ไฟเซอร์เข้าร่วมงานประชุม Vaccine World Asia Congress 2024 - South East Asia Focused

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ตลาดวัคซีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นตลาดเกิดใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จากการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการสนับสนุนจากภาครัฐ ประเทศต่าง ๆ เช่น ประเทศไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม มีความก้าวหน้าและมีข้อได้เปรียบที่โดดเด่นหลายประการ ได้แก่ ความร่วมมือทั้งภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงกับพันธมิตรในระดับนานาชาติ มาตรการในการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ และขั้นตอนการขออนุมัติ และขึ้นทะเบียนที่ปรับให้กระชับมากขึ้น สร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านการพัฒนาและการกระจายวัคซีน การระบาดของโรคโควิด 19 เน้นย้ำให้เห็นถึงความมีศักยภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไฟเซอร์เข้าร่วมงานประชุม Vaccine World Asia Congress 2024 - South East Asia Focused

งานประชุม Vaccine World Asia Congress 2024 - South East Asia Focused ถือเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับวัคซีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมวัคซีนจะได้มาประชุม ศึกษา แลกเปลี่ยนข้อมูลและความก้าวหน้าล่าสุดของการวิจัย และพัฒนาวัคซีนในภูมิภาค โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฯลฯ มาร่วมหารือถึงนวัตกรรมการผลิต และเทคโนโลยีล้ำสมัยในการพัฒนาอุตสาหกรรมวัคซีนของภูมิภาคในอนาคต โดยมุ่งเน้นความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนความรู้ และนำเสนอกรณีศึกษาที่โดดเด่น โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการแปลงแนวคิดเชิงนวัตกรรมมาเป็นแผนปฏิบัติการที่ตอบโจทย์ของอุตสาหกรรมและสังคม การเร่งริเริ่มงานวิจัย เสริมศักยภาพด้านอุตสาหกรรม และบูรณาการเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อปฏิวัติพัฒนาการด้านวัคซีนในภูมิภาค

ระหว่างการเสวนาในหัวข้อ Navigating the SEA Landscape: Innovations, Challenges and Collaborative Solutions ที่จัดขึ้นในงาน Vaccine World Asia Congress 2024 นายมาร์ค (ชุนฮาว) คาว ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "หลังจากได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยา ในปี 2563 ประชากรทั่วโลกกว่า 1.5 พันล้านคน ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด Pfizer/BioNTech ตามคำแนะนำของหน่วยงานด้านสุขภาพระดับนานาชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า วัคซีน mRNA ได้รับการยอมรับให้ใช้ในการป้องกันผลกระทบรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด 19 ภายใต้การติดตามความปลอดภัยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยไฟเซอร์มีการศึกษา และพัฒนาวัคซีน mRNA ให้ทันกับการกลายพันธุ์และ สายพันธุ์ใหม่ ๆ ของไวรัสก่อโรคโควิด 19 เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนทั้งเด็กและผู้ใหญ่หลายร้อยล้านคนทั่วโลก นอกจากนี้ ไฟเซอร์มีความภูมิใจที่ได้ร่วมมือสนับสนุนภาครัฐเพื่อให้เกิดความเสมอภาคในการเข้าถึงวัคซีนในระหว่างวิกฤตโรคระบาดที่ผ่านมา ไฟเซอร์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับความเชื่อถือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ กลุ่มผู้ป่วย และกระทรวงสาธารณสุข ความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนจากภาครัฐในการสร้างการรับรู้ถึงความจำเป็นของวัคซีนในการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรค จึงมีความสำคัญในการพัฒนาภูมิทัศน์ของวัคซีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต"

ด้าน ดร.นพ.นิรุตติ์ ประดับญาติ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า "ปัจจัยที่สำคัญ 3 ประการของยุทธศาสตร์การนำนวัตกรรมวัคซีนเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ Regulatory Alignment หรือ การปรับกระบวนการขึ้นทะเบียนยาและวัคซีนใหม่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งภูมิภาคและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล Public-Private Partnership หรือ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนทั้งในด้านการผลิต การแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงการขนส่งและระบบการกระจายวัคซีน Investment in Research and Development หรือ การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี การสนับสนุนศูนย์วิจัยทางคลินิก รวมถึงการลงทุนในการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องในทุกกระบวนการ ทั้งนี้ หากสามารถบูรณาการความร่วมมือเพื่อนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีจากการศึกษาวิจัย มาเข้าสู่กระบวนการผลิต ขึ้นทะเบียน และอนุมัติ รวมถึงระบบการติดตามความปลอดภัยหลังการกระจายวัคซีนที่ครอบคลุม ภายใต้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เหมาะสม ก็จะสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนในภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน"

