นางสาวศุภรัตน์ อารีย์วงศ์ Executive Director กลุ่มกลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดมุมมองว่าการวางแผนลงทุนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวัยเกษียณเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจากข้อมูลทางสถิติของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ยังมีคนไทยส่วนน้อยที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนออมเงินเพื่อรองรับชีวิตหลังเกษียณได้อย่างเหมาะสม SCBAM จึงอยากมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ผู้ลงทุนได้เริ่มต้นวางแผนเสริมความมั่นคงทางการเงินเพื่อรองรับวัยเกษียณให้เร็วขึ้น โดยการออมผ่านกองทุนลดหย่อนภาษีทั้ง Thai ESG และ RMF ที่สามารถเริ่มทยอยลงทุนสะสมแบบต่อเนื่อง หรือ Dollar-Cost Average: DCA ได้ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด ยังเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้อย่างมีเสถียรภาพอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนและมอบความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นให้กับผู้ลงทุน SCBAM จึงจัดแคมเปญพิเศษ "ลงทุน DCA 3 เดือน ในกองทุนลดหย่อนภาษี Thai ESG และ RMF ที่ร่วมรายการ รับ Fund Back หน่วยลงทุนกองทุน SCBSFF มูลค่าสูงสุด 1,600 บาท โดยเริ่มต้นลงทุนภายในวันที่ 3 ก.พ. 68 ถึง 30 เม.ย. 68
สำหรับกองทุนลดหย่อนภาษี Thai ESG และ RMF ของ SCBAM ปัจจุบันมีให้เลือกครบตอบโจทย์ทุกความต้องการลงทุน นำโดยกลุ่มกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน Thai ESG ซึ่ง SCBAM มีอยู่ 5 กองทุน ครอบคลุมการลงทุนทั้งหุ้นไทยแอคทีฟ หุ้นไทยพาสซีฟ หุ้นไทยปันผล ตราสารหนี้ และแบบผสม โดยกองทุนแนะนำ ได้แก่ กองทุน SCBTM(ThaiESG) ที่ลงทุนทั้งในตราสารหนี้และหุ้นไทยของบริษัทโดดเด่นด้าน ESG และอีกหนึ่งกองทุน SCBTP(ThaiESG) ลงทุนหุ้นไทยตามดัชนี SETESG
ในส่วนของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF มีให้เลือกกว่า 28 กองทุน ครอบคลุมทุกสินทรัพย์ทั่วโลก ทั้งแบบการลงทุนเชิงรุก (Active Fund) และกองทุนดัชนีเด่น ซึ่งผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนและปรับพอร์ตให้สอดรับกับสถานการณ์ตลาดได้ทุกจังหวะ โดยกองทุนแนะนำ ได้แก่ กองทุน SCBRMS&P500 ที่ลงทุนตามดัชนี S&P500 สะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ และกองทุน SCBRMNDQ ที่ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ตามดัชนี NASDAQ-100 ซึ่งทั้ง 2 กองทุนมีโอกาสเติบโตตามเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเหมาะกับการทยอยลงทุนสะสมระยะยาว
นางสาวศุกรัตน์ กล่าวว่า "การลงทุนกับกองทุน Thai ESG และ RMF ผู้ลงทุนสามารถทยอยลงทุนสะสมได้เต็มสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 800,000 บาท โดยทั้ง 2 กองทุนมีวงเงินที่แยกกันคือ กองทุน Thai ESG ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท และกองทุน RMF ได้สูงสุด 500,000 บาท โดยการเริ่มทยอยลงทุนตั้งแต่ต้นปีนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด ยังช่วยลดความเครียดจากการลงทุนที่ไม่จำเป็นต้องคาดการณ์ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง เพราะเป็นการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และการลงทุน DCA ถือเป็นแนวทางการลงทุนที่เหมาะสมกับกองทุนประเภทลดหย่อนภาษีอย่างมาก เพราะเป็นการลงทุนระยะยาว ช่วยให้สะสมสินทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่ตลาดทุนเริ่มมีการฟื้นตัวที่น่าสนใจ และหลายสินทรัพย์มีสัญญาณปรับตัวขึ้น เป็นจังหวะเริ่มต้นลงทุนที่ดีเพื่อรับโอกาสการเติบโตของตลาดทุนในอนาคต"
B-WORK เตรียมจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.183371 บาทต่อหน่วย วันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้
SCBAM เปิดเทรนด์การลงทุนรับมือ 'ระเบียบโลกใหม่' พร้อมเผยกลยุทธ์สร้างความได้เปรียบด้วยนวัตกรรมและความเข้าใจลูกค้า ยืนหยัดการเป็น บลจ. อันดับ 1 ภายใต้แนวคิด Wealth for Everyone
QHHRREIT ปลื้ม! นักลงทุนแห่จองหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนวันแรกแน่น รับกระแส Hospitality REIT ขาขึ้น มั่นใจศักยภาพทำเล Super Prime CBD 'ชิดลม-หลังสวน'
บลจ.ทิสโก้โชว์ผลงานบริหาร 'กองทุนหุ้นไทย' TISCOHD - A และ TDSThaiESG สร้างผลตอบแทนอันดับ 1
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินปันผล 0.02417 บาท และเงินลดทุน 0.12 บาท วันที่ 20 มี.ค. นี้
ธนาคารไทยเครดิต ผนึก 6 บลจ. ชั้นนำขยายโอกาสการลงทุน ยกระดับการบริหารความมั่งคั่งภายใต้แนวคิด "Explore More Opportunities to Grow Your Wealth"
ธ.ทิสโก้ต่อยอด Friends for Well-Being ผนึก CEO และ MD 4 บลจ. - 3 อาจารย์แพทย์ รพ.รัฐชั้นนำ สร้าง Ecosystem วางแผนเกษียณองค์รวม ในงาน Beyond Wealth & Well-being 2026
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 23 ในอัตรา 0.17330 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 7 ในอัตรา 0.251 บาทต่อหน่วย วันที่ 17 มีนาคม 2569 นี้