บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) เปิดตัว Depositary Receipt หรือ "DR" ได้แก่ "TaiwanAI13" และ "TaiwanHD13" เข้าเทรดวันแรกในตลาดหุ้นไทย นำโดย ดร. จื้อ-หง หลิน กรรมการอำนวยการ และคุณเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ โดยได้รับเกียรติจาก คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.รินใจ ชาครพิพัฒน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมยินดี ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ดร. จื้อ-หง หลิน กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทออก Depositary Receipt หรือ "DR" มาพร้อมกัน 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ "TaiwanAI13" สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนไปกับการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ของโลก และ "TaiwanHD13" เหมาะกับการลงทุนระยะยาวไปกับเศรษฐกิจไต้หวัน
เนื่องจากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเศษฐกิจไต้หวันเติบโตขึ้นอย่างมาก โดยปีที่แล้วนิตยสาร Forbes จัดให้ไต้หวันเป็นประเทศที่มีความร่ำรวยอันดับที่ 14 ของโลก โดยพิจารณาจากค่า GDP ต่อประชากร การเติบโตนี้ขับเคลื่อนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและ AI ทั่วโลก โดยไต้หวันซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญของโลกใน AI Supply Chain ได้แก่ ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีผลิตชิพ Semiconductor นำโดยบริษัท TSMC ที่ผลิตชิพประมวลผลที่ทันสมัยที่สุดในโลก และยังมีบริษัทชั้นนำที่ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยความจำ แผงวงจร เป็นต้น
ตลาดหุ้นไต้หวันจึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากนักลงทุนทั่วโลก อย่างไรก็ตามการลงทุนในตลาดหุ้นไต้หวันของนักลงทุนต่างชาติมีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะข้อจำกัดการถือหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของไต้หวันซึ่งถือว่าเป็นการเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ จึงเป็นสาเหตุว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไต้หวันทางอ้อมผ่านกองทุนอีทีเอฟจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และมีสภาพคล่องสูง
บล.เคจีไอ ได้มีการออก DR 2 หลักทรัพย์ลงทุนในกองทุนอีทีเอฟที่ตลาดหุ้นไต้หวัน ประกอบด้วย
1) "TaiwanAI13" เป็น DR ที่ลงทุนในกองทุนอีทีเอฟ KGI Taiwan Premium Selection AI 50 ETF (รหัส 00952.TW) โดยเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นแนวหน้าของยุคแห่ง AI Revolution โดยแบ่งเป็น 4 เสาหลักของการพัฒนา AI
Data: ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง รวบรวมฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งจะถูก AI algorithm นำไปใช้ประมวลผลต่อ โดยบริษัทเหล่านี้ยังเกี่ยวข้องกับธุรกิจการวิเคราะห์ฐานข้อมูล (Data analytic and data mining) และการให้บริการจัดเก็บฐานข้อมูล (Data storage solution)
Computing Power: ลงทุนในบริษัทที่พัฒนาและผลิตอุปกรณ์ชิพที่ใช้ขับเคลื่อนการประมวลผลของ AI เป็นบริษัทที่ผลิตชิพ GPU (Graphic Processing Unit) และ TPU (Tensor Processing Unit) รวมทั้งระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง
Algorithms: ลงทุนในบริษัทที่พัฒนาการอัลกอริทึมในการพัฒนา AI เป็นบริษัทที่ค้นคว้าวิจัย เกี่ยวกับ Machine Learning และ Deep Learning
Applications: ลงทุนในบริษัทที่นำ AI ไปประยุกต์ใช้พัฒนาเป็นโซลูชั่นผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ
2) "TaiwanHD13" เป็น DR ที่ลงทุนในกองทุนอีทีเอฟ KGI Taiwan Premium Selection High Dividend 30 ETF (รหัส 00915.TW) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ปันผลสูงในไต้หวัน และได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่เติบโตของไต้หวัน โดยกองทุนนี้ถือว่าเป็นกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้ดีที่สุดในบรรดากองทุนประเภทปันผลสูงในไต้หวัน 2 ปีติดต่อกัน โดยมีผลตอบแทน 60.9% ในปี 2023 และ 22.6% ในปี 2024
SMO เดินหน้าแผน JUMP+ เสริมศักยภาพองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
CHAO กางแผนยุทธศาสตร์ JUMP+ ปักธงปี 2571 รายได้โตเฉลี่ย 10-15% รุกหนักทุกมิติ ขยายพอร์ต Better-for-You เร่งเครื่องบุกตลาดระดับสากลเต็มสูบ
SNPS เดินหน้าเข้าร่วมโครงการ Jump+ ดันเป้าหมาย ระยะ 3 ปี ที่ระดับ DOUBLE DIGIT และ EBITDA 30%
TBN กางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี "JUMP+" ปักธงกำไรแตะ 70 ล้านบาท ในปี 2571 ชูโมเดล Own Solution ผสาน Low-Code และ AI ขับเคลื่อนการเติบโตยั่งยืน
AURA เข้าร่วมโครงการ Jump+ ดันกำไรปี 2571 แตะ 2,000 - 2,500 ลบ. ปั้น "Gold Ecosystem และ Financial Platform"
"JPARK" ให้ข้อมูลนักลงทุน โชว์ผลดำเนินงานปี 2568 ในงาน Opp Day YE/2025
JMT เปิดแผน 3 ปี ผ่าน JUMP+ เร่งทรานส์ฟอร์มสู่ "AI Digital AMC" ดันกำไรแตะ 1,800 ล้านบาท ภายในปี 2571
JMT นัดฟังแผนใหญ่ปี 2571 ผ่านโครงการ JUMP+ 27 มี.ค.นี้
Digital Governance Infrastructure: เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนตลาดทุนไทย