งานประชุมสุดยอดด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของแคสเปอร์สกี้ในศรีลังกา เผยให้เห็นเวกเตอร์ภัยคุกคามใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ดีที่สุดสำหรับโลก AI
แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก จัดงานประชุมประจำปี Kaspersky Cybersecurity Weekend for Asia Pacific Countries 2024 ระหว่างวันที่ 4 - 7 สิงหาคม 2024 ที่ประเทศศรีลังกา เพื่อนำเสนอภาพรวมของการพัฒนาด้านความปลอดภัยไซเบอร์ล่าสุด และเวกเตอร์ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยล่าสุด โดย 'แรนซัมแวร์’ (ransomware) ยังคงเป็นภัยคุกคามหลัก เนื่องจากผู้ก่อภัยคุกคามใช้ AI แพร่กระจายในเชิงรุก ซึ่งอาจเพิ่มความซับซ้อนและความล้ำหน้าในการโจมตีทางไซเบอร์
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ชั้นนำของแคสเปอร์สกี้ ได้แชร์ข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่จ้องโจมตีมากที่สุด ตลอดจนความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจากการแพร่กระจายของ AI แก่ผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยชั้นนำของโลก สื่อมวลชน ผู้บริหารสูงสุดสายงานเทคโนโลยี ผู้บริหารจากอุตสาหกรรมหลัก และผู้ร่วมงานต่างๆ
การเลือกประเทศศรีลังกาเป็นสถานที่จัดงาน Kaspersky Cybersecurity Weekend 2024 สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของประเทศศรีลังกาที่เพิ่มมากขึ้น และเป็นภารกิจของแคสเปอร์สกี้ในการให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ครอบคลุมการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลสำหรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงบุคคลทั่วไป ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) เอ็นเทอร์ไพรซ์ขนาดกลางและขนาดใหญ่ รวมถึงบริษัทโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
นายเอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ เน้นย้ำว่า ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์และองค์กรที่จ้างผู้ให้บริการต้องปรับเปลี่ยนท่าทีด้านความปลอดภัยไซเบอร์และตระหนักถึงผลทางกฎหมายในภูมิภาคที่ตนปฏิบัติงานอยู่
“การผสานรวม AI เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับองค์กรจำนวนมาก เนื่องจาก AI มีความสามารถอันล้ำค่าในการประมวลผลชุดข้อมูลขนาดใหญ่ แต่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องตระหนักถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับ AI จำเป็นต้องมีการนำนโยบายมาใช้ในการจัดการข้อมูล พิจารณาว่าข้อมูลนี้เป็นความลับอย่างไร และข้อมูลด้านใดที่ AI เข้าถึงได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่องค์กรต้องปฏิบัติตามในพื้นที่ที่ตนดำเนินงานอยู่”
นายเอเดรียนกล่าวเสริมว่า “ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งที่องค์กรต่างๆ ต้องพิจารณาในยุคที่ 'เวลาทำงาน’ หรือ uptime เป็นสิ่งสำคัญที่สุดคือความสามารถในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการรับมือภัยคุกคามนั้นต้องใช้การวัดเทเลมิทรีและการบันทึกข้อมูลเพื่อระบุและตอบสนองต่อเหตุการณ์ไซเบอร์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงนโยบายการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ครอบคลุม เพื่อให้สามารถฟื้นตัวจากการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็ว”