ในการเสวนา (Round-Table Discussion) หัวข้อ "Vaccine Policy & Regulation" นายแพทย์เรืองวิทย์ ธรรมอารี ผู้จัดการอาวุโส แผนกการแพทย์ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ได้กล่าวสรุปว่า "จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 ที่ผ่านมา ยิ่งเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการกำหนดนโยบายและกฎระเบียบข้อบังคับในการขึ้นทะเบียนวัคซีน ที่ต้องคำนึงถึงความรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อโรคอุบัติใหม่ได้อย่างทันท่วงที ในขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรฐานที่ทำให้เกิดความมั่นใจทั้งในเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน โดยปัจจัยต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องประกอบไปด้วย

  • Knowledge หรือความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเหมาะสม ในผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคเอกชน ไปจนถึงประชาชนทั่วไป โดยอาศัยความร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่จะผลักดันให้เกิดสังคมอุดมปัญญา หรือมี health literacy ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนและการป้องกันโรค
  • Regulatory Body ต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทั้งในส่วนของผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียน และผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูล และใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาร่วมกัน เพื่อสร้างให้เกิดมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • Public Trust การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยการสื่อสารจากภาครัฐสู่ประชาชน ให้ความเข้าใจถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่ใช้ในการพิจารณาการขึ้นทะเบียน การออกคำแนะนำอย่างโปร่งใส และประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ทั้งนี้เพื่อลดความกังขา และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
  • Technical Difficulty ซึ่งมีลักษณะที่จำเพาะต่อผลิตภัณฑ์อย่างวัคซีน ซึ่งเป็น biological product ซึ่งจำเป็นต้องผ่านกระบวนการศึกษาพัฒนา และควบคุมคุณภาพในระดับที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์ยาทั่ว ๆ ไป ทำให้มีต้นทุนในการพัฒนาที่สูง ใช้ระยะเวลายาวนานจนไปถึงการขึ้นทะเบียนที่ต้องมีหลักเกณฑ์ที่จำเพาะเจาะจง ด้วยเหตุนี้ทำให้มีจำนวนผู้พัฒนาที่จำกัด นโยบายจากภาครัฐในการที่จะช่วยเหลือผู้ผลิตรายย่อย และความร่วมมือในการส่งผ่านเทคโนโลยี รวมไปถึง regulatory body ในการออกเกณฑ์ที่จะช่วยแนะแนวทางของการพัฒนาวัคซีนตั้งแต่การศึกษาวิจัยไปจนถึงการขึ้นทะเบียน จะช่วยให้ลดความยุ่งยากลงไปได้"

ไฟเซอร์มีความมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในความร่วมมือกับบุคลากร และสถาบันทางการแพทย์ต่าง ๆ ตลอดจนมหาวิทยาลัย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ และชุมชนท้องถิ่นในการสนับสนุนการศึกษาด้านสุขภาพและการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคต่าง ๆ ตลอดจนสนับสนุนการเข้าถึงยาและวัคซีนที่มีคุณภาพเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ยังเล็งเห็นความสำคัญของความเสมอภาค ความเท่าเทียมและเป็นธรรมในการรับบริการทางสุขภาพ และสาธารณสุข นอกจากความรับผิดชอบต่อผู้ป่วยแล้ว ไฟเซอร์ มีนโยบายในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน


ข่าวระดับนานาชาติ+ความร่วมมือวันนี้

วว. /สาธารณรัฐประชาชนจีน หารือความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ วทน. ระดับนานาชาติ ส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม ให้ยั่งยืน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมด้วย นางสาวกาญจนา ทุมมานนท์ ผอ.สำนักผู้ว่าการ ดร.บุณณนิดา โสดา ผอ.กองวิเทศสัมพันธ์ ดร.ณศิสรณ์ สุขศรีเดชาศิลป์ นักวิจัย ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ (ศคช.) และทีมงาน ศคช. เข้าร่วมต้อนรับและประชุมหารือ กับ ดร.พสุภา ชินวรโสภาค อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถานเอกอัครราชทูต ณ

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐก... สศก. ชูระบบอินาฮอร์ (INAHOR) ติดตามพื้นที่ปลูกข้าวแม่นยำ เสริมความมั่นคงทางอาหารไทยและอาเซียน — นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)...

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), ร่... นวัตกรรมไทยโดดเด่น! 4 ผู้ประกอบการไทยคว้ารางวัล THAIFEX - HOREC ASIA Innovation Awards 2026 — กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), ร่วมกับหอการค้าไทย (T...

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ ม.ธรรมศาสตร์ ห... ขอเชิญชวนองค์กรเอกชน (NGOs) ร่วมขับเคลื่อนและสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยสู่เวทีโลก — กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ ม.ธรรมศาสตร์ หนุนองค์กรเอกชน (...