า ปันน้ำใจให้น้อง" ต้อนรับวันเด็ก 2569
ธอส. เติมเต็มรอยยิ้ม มอบ "กระปุก ธอส. TORRY" ปลูกฝังวินัยการออมให้กับเยาวชนรับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569
สสวท. ชวนเยาวชนไทยโชว์ไอเดียประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ สู่เวทีโลก TJWP 2026 ที่สวีเดน
ครั้งแรก! แสนสิริ และ Phuketian Coffee จัดงาน เทศกาลกาแฟสุดยิ่งใหญ่ SANSIRI PHUKET | SIP & INSPIRE