THANA เผยผล 9 เดือนปี 67 รายได้รวมจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และบริการ อยู่ที่ 858 ล้านบาท และยอดขายรอโอน 242 ล้านบาท ขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มลูกค้าสังคมส่วนตัวสูง ภายใต้แบรนด์ "ธนาพาร์ค พรีเว่" เพื่อครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ตอกย้ำเจ้าตลาดนนทบุรีที่มีความชำนาญ มั่นใจผลตอบรับดีเช่นเดียวกับทุกโครงการที่ผ่านมา พร้อมขยายโครงการต่อเนื่องกับโครงการพันธมิตรบนทำเลศักยภาพ ทั้งย่านนนทบุรี และทำเลใหม่พระราม 9 รองรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทุกกลุ่ม พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจเวลเนส สู่บริการครบวงจรที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อตอบรับการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายธนิศร นิติสาโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน ธนาสิริ กรุ๊ป (THANA) ร่วมกันรายงานผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2567 ของบริษัทในงาน Opportunity Day ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเปิดเผยรายได้รวมในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และบริการ อยู่ที่ 858 ล้านบาท เติบโตขึ้นเล็กน้อยประมาณ +6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยอดขายรอโอน 242 ล้านบาท ทั้งจากโครงการบริษัท และโครงการร่วมทุน ด้วยการใช้กลยุทธ์ด้านราคาดึงดูดความสนใจกลุ่มลูกค้า ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจ และการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมาจากการวางกลยุทธ์เจาะกลุ่มเรียลดีมานด์ โดยการสำรวจและวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ทั้งจากแบบสอบถาม และการพูดคุยในเชิงลึกเพื่อให้เข้าใจลูกค้ามากขึ้น พบว่ายังมีกลุ่มลูกค้าสังคมส่วนตัวสูงที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยอีกเป็นจำนวนมาก จึงเป็นที่มาของการพัฒนาแบรนด์ใหม่ "ธนาพาร์ค พรีเว่" ที่เป็นโครงการขนาดเล็ก ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาตั้งแต่โครงการแรก ส่งผลให้บริษัทเปิดขายโครงการธนาพาร์ค พรีเว่ 2 และ 3 บนทำเลศักยภาพ"
นอกจาก 2 โครงการดังกล่าว ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บริษัทยังได้เปิดขาย "ธนาฮาบิแทต นครอินทร์-พระราม ๕" (โครงการร่วมทุนลำดับที่ 4) ที่พัฒนาโดย อนาบูกิ ธนาสิริ (ประเทศไทย) มูลค่า 800 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ที่ต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงในราคาจับต้องได้
"ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา อนาบูกิ ธนาสิริ (ประเทศไทย) ได้พัฒนาโครงการร่วมกันอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 4 โครงการ มูลค่ารวม 3,400 ล้านบาท และมีแผนพัฒนาเพิ่มเติมปีหน้าอีก 1 โครงการ มูลค่า 1,500 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ "ธนาเรสซิเดนซ์" แบรนด์ระดับมาสเตอร์พีซในย่านพระราม 9 สุดยอดทำเลไพร์ม ที่มีศักยภาพสูงเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย"
ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ ด้วยการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สู่การเติบโตอย่างสมดุล น่าอยู่ และยั่งยืน พร้อมหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อมุ่งสู่การเป็น "Lifetime Total Living Solution" ตอบทุกโจทย์การอยู่อาศัย เพื่อมอบบริการให้ครอบคลุมตามคำมั่นสัญญา "ธนาสิริ..เราดูแล" โดยขยายสู่ธุรกิจเวลเนส ภายใต้แบรนด์ "homey wellness" คลินิกกายภาพบำบัดที่ดูแล และออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล รองรับการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยทุกคนในครอบครัว
ธนาสิริ กรุ๊ป (THANA) ได้ดำเนินการบริหารจัดการในทุกกระบวนการให้เป็นไปตามหลักการ ESG ที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรที่คำนึงถึงความรับผิดชอบของบริษัท 3 ด้านหลัก คือ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และการกำกับดูแล (Governance) สู่แนวทางในการกำหนดเป้าหมายและการดำเนินงาน โดยมี THANA GREEN (Total Green Real Estate Development - Services) เป็นตัวขับเคลื่อนอย่างครอบคลุมในทุกมิติอย่างยั่งยืน
แสดงศักยภาพอสังหาริมทรัพย์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่สายตาโลก เปิดตัว Thailand Real Estate Awards ภายใต้เวที Southeast Asia Real Estate Awards
ดี-แลนด์ กรุ๊ป เปิดตัว "ESSENTIA RAMA 2" บ้านเดี่ยวพรีเมียม มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท ชูแนวคิด "The Essence of Life" ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย ขับเคลื่อน "Holistic Wellbeing"
14 มี.ค. นี้ ห้ามพลาด! โอกาสทองของคนอยากมีบ้าน ธอส. จัดประมูลบ้านมือสอง ครั้งที่ 1 ปี 2569 ลดราคาสูงสุด 50% พร้อมโปรสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% ต่อปี
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เทียบผลงาน 10 บิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปี 68 ชี้ 4 กลยุทธ์ขับเคลื่อนอสังหาฯ ไทย
"พฤกษา" คว้า 2 รางวัลใหญ่ "Future Trends Awards"
ธอส. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาภาระผ่อนบ้าน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์
Summer Point Token (SUMX) โชว์ศักยภาพอสังหาฯ ทำเลทองย่านสุขุมวิท จ่ายผลตอบแทน Q4 สูง 10.20% พร้อม Burn โทเคน 1% เพื่อเสถียรภาพระยะยาว
ALLY เดินหน้ากลยุทธ์ ESG ยกระดับบริหารกองทรัสต์ หนุนธุรกิจเติบโตยั่งยืน
LPP เปิดตัว Service Brand ใหม่ "UP" เดินหน้าสู่ Integrated Property Services Ecosystemรองรับการเติบโตของธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ทะลุ 2,200 ล้าน