นายอิกอร์ คุซเนตซอฟ ผู้อำนวยการทีมวิจัยและวิเคราะห์ระดับโลกของแคสเปอร์สกี้ (GReAT) มีมุมมองภาพรวมเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ กล่าวว่า “อาชญากรรมไซเบอร์ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดทั่วโลกคือแรนซัมแวร์ โดยผู้ก่อภัยคุกคามจัดการเหมือนการดำเนินธุรกิจ (RaaS) ช่องทางการติดมัลแวร์ที่พบบ่อยที่สุด คือการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของแอปพลิเคชันที่เผยแพร่สู่สาธารณะ รองลงมาคือการบุกรุกและละเมิดข้อมูลรับรองตัวตน ภัยคุกคามใหม่ที่ควรคำนึงถึงคือ การละเมิดซัพพลายเชน ซึ่งเหตุการณ์จำนวนครึ่งหนึ่งถูกตรวจพบหลังจากการโจมตีประสบความสำเร็จไปแล้ว อุตสาหกรรมที่ถูกเพ่งเป้าโจมตีมากที่สุด คือหน่วยงานของรัฐ สถาบันการเงิน และบริษัทการผลิต”
นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ยังเน้นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ AI ในอาชญากรรมไซเบอร์ที่เพิ่มประสิทธิภาพการโจมตีทางวิศวกรรมสังคม (social engineering) ได้ โดยการสร้างอีเมลและอินพุตสำหรับการโจมตีแบบฟิชชิงที่ดูปกติมากขึ้น สร้างพาสเวิร์ด ช่วยเข้ารหัสมัลแวร์ และการโจมตีรหัสผ่าน การถือกำเนิดของ AI ทำให้อาชญากรไซเบอร์สามารถกำหนดเป้าหมายเหยื่อด้วยการโจมตี adversarial attack โดยทำการปรับเปลี่ยนไฟล์เล็กน้อยเพื่อให้สามารถจัดการระบบ AI เพื่อจัดประเภทมัลแวร์อย่างไม่ถูกต้อง ให้กลายเป็นไฟล์ที่ปลอดภัย ดังนั้น แคสเปอร์สกี้จึงเลียนแบบการโจมตี adversarial attack ไว้ในโมเดลการตรวจจับมัลแวร์ของแคสเปอร์สกี้ เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยและอัตราการตรวจจับให้ดียิ่งขึ้น
นายอเล็กซี่ แอนโทนอฟ หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “การโจมตีที่เกี่ยวข้องกับ AI เติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน การโจมตีบางส่วนยังคงต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลที่มีทักษะสูงและชำนาญอย่างมาก แต่ก็พบว่าการโจมตีอื่นๆ ได้ถูกนำไปใช้ในเครื่องมือที่มีอยู่แล้ว เราสามารถเน้นย้ำสองส่วนหลัก ประการแรกคือ Offensive AI ซึ่งผู้โจมตีจะใช้เทคนิคขั้นสูงเพื่อเร่งขั้นตอนการทำงาน ค้นหาเวกเตอร์ภัยคุกคามใหม่เพื่อนำไปใช้ ตัวอย่างเช่น deep fakes ซึ่งแพร่กระจายอย่างกว้างขวางในปีนี้ ก็เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ประการที่สองคือช่องโหว่ของ AI โมเดล AI บางโมเดลอาจถูกผู้โจมตีบังคับให้ทำสิ่งที่ถูกจำกัดหรือคาดไม่ถึง ตัวอย่างเช่น การโจมตีโมเดลภาษาขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว”
นายอเล็กซี่กล่าวเพิ่มเติมว่า “แคสเปอร์สกี้ได้ทำวิจัยปัญหาเหล่านี้มานานหลายปี เพื่อสร้างการป้องกันที่เชื่อถือได้สำหรับลูกค้าของเรา นอกจากนี้แคสเปอร์สกี้ยังใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อตรวจจับการโจมตีที่เป็นอันตรายและภัยคุกคามที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากจำนวนภัยที่อาจเป็นมัลแวร์ ซึ่งในปี 2024 เพียงปีเดียว สามารถตรวจพบตัวอย่างมัลแวร์ที่ไม่ซ้ำกัน 411,000 ตัวอย่างทุกวัน และในปี 2023 พบจำนวนมากกว่า 403,000 ตัวอย่างทุกวัน
ปัญหาเร่งด่วนที่สุดประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในการประชุมครั้งนี้ก็คือ การโจมตีซัพพลายเชนที่อาจสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาล ธนาคาร สายการบิน และอื่นๆ โดยประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งเมื่อบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์จากสหรัฐอเมริกา Crowdstrike อัปเดตซอฟต์แวร์ผิดพลาด ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์หน้าจอสีน้ำเงินแห่งความตายบนเครื่อง Windows กว่า 8.5 ล้านเครื่องทั่วโลก และก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงินอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นายวิทาลี คัมลุค ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ทีมวิจัยและวิเคราะห์ระดับโลก (GReAT) แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า "แนวทางที่เป็นไปได้ของการโจมตีซัพพลายเชนต่อโมเดลแมชชีนเลิร์นนิ่ง คือการปรับข้อมูลการฝึกอบรมเพื่อสร้างช่องโหว่ในโมเดล หรือปรับเปลี่ยนโมเดล AI ด้วยเวอร์ชันที่แก้ไขเพื่อสร้างผลลัพธ์ไม่ถูกต้อง เนื่องจาก AI จะอยู่คู่โลกต่อไป การโจมตีดังกล่าวจึงอาจส่งผลกระทบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอย่างที่เราเคยประสบมา เช่น ซอฟต์แวร์ที่เกิดข้อบกพร่องเร็วๆ นี้ หรือปัญหาแบ็คดอร์ภายใน SSH ซึ่งผู้ใช้โชคดีที่หลีกเลี่ยงได้เมื่อช่วงต้นปี"
การโจมตียูทิลิตี้ Linux XZ ซึ่งกลายมาเป็นสิ่งที่ต้องพึ่งพาบริการ Secure Shell Service (SSH) อาจกลายเป็นช่องทางเข้าโจมตีอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์เครือข่ายนับล้านเครื่องได้สำเร็จ แต่ก็สามารถตรวจจับและขัดขวางได้ทันเวลา
ในท้ายที่สุด องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องวางแผนและมีกลยุทธ์บรรเทาผลกระทบสำหรับการโจมตีทางไซเบอร์ รวมถึงแผนการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ พนักงานได้รับการฝึกอบรมเรื่องช่องทางการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การฟิชชิง บังคับใช้แนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ดีที่สุด และมีข้อมูลภัยคุกคามล่าสุดของพันธมิตรด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งสามารถรับรองการป้องกันเชิงลึกได้
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kaspersky.com
เอเชียแปซิฟิกเป็นศูนย์กลางควอนตัม แคสเปอร์สกี้ชี้พบความเสี่ยงไซเบอร์ที่สำคัญ
แคสเปอร์สกี้เผย ภัย APT บุกเอเชียแปซิฟิก ล่าความลับรัฐ เอกสารการทูต โรงไฟฟ้านิวเคลียร์
พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เผยองค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มี Machine และ AI Identity แซงหน้ามนุษย์ในอัตรา 111 เท่า
สิ้นสุดการรอคอย! ดาบพิฆาตอสูร ภาค ? ปราสาทไร้ขอบเขต รับชมได้แล้ววันนี้ที่ Netflix!
ยูโอบี สนับสนุนการขยายธุรกิจโซลูชันพลังงานยั่งยืนของ SP Group ในประเทศไทยด้วยสินเชื่อโครงการสีเขียว
หัวเว่ย คลาวด์ เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐาน Agentic AI และ CodeArts Agent OBT ในประเทศไทย เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรม AI สำหรับภาคธุรกิจไทย
สัปดาห์ดิจิทัลเอเปคชูศักยภาพเฉิงตู สะท้อนเสน่ห์ดึงดูดและพลังแห่งนวัตกรรม
บำรุงราษฎร์ ชูแนวคิด "Ready for Every Move, Naturally" ยกระดับศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ
เฟดเอ็กซ์หนุนผู้ส่งออกไทยเตรียมพร้อมรับเกณฑ์ e-filing ใหม่ของสหรัฐฯ ลดความเสี่ยงความล่าช้าด้านศุลกากร